บางทีสิ่งที่เราอยากเปลี่ยนแปลงข้างนอกนั้น มันก็อยู่ข้างใน
1
วันนั้นเป็นวันที่ผมตัดสินใจว่าจะไม่ขึ้นรถเมล์สาย 57 อีกต่อไป

วันนั้นก็เป็นวันธรรมดาเหมือนวันทั่วไป ที่ผมขึ้นรถเมล์ไปเซนทรัล เพียงแต่มันสองทุ่ม ถนนจึงว่างโล่ง คนขับก็เลยเหยียบคันเร่งอย่างที่ผมไม่เคยเจอมาก่อน มันเร็วกว่าสายแปดอันลือลั่นด้วยซ้ำ จู่ๆ ผมก็รู้สึกกลัว เพราะรู้สึกว่าตัวเองอาจจะตายเพราะความประมาทของใครก็ไม่รู้

ผู้โดยสาร 7-8 คนในรถต่างจับเก้าอี้จนแน่น และหันมองหน้ากันเลิกลัก ผมว่าทุกคนกลัว แต่ไม่กล้าทำอะไร เนื่องจากคนขับรถและกระเป๋ารถเมล์ใหญ่สุดในรถคันนี้ ผมตัดสินใจที่จะลงป้ายหน้า แต่แค่จะลุกกดกริ๊งยังลำบากเลย

มันเป็นวินาทีที่ผมคิดว่าต่อไปถ้าขึ้นรถเมล์จะขึ้นแต่ ปอ. เพราะขับดีกว่า
ไม่รู้สิ ขนาดใช้ชีวิตไม่ประมาทอุบัติเหตุยังเกิดขึ้นเลย แล้วนี่คนขับประมาทมาก ผมอาจจะไม่รอดก็ได้

2
ณ วินาทีนั้น ถ้าเป็นผมสมัยเด็กๆอาจตั้งคำถามต่อรัฐบาล กระทรวงคมนาคม หรือระบบขนส่ง ว่าทำไมสิ่งนี้ถึงเกิดในประเทศไทย

แต่มาตอนนี้ ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นแล้ว ผมกลับนึกถึงชีวิตของคนขับรถคนนี้ว่า หลังจากเสร็จงานวันนี้ เขาน่าจะไปตั้งวงกินเหล้ากับเพื่อนๆ หรือเปล่า (แต่อาจจะไม่ใช่ก็ได้) เขาอาจนั่งบ่นกับเพื่อนๆถึงเจ๊เจ้าของรถร่วมที่ให้ค่าแรงน้อยนิด ทั้งที่เขาขับรถเหนื่อยมาทั้งวันหรือเปล่า (แต่อาจไม่ใช่ก็ได้) ก่อนที่เขาจะบ่นถึงนายกและรัฐบาลที่ไม่ดูแลประชาชน ไม่มีสวัสดิการรัฐที่เพียงพอให้เขา

เขาอาจนั่งบ่นกับเพื่อนๆ ถึงสองบุคคลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในจักวาลของเขา คือ เจ๊เจ้าของรถ และนายกรัฐมนตรี ว่ามีอำนาจอยู่ในมือแท้ๆ แต่ไม่ช่วยเหลือดูแลคนตัวเล็กกว่าอย่างเขาเลย ทำไมเขาช่างโชคร้ายจริงๆ

แล้วทันใดนั้น ภาพก็ตัดมาในรถเมล์ที่เขาเป็นคนขับ ซึ่งกำลังซิ่งอย่างน่าหวาดเสียว โดยมีผมและผู้โดยสารตัวเล็กๆ 7-8 คนหวาดกลัวอยู่ เรื่องตลกก็คือ ในจักรวาลนี้ เขาคือนายกของพวกเรา เขาคือผู้มีอำนาจสูงสุดที่สามารถดูแลผู้โดยสารทุกคนได้ โดยการขับรถดีๆ ไม่ประมาท แต่ก็ไม่ได้ทำ ทว่าเขากลับประมาทเลินเล่อ ไม่ดูแลคนตัวเล็กกว่าเหมือนใครบางคนที่เขาไม่ชอบเสียเอง

เรื่องนี้บอกอะไรเรา?
ในจักรวาลหนึ่งที่เขาเป็นฝ่ายถูกกระทำ เขารู้สึกว่าผู้มีอำนาจไม่ดูแลเขาเลย
ส่วนในจักรวาลเล็กๆ ที่เขาเป็นผู้มีอำนาจเอง เขากลับกระทำต่อผู้อื่นเช่นกัน
ดังนั้นก็ไม่น่าแปลกถ้าชีวิตเขาจะยังเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ

จนกว่าเขาจะลุกขึ้นมาจัดการและปรับเปลี่ยนจักรวาลเล็กๆ ของเขาก่อน เช่น ขับรถสุภาพ ทำความสะอาดรถอย่างดี แต่งตัวสะอาดสะอ้าน ไม่ถ่วงเวลาผู้โดยสาร ไม่กินเหล้าก่อนทำงาน(อาจกินเฉพาะวันหยุด) ศึกษาเส้นทางเดินรถนอกจากเส้นทางที่ตัวเองขับเพิ่มเติม ฯลฯ

3
ไม่รู้สิ ผมแค่รู้สึกว่าหากเขาอัพเกรด พัฒนาตัวเอง และทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้ดีที่สุด เขาอาจได้พบตัวเองที่ยอดเยี่ยมที่สุดก็ได้

และเริ่มรู้ว่าจริงๆ แล้วคนอื่น สิ่งแวดล้อม และข้างนอกที่เขาเคยให้ความสำคัญมาตลอดนั้น ไม่ได้มีผลอะไรต่อเขามากนัก เท่ากับตัวเขาและสองมือที่ลงมือทำสิ่งต่างๆ จนทำให้ตัวเองดีขึ้น และตัวเองที่ดีขึ้นนั้นแหละจะเป็นคนบอกลาสิ่งแวดล้อมเก่าๆ แล้วมองหาสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ แทน วันนึงเขาอาจย้ายไปขับรถผู้บริหารจนมีรายได้มากกว่าเดิม 4-5 เท่าตัวก็ได้

เรื่องนี้บอกอะไรเรา
สิ่งที่เราอยากจัดการ อยากเปลี่ยนแปลงข้างนอกนั่น แท้จริงแล้วมันไม่ได้อยู่ไกลตัวเรา หรืออยู่ในอำนาจของคนอื่นเท่าที่คิด เพราะบางทีมันก็อยู่ในตัวเรา ตรงหน้าเรานี่เอง
อยู่ที่ว่าเราจะรู้ และเริ่มลงมือทำมันหรือเปล่า
SHARE

Comments