หลังคาสีพาสเทล
ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ
ที่เราชอบมองท้องฟ้า 
มองในทุกอิริยาบถไม่ว่าจะนั่ง ยืน นอน 
คอยเก็บภาพท้องฟ้าตามสถานที่ต่างๆ บางครั้งก็ซ้ำ
กับที่เดิมๆ เวลาเดิมๆ

บางคนคงมีแอบคิดในใจกันบ้างแหละว่า 
“ ไม่เบื่อหรอวะ ”

อืมมมม จะว่ายังไงดีล่ะ 
 
ในเวลาที่เรารู้สึกว่าง(ไม่มีอะไรจะทำนั่นแหละ)มันเป็นกิิจกรรมนันทนาการทีี่ให้เราได้จินตนาการก้อนเมฆบนท้องฟ้าในวันนั้นๆว่าเป็นรูปทรงอะไรบ้าง อาจจะเป็นสัตว์นานาชนิดหรือไม่ก็อาหาร(ยิ่งคิดก็ยิ่งหิว) ช่วยให้แต่ละวันของเราไม่น่าเบื่อ อีกทั้งยังเสริมสร้างให้เรามีความคิดสร้างสรรค์อีกด้วย


บางเวลาที่เรารู้สึกตึงเครียดกับปัญหาที่เจอในปัจจุบัน สำหรับเราแล้ว ท้องฟ้าเป็นเหมือนเพื่อนรู้ใจอีกคนหนึ่ง เป็นผู้ฟังที่ดีีเสมอต้นเสมอปลาย คำพูดของเขาอาจจะไม่มีเสียง แต่ก็ทำให้เรารู้สึกได้โดยผ่าน " สายลมอ่อนๆ " ให้เราได้รู้สึกสบายใจ เบาใจขึ้น ยิ่งบางคนเหมือนได้ยกภูเขาออกจากอก

การมองท้องฟ้ามััันสอนบางอย่างให้กัับเราด้วย 
โดนคุณลองยืนหรือนั่ง นิ่งๆ สัก30นาที ไม่เคลื่อนที่ไปไหน
แล้วคุณจะพบบางอย่าง บางอย่างที่ว่าคือ
 
การเคลื่อนที่ของเวลา
คล้ายๆกับสุภาษิตที่ว่า “เวลาและวารีไม่เคยรอใคร”
เวลาและสายน้ำ ไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับที่ เวลามีแต่จะเดินหน้าต่อไป สายน้ำก็ไม่มีไหลย้อนกลับ จะทำอะไรอย่ารีรอให้เสียเวลาไปเปล่าๆ ถ้าพลาดแล้วอาจจะไม่มีโอกาสเป็นครั้งที่สอง

ท้องฟ้าเนี่ยยังมีผลถึงความรู้สึกในแต่ละวันอีกด้วยนะ
วันไหนที่ฟ้าสดใสเป็นสีคราม มันทำให้เราเกิดรู้สึกแอคทีฟอยากที่จะออกไปเต็มที่กับสิ่งที่จะเจอ 
แต่....
เมื่อไหร่ที่ท้องฟ้าเริ่มเทาครึ้ม ก้อนเมฆเริ่มจับตัวหนาขึ้น ความรู้สึกในใจมันหม่นๆ เหมือนเพลง "ปล่อยให้ตัวฉันไป ", "escape " หรือไม่ก็ เพลง  " ผ่านไปอีกวัน " ของ moving and cut 
(เริ่มจะออกนอกลู่่แล้ว วนกลับมาๆ555555)

ใช่แล้้วล่ะครับ อย่างที่ได้พรรณนาไปทัั้งหมด
 ท้องฟ้ามัันเป็นอะไรหลายๆอย่างให้กับเรา กิจกรรมยามว่าง เพื่อนแก้เหงา ที่ระบาย พลังบวก และเป็นสิ่งทีี่นำพาความคิดถึงของเราไปสู่อีกคนนึง :) 

" ใครจะไม่ชอบบ้างล่ะ ฟ้ามันไม่เคยหนีไปไหน ถึงกลางคืนมันจะหายไป แต่เดี๋ยวตี5กว่าๆมันก็กลับมาแล้ว " - ตาโต
 



ได้รัับอิทธิพลมาจาก เด็กใต้หลังคา




SHARE
Writer
l3igeye
Reader
เป็นคนไม่ซ้าย ไม่ขวา ไม่สมบูรณ์ไป

Comments