A balcony next door
A balcony next door
ราวระเบียง l ห้องติดกัน l ควันบุหรี่






นับหนึ่งเปิดประตูกระจก ก้าวออกไปยืนบนระเบียงหอพักชั้นหกแล้วปิดประตูไว้อย่างเดิม เธอหันหลังใช้บั้นเอวอิงราวระเบียงเหล็กดัด มือหนึ่งจับโทรศัพท์ที่แนบหูอยู่ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งคีบบุหรี่ที่เพิ่งจุดเอาไว้



"ถ้าออกจากหอแล้วก็โทรมานะคะ" เธอยิ้มบางๆ เมื่อนึกถึงคนรัก
"อื้อ แล้วเจอกันนะ" ปลายสายตอบรับเสียงนุ่ม



วันนี้นับหนึ่งมีนัดกับแฟนสาวของเธอ พวกเขาอาจจะไปดูหนัง ทานข้าว หรือเดินซื้อของอย่างที่เคยทำเป็นประจำ มันดีทั้งนั้นแหละ แค่ได้อยู่ด้วยกัน เธอวางโทรศัพท์ลงบนเก้าอี้ไม้ที่ปกติเธอชอบมานั่งเล่นยามบ่าย



ซี่ราวระเบียงหนึ่งซี่กว้างพอให้นับหนึ่งสอดขาเข้าไปแล้วนั่งลง หย่อนปลายเท้าห้อยต่องแต่งเตะลม ควันสีหมอกลอยออกจากปากแล้วกระจายตัวสลายเป็นหนึ่งเดียวกับอากาศ ไม่นานก็มีกลุ่มควันอีกกลุ่มลอยผ่านหน้าเธอไป



คนข้างห้องกำลังนั่งอยู่ในท่าเดียวกัน สูบบุหรี่เหมือนกัน ทั้งคู่ยังไม่ได้เริ่มบทสนทนากัน แต่ต่างคนต่างรู้ดี



ว่าพวกเขามีความคิดหลายอย่าง...คล้ายกัน



กางเกงยีนส์รัดรูปที่สวมใส่นั้นทำให้นับหนึ่งนั่งไม่ค่อยถนัด เธอขยับตัวไปมาพร้อมกับจับผ้าส่วนต้นขาให้ยืดออกเล็กน้อยก่อนจะปล่อยขาให้เป็นอิสระตามเดิม เธอรู้ว่าคนข้างห้องมองอยู่ นับหนึ่งหัวเราะเบาๆ ให้ตัวเอง สิ่งที่วิ่งวนอยู่ในหัวมาตลอดหลายวันทำให้เธอคิดไม่ตก ถึงขั้นคิดมากเลยละ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องส่วนตัว ซึ่งมันก็รวมถึงเรื่องระหว่างเธอกับคนข้างห้องคนนี้ด้วย



แววตาขี้สงสัยก้มลงมองพื้นข้างล่างสลับกับท้องฟ้า นับหนึ่งแอบถามตัวเองในใจว่าถ้ากระโดดลงไปแล้ว...



จะได้ขึ้นไปอยู่บนฟ้ารึเปล่า



"ถ้ามึงตกลงไปกูจะเสียใจ กูคงจะไม่ร้องไห้ แต่แน่นอน กูเสียใจ" เจ้าของควันอีกกลุ่มเริ่มบทสนทนา

"เหมือนสำคัญ"

"ก็เคยบอกอยู่นะว่าสำคัญ"



สรุปจากคำพูดของคนข้างห้องได้ว่าถ้าเธอกระโดดลงไปคงมีสภาพดูไม่จืด



นับหนึ่งหันไปมองคนข้างห้อง ริมฝีปากนั่น ที่เธอชอบ สีสวยสดอยู่เสมอ ไม่ว่าจะลิ้มรสนิโคตินมากี่ร้อยมวน มันก็ยังสวย มีนาไม่ได้สะดุดตาเธอตั้งแต่แรกเห็น แต่สร้างความรู้สึกดีๆ ตั้งแต่แรกเจอ



โชคชะตาเป็นเรื่องตลกที่ตัวละครในวังวนไม่มีทางขำออก



ความรู้สึกดีๆ ก่อตัวมาเนิ่นนาน
ไม่รู้วันจางหาย
เด่นชัดจนสังเกตและรับรู้ได้




"มึงเป็นคนดีแต่นิสัยไม่ดี รู้ตัวไหมนับ"

".........."

"แล้วมึงก็ทำกูนิสัยไม่ดีไปด้วย"



น้ำเสียงนั้นดูเศร้า ถึงคนพูดจะไม่ทอดถอนใจ แต่นับหนึ่งสัมผัสความหนักอึ้งในคำพูดเหล่านั้นได้



“วันไหนที่เหนื่อยกับเรื่องนี้ คิดว่าพอแล้ว ก็ปล่อยมือกูได้เลยนะมีน กูจะยืนอยู่ที่เดิม ส่งมึงจากตรงนี้  ยังไม่ต้องเชื่อ ดูเอา" นับหนึ่งพูดเสียงห้วน หากแต่หนักแน่น




จู่ๆ รสควันที่หวานหอมก็กลับกลายเป็นความขมปร่า แต่ทั้งคู่กลับรู้สึกว่ามันควรค่าแก่การสูดลงไปให้เต็มปอด แล้วค่อยๆ ปล่อยให้มันลอยหายไปกับตาอีกครั้ง




หัวใจเต้นแรงเหมือนคนกำลังใกล้ตาย
สุขมากก็เศร้ามาก...แทบตาย




เสียงโทรศัพท์ที่เงียบมากว่ายี่สิบนาทีดังขึ้น



"ฮัลโหล"
"เจนออกมาแล้วนะนับ"
"โอเค อีกสิบนาทีเจอกันค่ะ"




นับหนึ่งโยนก้นบุหรี่ทิ้งไปหลังจากได้ยินสัญญาณกดวางสาย เธอยืนขึ้นแล้วมองลงไปที่พื้น จึงได้รู้ว่าถ้ากระโดดลงไป...



ก็จะมีสภาพแบบเดียวกันกับก้นบุหรี่




คนข้างห้องเห็นภาพนั้นเช่นกัน



พวกเขากลั้นหัวเราะแทบตาย



เสียงนั้นดังก้องอยู่ภายใน



มันกำลังหัวเราะเยาะสิ่งที่หน้าตาคล้ายความรู้สึกผิดชอบชั่วดีและกัดกร่อนหน้ากากที่ปกปิดช่องโหว่ในหัวใจทีละน้อย...ทีละน้อย



และอีกไม่นานก็คงจะมีสภาพแบบเดียวกันกับก้นบุหรี่






🥀




(แปลงมาจากผลงานต้นฉบับของตัวเอง)

SHARE

Comments