ยิ่งกว่านี้อีก
“เรียนมัธยมยากกว่านี้อีก”
“อีกหน่อยก็ยากกว่านี้อีก”
“แค่นี้ก็บ่นแล้วหรอ”
“ทำงานเหนื่อยกว่าอีก”
“สังคมการทำงานน่ากลัวและเหนื่อยกว่านี้อีก”

เชื่อนะ เชื่อเลยว่าทุกคนต้องเคยพูดคำและเคยได้ยินคำนี้ อย่างน้อยต้องสักครั้งนึงในชีวิต ไม่ว่าจะในสถานะของผู้พูดหรืือผู้ถูกพูดใส่ก็ตาม 

 ไม่รู้สิ สำหรับจิ่งนะ จิ่งคิดว่าบางทีเราก็แค่อยากบ่นอะ อยากระบายออกมา ว่าสิ่งที่เราทำตอนนี้ รู้สึกตอนนี้ เรารู้สึกแย่ เราเหนื่อย เราท้อ เราไม่ไหว มันเลยไม่แปลกที่เราจะพูดมันออกมา ก็ในตอนนี้ในขณะนี้เหนื่อยอะ เรื่องที่ทำอยู่ตอนนี้มันยากอะ 

เหมือนกับเราที่ตอนเด็กเรามองว่าการบวกลบเลขในตอนนั้นเป็นเรื่องที่ยาก แต่ใครจะไปคิ๊ดดดด โตขึ้นมาอีกไม่กึ่ปีบวกลบเลขจะหลายเป็นเรื่องง่าย แต่กลับเจออะไรที่ยากกว่าอย่างคูณหาร หา!!! ถามจริงงง ยากแบบต้องร้องขอชีวิตในตอนนั้น แต่โตขึ้นมาอีกเจอยากกว่าอี๊กกก ตัวเลขก็ไม่มีมีแต่พยัญชนะภาษาอังกฤษ  X Y Z มันคืออะไร๊!!!! 

แต่ก่อนจิ่งก็เคยมีความคิดนะ ความคิดที่ว่า ไม่รู้จะบ่นไปทำไม ยังไงก็รู้ว่าต่อไปอาจจะเจออะไรที่ยากกว่านี้ในอนาคตแน่นอน ตอนนี้เราเรียนอยู่ปี 1 เทอม 1 ว่ายากแล้ว ปี1 เทอม 2 ย่อมยากกว่า ปี2 ยิ่งยากกว่าอีก ไม่ต้องพูดถึงปี3 ปี4 และชีิวิตการทำงาน ยากกว่าเป็นเห็นๆ  จิ่งเลยเลือกที่จะไม่ค่อยบ่นว่าเหนื่อย งานหนัก อาจจะด้วยเหตุผลส่วนหนึ่งเพราะเบื่อที่จะได้ยินว่า ต่อไปยากกว่าอีก สาขาเรางานหนักกว่าอีก หรือทำงานหนักกว่านี้อีกกก ไม่รู้สิสำหรับจิ่ง จิ่งคิดว่าความเหนื่อยของแต่ละคนไม่เท่ากันอะ ถ้าเราไม่อยู่ในจุดที่เขายืนอยู่ เราจะไม่รู้เลยว่าเขาเหนื่อยแค่ไหน เราไม่สามารถเอาบรรทัดฐานของตัวเองไปวัดคนอื่นได้ จิ่งเชื่อเสมอว่า ในทุก ๆ วันคนเราย่อมเติบโตขึ้น วันนี้เขาอาจจะทำได้เท่านี้ แต่ครั้งต่อไปเขาอาจจะทำได้มากกว่าเมื่อวาน เหมือนกับที่เราปั่นรถจักรยานหรือหัดทำอะไรครั้งแรก ครั้งแรกเราอาจจะปั่นจักรยาน 2 ล้อไม่ได้ ล้ม ครั้งที่สองอาจจะทรงตัวได้ปั่นเคลื่อนไปข้างหน้านิดนึง ปั่นครบรอบได้ตั้ง 3 รอบ ครั้งที่ 4 ครั้งที่ 5 ครั้งถัด ๆ ไป และวันถัดๆ ไป จนในที่สุดการปั่นจักรยานก็กลายเป็นเรื่องที่ง่ายสำหรับเรา จากที่เคยร้องไห้ งอแง ไม่อยากปั่นแล้วเพราะเจ็บ แต่สุดท้ายคนเราก็ผ่านมันไปได้ 

เหมือนกันกับคนที่มีประสบการณ์ มีความรู้ผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้ว บางครั้งเราอาจจะหลงลืมความรู้สึกของเราตอนนั้นว่าเราก็เคยรู้สึกแบบนั้นเหมือนกันในอดีต เราอาจจะเคยท้อกับการบวกเลข ท้อกับการปั่นจักรยาน ท้อกับการทำการบ้าน ปั่นโปรเจ็ค ท้อกับการต้องเข้าไปเป็นเด็กใหม่ในที่ทำงานใหม่ แต่เพราะทุกๆ วันคนเราย่อมเติบโตและเรียนรู้ เราจึงผ่านเรื่องพวกนี้มาได้ และกลายเป็นเรื่องง่ายๆ เหมือนปอกกล้วยเข้าปาก จนเมื่อเราหันกลับมามองคนอื่น จากจุดยืนของเรา เราเลือกที่จะดูถูกความรู้สึกของคนอื่น 

แต่ก่อนจิ่งก็คิดนะว่าไม่อยากบ่น บ่นไปก็เท่านั้น แต่สุดท้ายเมื่อเก็บไปมาก ๆ ก็เครียดอะ เครียดดก ทำไงดี มันเหนื่อยอะ มันท้อ ไม่ไหวแล้ว สุดท้ายเลยเลือกที่จะพูดออกมา ก็แล้วยังไงอะ ก็เหนื่อยตอนนี้อะ จะบ่นตอนนี้ ก็เรียนอันนี้เหนื่อย ตอนนี้เหนื่อย อยากบ่นอะ แต่สุดท้ายการบ่น ก็คงได้แค่บ่น เพราะสุดท้ายเราก็ก้มหน้าทำสิ่งนั้นต่อไปเรื่อยๆ แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือเรารู้จักตัวเอง เข้าใจและยอมรับไม่ใช่หลอกตัวเองว่า เรายังโอเค เราไม่เหนื่อย เราไหว ต่อไปจะเหนื่อยกว่านี้อีก เพราะฉะนั้นเราต้องทนให้ได้ บางครั้งการที่เราพูดออกมา อาจไม่ได้แสดงคงามเราเป็นคนไม่สู้ หรืออ่อนแอ แต่มันอาจจะแสดงให้เห็นว่าเรารู้จักตัวเองดีก็ได้ ระบายออกมาเถอะ ใครจะพูดอะไรก็ช่าง เก็บไว้มาก ๆ อกแตกตายกันพอดี 5555

17/10/61
จิ่ง







SHARE
Writer
Gingggg
Think teller (own)
เรื่อยๆ

Comments