ความรักที่ใจร้ายที่สุด
เคยเฝ้ารอใครโดยไม่รู้ว่าจะเจอเป็นเวลาเกือบ 24 ชม. ไหม?




แค่คำถามก็ดูโง่แล้วใช่ไหมล่ะ แต่เรื่องราวต่อจากนี้ โง่กว่าคำถามที่คุณเพิ่งเลื่อนผ่านมาอีก



เรานั่งทบทวนอยู่นานมากว่าควรพิมพ์เรื่องนี้ลงบนนี้ดีไหม แต่ก็นั่นแหละเราคิดว่ามันอาจจะแบ่งเบาความหนักหน่วงในใจเราลงได้บ้าง ...









"มึง กูจะไปหาเขา"
"จะเจอเขาหรอ"
"ไม่รู้ว่ะ แต่กูว่ากูต้องไป เราต้องคุยกันแบบต่อหน้า"



บทสนทนาเกิดขึ้นระหว่างหญิงสาวและเพื่อนของเธอ






เวลาของการรอคอยในวันนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่เวลา 8.30 ของวันใหม่





เธอตัดสินใจลุกจากการจมร้องไห้บนที่นอนพร้อมกับหอบความหวังสุดท้ายเพื่อไปเจอหน้าคนรักของเธอเพื่อพูดคุยให้เข้าใจกัน เธอคิดว่าเธอตัดสินใจดีแล้วหลังจากนอนคิดมาทั้งคืน

"ใช่แล้วล่ะ เราตัดสินใจดีแล้ว" เธอบอกกับตัวเองเบาๆ


เพียงเวลาในการนั่งรถตู้เพื่อขึ้นมากรุงเทพเกือบสองชั่วโมง
ตอนนี้เธอกำลังนั่งอยู่ในล็อบบี้ใต้คอนโดของคนรักเธอเรียบร้อยแล้ว



"มึง ถ้าไม่ไหวก็กลับมานะ ไม่งั้นก็โทรมาเดี๋ยวกูไปรับ"
"ไม่เป็นไรมึง กูโอเค"










9 ชั่วโมงผ่านไป ...









"นี่จะเย็นแล้วเขาไม่ลงมาหาอะไรกินจริงๆหรอ"




เธอพูดกับตัวเองยังไม่ทันขาดคำ เขาเดินลงมาแล้วและใช่เขาเห็นเธอแต่เขาก็เดินผ่านไป
เธอเดินตามเขาคว้าแขนเขาแล้วบอก "เราต้องคุยกันหน่อยนะ"


"....."


ไม่มีสัญญาณใดๆเพียงแค่รับรู้จากเขาว่า เขากำลังจะออกไปทำธุระ

เธอปล่อยให้เขาไปทำธุระของเขาโดยที่ไม่ตามไปอีก
และเดินกลับมานั่งรอที่ล็อบบี้ใต้คอนโดตามเดิม





"มึง ...กูเจอเขาแล้ว"
"ได้คุยกันยัง เขาว่ายังไงบ้าง"
"ไม่ว่ะ เขาไม่คุยกับกู แต่เดี๋ยวเขาก็กลับมากูจะรอเขา"
"มึงต้องกลับมาก่อนรถหมดนะเว้ย"
"กูอาจจะไม่กลับว่ะ"

กูว่ากูจะรอคุยกับเขาก่อนจริงๆ ...

"แต่มึงจะนั่งอยู่ล็อบบี้ใต้คอนโดทั้งคืนไม่ได้นะ"
"กูว่าทำให้มันถึงที่สุดไปเลยก็ได้ กูโอเค"
"ถ้าไม่ไหวก็โทรหากูได้ตลอดเลยนะ"
"อือ ขอบคุณนะ"





21 ชั่วโมงผ่านไปแล้วนับตั้งแต่เช้า
ตอนนี้เป็นเวลา ตี3 กว่าๆแล้ว

"พี่โอเคอยู่ไหม"
น้องในสายที่ตัดสินใจอยู่เป็นเพื่อนเธอมาแล้วค่อนคืนถามออกมาด้วยความเป็นห่วง
"พี่โอเควางสายเลยก็ได้ พี่ขอพักสายตาหน่อย"



เธอใช้เวลานั่งคิดและนั่งถามตัวเองว่า เรามาทำอะไรที่นี่ตอนนี้กันนะ
ทำไมถึงต้องมานั่งรอคนที่เขาไม่สนใจด้วยซ้ำว่าเราจะเป็นยังไงตอนนี้กันนะ
เขาต้องออกไปกินเหล้าแน่ๆแต่เขาไม่รู้จริงๆหรอว่าเรานั่งรออยู่
เขาไม่รับสายเลยสักสาย ได้ยังไงนะ
เขาไม่ตอบข้อความเลยสักข้อความ ได้ยังไงกัน
ทำไม ใจร้ายจัง ...

เธอตัดสินใจถอดแว่นสายตาออกพร้อมกับเอนหลังและหลับตาลงแต่ได้เพียงแค่ไม่กี่นาทีเธอเงยหน้าขึ้นมา สายตาพล่ามัวของเธอเหมือนสบตากับใครสักคน ใครคนที่เธอคุ้นเคย เธอหยิบแว่นตาขึ้นมาสวมแทบจะทันทีและเธอพบกับเขาที่เดินเข้ามาพร้อมกับเดินผ่านเธอไปเหมือนคนที่มองไม่เห็นว่ามีใครนั่งอยู่ตรงหน้าเขา


เธอตัดสินใจวิ่งไปออกไปและยืนมองเขา ว่าเขาจะทำยังไงต่อ
เธอคงคาดหวังในตัวเขาสูงไปล่ะมั้งว่าเขาจะยอมหันหลังเดินกลับมาหาเธอ
ใช่ เขาเดินเข้าลิฟต์ไปโดยที่ทิ้งสายตาเย็นชาไว้ให้เธอเท่านั้น

"เขาทำแบบนี้ได้ยังไงกันนะ ทั้งที่เห็นเราน่ะนะ" เธอพึมพำกับตัวเอง
วินาทีนั้นเธอตัดสินใจแล้วว่า โอเคให้มันจบเพียงเท่านี้แล้วกัน อีกไม่กี่โมงก็เช้าแล้ว





ไม่ ....
เธอยังอยากจะเคลียปัญหาที่ค้างคากับเขา

"ตื๊ด ... ตื๊ด"
.
.
"ลงมารับเค้าหน่อย"
.
.
"ทำไมไม่กลับไปตั้งแต่เมื่อเย็น"
.
.
"ลงมารับแล้วเคลียกันหน่อยได้ไหม"
.
.
.
.

สายถูกตัดไปแล้ว และตามด้วยไม่กี่นาทีหลังจากนั้น เขาก็มายืนอยู่ตรงหน้าเธอ ...













คิดว่ามันจะจบแบบแฮปปี้เหมือนในนิยายหรือเปล่า?









ไม่เลย หลังจากวันนั้นเธอและเขาไม่เคยได้ติดต่อกันอีกเลย
เขาตัดสินใจปล่อยมือเธอไปตรงนั้นและก้าวเดินต่อไป
ส่วนเธอได้แต่จมปรักกับรักที่มีให้เขาและยังก้าวไปไหนไม่ได้



ถ้าหากจะมีใครโง่ในความรักในตอนนี้ก็คงหนีไม่พ้นเธอที่ตัดสินใจทำเรื่องบ้าบิ่นแบบนั้น
เวลาเกือบ 24 ชั่วโมงในการรอคอยเขา เขาที่เธอไม่มั่นใจเลยว่าจะเจอไหม
ใช่ เธอเจอแล้ว เธอเจอเขาพร้อมกับการรับรู้ว่า เขาใจร้ายกับเธอได้มากขนาดไหน




เรารู้ว่าเธอเป็นคนใจร้ายนะ
แต่เราไม่คิดว่าเธอจะใจร้ายได้มากขนาดนี้ 




เธอได้แต่บอกกับตัวเองหลังจากนั้นว่า อย่าทำอะไรโง่ๆอีกนะ
และ รักตัวเองให้มากกว่านี้นะ


SHARE
Writer
Babedolphin
writer
ถ้าหากเวลาจะทำให้เรื่องราวของคุณจางจากใจเราบ้าง

Comments

WCTOMAWORLD
2 months ago
สู้ๆนะคุณ เขาใจร้ายก็ไม่เป็นไรหรอก แต่คุณอย่าใจร้ายกับตัวเองนะ:)
Reply
Babedolphin
2 months ago
ขอบคุณมากๆเลยนะคะ เราจะไม่ใจร้ายกับตัวเองอีกแล้วค่ะ :)