We’ll be alright, please try again.



ทุกครั้งที่รู้สึกว่าตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหว
ระดับความสูงเหนือน้ำทะเลหลายพันเมตร
เท้าหมิ่นเหม่ ถูกแรงดึงดูดทำให้อยากทิ้งตัวลงไป
หนีทุกเรื่องราว ทุกปัญหาที่ต้องแบกรับ
การต่อสู้กับตัวเองมันเหนื่อยจริงๆ 


เหนื่อย 
ยอมแพ้แล้วได้ไหม
ไม่เอาแล้วได้ไหม 
อยากทิ้งตัวลงไป 
จบเรื่องราวทุกอย่างลงตรงนี้


อายุยิ่งมาก อารมณ์ที่มียิ่งลึกล้ำ
ทุกครั้งที่ผมดำดิ่ง การจมลึกลงไปกว่าเดิม


ทุกครั้งที่ทิ้งตัวลงไป 
ทั้งพลาดพลั้ง / การตัดสินใจของตัวเอง / ถูกใครสักคนผลักลงไป
ความกดดันใต้ทะเล ปราศจากอากาศ อึดอัด หายใจไม่ออก


ทั้งหมดทั้งมวล
สำหรับครั้งนี้ผมไม่ต้องตกลงไปโดยการตัดสินใจของตัวเอง
เพราะมีใครคนหนึ่งคว้าแขนดึงกลับไป


บทสนทนากับเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ผู้ฉุดรั้งเราเอาไว้ได้เสมอ


ล้มก้นจ้ำเบ้าอยู่ตรงนั้น
รอดชีวิต ยังคงหายใจ
เพื่อมองดูว่าวิวเหนือระดับน้ำทะเลหลายพันเมตรที่ตัวเองยืนอยู่นั้นสวยงามเพียงใด


บางครั้งหน้าที่การงานก็ทำให้เราลืมความสนุกของการเป็นคนโง่มันเหมือนเราจริงจังบ่อยเกินไป บ่อยซะจนลืมความง่ายดายในการใช้ชีวิต


ตอนเป็นเด็กอะไรที่ง่ายมักจะเป็นทางที่เราเลือก
อ่านหนังสือวันเดียวก่อนสอบ เพื่อนช่วยเพื่อนติวหนังสือสอบ
การเตร็ดเตร่หลังเลิกเรียนพิเศษ 
การหลบไปพักหนีจากความวุ่นวายด้วยการเข้าร้านหนังสือใช้ชีวิตเงียบๆ ที่นั่น


มองหน้ามัน ผมคิดถึงตัวเองในวัยอนุบาล
ตัวเล็กกว่าแต่ดันเป็นหัวโจกให้มันวิ่งมากอดแขนฟ้องเวลาโดนรังแก
ผมจำได้แม่นว่าตัวเองสอนมันที่พ่อสอนเอาไว้ว่าตัวโตแล้วอย่ารังแกคนอื่นว่ายังไง


"ตัวโตกว่าไม่รังแกคนอื่นถูกแล้วแต่ก็ต้องไม่ยอมให้ใครมารังแกเหมือนกัน ปกป้องตัวเองให้ได้"


ในวันนี้กลับเป็นมันผู้คอยฉุดรั้งผม
บทสนทนาในวันนี้เป็นเรื่องจิปาถะ
หลักๆ ก็เรื่องการมองไปทางไหนก็ไม่เห็นทางของผมเอง


ใช่ มันมักจะโผล่มาในทุกๆ ครั้งที่ผมต้องการคำตอบอะไรสักอย่างในชีวิต
ครั้งล่าสุดที่เจอก็โน่น ช่วงก่อนทำงานใหม่ๆ ความสัมพันธ์ระหว่างเราเป็นแบบนี้เสมอ



ใช่ ถ้าเราฉลาดไป รู้ทันไปทุกเรื่องเราจะคิดมาก;
เรื่องบางเรื่องทำเป็นไม่รู้เท่าทันบ้าง 


แต่ก็ต้องระวัง อย่าไม่ทันไปซะหมด; 
หลีก เมื่อจำเป็น 


ใช้ชีวิตให้เหมือนนักเดินทางที่โง่เขลา; 
คือไปเรื่อยๆ เจออะไรก็พยายามปล่อยมัน




หลังบทสนทนาอันยาวนานที่ทิ้งช่วงไปหลาย ชม.
ทำให้ผมนึกถึงโควทนึงของสตีฟ จ๊อบผู้จากไปเมื่อหลายปีก่อน
"Stay hungry, Stay foolish."


เป็นคนโง่เสียบ้าง ไม่รู้อะไรซะบ้างก็ไม่เป็นไร
ไม่ต้องเก็บเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาเก็บเอามาคิด
ไม่จำเป็น ไม่จำเป็นเลย
การปล่อยมันไปเป็นเรื่องยาก 
แต่ก็ต้องทำเพื่อตัวเอง; เพื่อคนที่รักและห่วงเรา


นั่นสินะ
เหมือนความสบายใจที่แอบไปหลบเสียนานกลับมา


เหมือนพอรู้ว่าเราเป็นคนโง่ที่ไม่รู้อะไรบ้างก็ได้มันก็สบายใจขึ้นมา
มันเหมือนผมรู้แล้วว่าหลังจากนี้ตัวเองต้องทำอะไร


ใช้ชีวิต ใช้ชีวิตต่อไป
แล้วชีวิตจะบอกเราเองว่าเราต้องทำอะไรต่อไป
อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดใช่ไหมล่ะ อือ ใช่


มีคนรอซัพพอร์ตอยู่แล้ว
ข้อนี้รู้ดีอยู่เสมอ; หันไปเมื่อไหร่ก็เจอ
ขอบคุณ, ขอบคุณจริงๆ
ผมรู้ว่าผมคงใช้ชีวิตได้ไม่ดีขนาดนี้ถ้าปราศจากผู้คนเหล่านี้


ใครบ้างผมคงไม่จำเป็นต้อง Mentioned ถึง
ผมรู้ / พวกเขาเหล่านั้นรู้

ชู่ว :-)


So whenever you ask me again, how I feel.
Please remember, my answer is you.
We’ll be alright, I want to try again.
ー https://youtu.be/4LPmBiFkoBk


SHARE
Written in this book
Dear, Diary
Me Myself & I
Writer
ibearinmind
Sea
Everything around myself.

Comments