The Incredible II: ฮีโร่คือคนที่ดูแลครอบครัว


1
หนังว่าด้วยครอบครัวฮีโร่ ที่ตอนนี้ถูกแบนโดยรัฐฯ ได้รับข้อเสนอให้ไปสร้างภาพการทำงานของฮีโร่เพื่อในหาทางแก้กฎหมาย แต่ด้วยการที่ตัวพ่อบ้าพลังมากไป ผู้ยื่นข้อเสนอเลยลดความเสี่ยงด้วยการให้ อีลาสติกเกิร์ลทำหน้าที่นี้...


2 มองหนังแบบ Marvel ลาเวนเดอร์...

สนุก ขำ ทำได้ดีตามมาตรฐานดิสนีย์ และ ผกก. เบรด เบิร์ด แม้พบ็อตจะไม่บ้ำเหมือน Inside Out หรือ ซึ้งตรึงแบบ Coco แต่ถ้านับความบันเทิงแล้วให้คะแนน ก็อยู่ในระดับสูง

หนังเลือกเปิดเรื่องต่อจากภาคที่แล้ว (ที่ออกฉายเมื่อ 14 ปีที่แล้ว) โดยมิสเตอร์อินคริดิเบิ้ลและครอบครัวช่วยกันต้านเจ้าตุ่นผู้มาก่อกวนเมือง แล้วบ้านเมืองก็พังตอกย้ำภาพลักษณ์อันน่าหดหู่ของฮีโร่

ตัวหนังสื่อชัดเจนเรื่องความเป็นฮีโร่ ที่ไม่ว่าตรงไหนก็ต้อวการฮีโร่ และจุดที่เล็กที่สุดยิ่งต้องการคนที่แกร่งที่สุด

นั่นคือครอบครัว

เรื่องบังคับให้แม่ผู้ดูแลทุกอย่างในบ้านออกไปผจญโลก ทิ้งพ่อจอมพลังอีโก้สูงรับมือเด็กน้อยสามรุ่น พี่สาวคนโตวัยสับสน น้องกลางสุดซนกับการเรียนรู้โลกใบใหญ่ และน้องชายคนเล็กที่มีพลังเกินกว่าจะคาดเดา

เรื่องชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของหน่วยเล็ก ๆ ที่เพศชายมองข้าม จนเมื่อลงมาทำเองจึงรู้ว่ามันหนักกว่าการจัดการเหล่าร้ายเสียอีก จากนั้นก็ค่อยเรียนรู้ รับมือ และผ่านมันไปได้

เรื่องทำให้เห็นการรวมตัวของฮีโร่ ดูไปคล้าย X-Men

สังเกตเห็นการใส่สาระเกี่ยวกับเด็ก Generation ต่อไป โดยตัว Jack Jack ลูกคนเล็กที่มีพลังหลากหลาย และไม่อยู่นิ่ง มีนัยยะของการเตือนผู้ใหญ่ให้ทำความเข้าใจเด็กในยุคต่อ ๆ ไป ที่พวกเขานั้นจะมีอิสระ (พลังการหายตัว) ยากต่อการควบคุมและเข้าใจ มีความหลากหลายและสร้างสรรค์รวมถึงพลังทำลายที่มากมายเหลือเกิน

ในมุมมองของพ่อแม่ การขีดเส้นให้เขาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ความเข้าใจนั้นสำคัญ รวมถึงปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก็ดี เพร่ะแม้ว่าพ่อแม่จะเก่งแค่ไหน ก็ไม่ได้รู้ทุกเรื่องอยู่ดี

ปล่อยให้เขามีความคิด ลองผิดลองถูก เพราะพลังมากมายในตัว Jack Jack ก็เหมือนเครื่องมือมากมายในโลกปัจจุบันที่เด็ก ๆ มีโอกาสเลือกใช้ ลองจนกว่าจะเจอสิ่งที่ต้องการได้

และเด็กยุคใหม่ก็มีโลกของเขา (การไปอีกมิติที่พ่อแม่ไปไม่ได้ในเรื่อง)


3 มองหนังแบบ DC ดราม่า
(มีสปอยล์เพื่ออรรถรส)

--
อิทธิพลของสื่อ

หนังเสียดสีสังคมเรื่องการใช้สื่อโซเชี่ยล แม้เรื่องจะเป็นยุคก่อนสมาร์ตโฟน แต่หากเล่นตรงนี้โดยใช้ชื่อตัวร้ายโต้ง ๆ ว่า "Screen Slaver (ทาสหน้าจอ)" ด้วยพลังบังคับผู้คนผ่านจอ ชี้ให้เห็นอำนาจของสื่อที่สามารถชักจูงคุณได้ ไม่เว้นแม้แต่ผู้ที่ทรงพลังที่สุด
--
พลังทุนนิยม

การยื่นมือมาช่วยเหล่าฮีโร่จากบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านสื่อสารและเทคโนฯ และฮีโร่ต่างมีความหวัง ที่จะได้กลับมาโลดแล่นกว่าแต่ก่อนนั้นมองอีกด้านจะพบว่า หากมีเงินความหวังก็มี เพราะแม้จะมีประชาชนมากมายอยากให้ ฮีโร่กลับมา แต่ก็ไม่ทีการดำเนินการใด ๆ แต่พอมีทุนมาสนับสนุน ทุกอย่างเหมือนจะไปได้ง่ายเหลือเกิน แม้กระทั่วการแก้กฎหมาย

หากคิดว่า ก็แน่นอน มีเงินก็ทำได้เป็นเรื่องธรรมดา งั้นมาดูข้อบังคับที่ยื่นมา คือการให้อีบาสติก เกิร์ล เป็นผู้ทำหน้าที่ และอินคลิดิเบิ้ลต้องดูแลเด็ก ตรงนี้สื่อถึงพลังของทุนนิยมและการตลาดที่บังคับได้แม้แต่ฮีโร่ที่แข็งแกร่งที่สุด แม้เป็นเรื่องดีที่เรื่องสามารถสื่อถึงความยากลำบากของการเป็นแม่และผู้หญิง แต่การสอดแทรกของทุนนิยมก็มีนัยยะที่สำคัญไม่น้อยทีเดียว

(แม้แต่เจ้าตุ่น Underminner ก็ทำเพื่อเงิน)

--
อาหารการกิน

ในเรื่องมีส่วนหนึ่งที่ อินครีดดิเบิ้ล เอาคุกกี้มาล่อ Jack Jack และตอนเจ้าหนูใส่ชุดฮีโร่ หากแปลงกายเป็นปีศาจม่วง กดแก้โดยกดปุ่มให้มีฟองโฟมครีมหวานหอมมาให้กินเพื่อให้สงบจิตใจ
รวมถึงมีบางตอนที่เด็ก ๆ ในเรื่องบ่นถึงการกินผัก

ส่วนนี้มองว่าหนังชี้นำการกินในวัยเด็กว่า กินน้ำตาบ ขนมแล้วจะใจเย็น หรือชี้นำว่าเด็ก ๆ ควรกินขนมหวานและไม่ต้องการผัก

แม้ส่วนใหญ่หนังทำหน้าที่สะท้อนสังคม ความเป็นไป แต่เชื่อว่าหนังสามารถชี้นำได้ด้วย หากอยากสอดแทรกเรื่องนี้ อาจจะทำให้ Jack Jack โปรดปรานอาหารจำพวกพืชได้แทนการใช้คุ๊กกี้ หรืออาจจะเป็นอย่างอื่นแทนการใช้มูสหวาน ๆ

แม้มันไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมเด็กได้แบบพลิกผ่ามือ แต่คิดว่ามันอาจทำให้เด็กเกิดความอยากลอง (ชอบไม่ชอบอีกเรื่อง) เหมือน Popeye ที่ทำกับผักโขม หรืออย่างน้อย ก็ไม่ไปตอกย้ำว่า การกินน้ำตาลหรืออาหารหวานจะทำให้เด็กใจเย็น

ถึงตรงนี้ก็ดูย้อนแย้งกับแก่นรองที่กล่าวถึงอิทธิพลของสื่อที่หนังพยายามเสียสี เพราะเอาเข้าจริงหนังเองก็เป็นสื่อและกำลังทำหน้าที่ชี้นำสังคมเช่นกัน

จนสุดท้ายก็ไม่แน่ใจว่าหนังจะสร้างฮีโร่เพิ่มขึ้นในโลกจริง หรือสร้าง Screen Slaver มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

4
สรุปก็เป็นอนิเมชั่นที่ดี ด้านความบันเทิงนั้นถือว่าสนุกมาก ๆ แนะนำให้ไปดูกันทั้งบ้าน วุ่นวายดี (นี่ก็ไปกันหมดบ้าน วุ่นวายชะมัด)

เด็กหัวเราะและเข้าใจว่าพ่อแม่มีสิ่งที่ต้องทำเยอะในแต่ละวัน

รีวิวนี้ไม่ได้โจมตีหนังนะครับ แค่ชี้ให้เห็นและรู้ทันบางอย่างที่แอบซ่อนอยู่ ส่วนใครชอบ ไม่ชอบ ก็สุดแท้แต่พิจารณาครับ

เพราะทุกอย่างมีดีมีเสีย


7.7.18
SHARE
Writer
imonkey7
นักเขียนไม่เสร็จ
มีเรื่องมากมายจะเขียนแต่ก็เขียนไม่เสร็จ Blog : https://imonkey.blog/ และ https://bookster.blog/

Comments