สิ่งไม่ต้องทำสำคัญกว่า: Eisenhower Box [โมเดลบริหารเวลามหัศจรรย์]
1.
จากเตียงคนตายที่เป็นไม้ใกล้ฝั่ง...บอกให้เรารู้ว่าคนเราเสียดาย (regret) สิ่งที่ไม่ได้ลงมือทำมากกว่าสิ่งที่ได้ทำลงไป
การคิดย้อนหลังจากจุดจบย้อนกลับมายังปัจจุบันเช่นนี้เป็นหนึ่งในสิ่งที่พุทธศาสนาเรียกว่า 
“มรณานุสติ” หรือการระลึกถึงความตายเพื่อให้ใช้ชีวิตในปัจจุบันได้อย่างตื่นรู้อย่างเต็มที่ และมันเป็นสิ่งที่สตีฟ จ็อบส์ ทำแทบทุกวันในชีวิตการทำงาน

***[มีทั้งหมด 17 ข้อแบบกระชับ]***

2.
น่าแปลกที่การระลึกถึงจุดจบกลับทำให้เรากลับใช้ชีวิตในปัจจุบันได้อย่างตื่นบาน ไม่กังวลไปยังอนาคต และไม่พะวงหลังไปยังอดีตมากจนเกินไป...ถ้าเราจะตายพรุ่งนี้ เราคงอยากจะใช้ทุกนาทีอย่างมีความหมายในปัจจุบันขณะ

3.
จากข้อเท็จจริงที่ว่าคนเรา ‘เสียดาย’ สิ่งที่ไม่ได้ทำ มากกว่าที่ลงมือทำ...แต่ความเป็นจริงที่ย้อนแย้งของชีวิตพวกเราส่วนใหญ่ก็คือ เรามักบอกตัวเองว่า “ชีวิตยังมีพรุ่งนี้เสมอ” และเราคงยังไม่ตายในเร็ววันหรอก ทำให้เกิดการผัดผ่อนการกระทำออกไปเรื่อยๆ

ปรากฎการณ์ทางจิตวิทยาแบบนี้เราเรียกว่า “การผัดวันประกันพรุ่ง” หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า "procrastination"

4.
“Dwight Eisenhower” ประธานาธิบดีคนที่ 34 ของสหรัฐอเมริกา 
ผู้ได้รับการยกย่องจากหลากหลายวงการ และเป็นหนึ่งในต้นแบบ
ของผู้ที่ “บริหารเวลา” ได้ยอดเยี่ยมคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ 
โดยรับทั้ง “งานหลวงไม่ให้ขาด งานราษฎร์ไม่ให้เสีย” 
ดำเนินโปรเจกน้อยใหญ่มากมายทั้งโครงการอินเตอร์เน็ต(DARPA) 
การสำรวจอวกาศ(NASA) การบุกเบิกแหล่งพลังงานทดแทน 
(Atomic Energy Act)

5.
เคล็ดลับความสำเร็จหรือที่เรียกว่า “Secret Sauce” ของยอดมนุษย์
ผู้นี้ฝังอยู่ในคำกล่าวที่ถูกผลิตซ้ำหลายหน แต่ยังคงเป็นจริงข้ามกาลเวลาและทรงพลัง ใช้การได้ดีมากยิ่งขึ้นในโลกปัจจุบันที่ยุ่งวุ่นวายที่ว่า
“What is important is seldom urgent and what is urgent is seldom important.”
หรือแปลเป็นไทยว่า “สิ่งที่สำคัญส่วนมากจะไม่ค่อยเร่งรีบ และสิ่งที่เร่งรีบส่วนใหญ่แล้วจะเป็นสิ่งที่ไม่สำคัญ” 

“What is important is seldom urgent and what is urgent is seldom important.”
 “สิ่งที่สำคัญส่วนมากจะไม่ค่อยเร่งรีบ และสิ่งที่เร่งรีบส่วนใหญ่แล้วจะเป็นสิ่งที่ไม่สำคัญ” 
- Dwight Eisenhower - 

6.
สิ่งสำคัญที่ว่าคือสิ่งสำคัญในมุมมองของภาพใหญ่ในระดับชีวิตคนหนึ่งคน....คือสิ่งที่สำคัญมากพอที่จะทำให้คนหนึ่งคนรู้สึกเสียดายได้
เมื่อ “วันสุดท้ายของชีวิตมาถึง” แต่น่าแปลกที่สิ่งเหล่านี้ไม่มีใครบอกเราได้ว่าคืออะไร แต่ที่ปฎิเสธไม่ได้ว่ามันคือส่วนหนึ่งความฝัน 
ความหวัง คุณค่าที่เป็นตัวตนที่จริงแท้ของเรา 
เป็นสิ่งที่อย่างน้อยเราก็ “อยากจะทำมันก่อนตาย” 

7.
น่าเศร้าที่ “สิ่งสำคัญส่วนมากจะไม่ค่อยเร่งรีบ” หรือพูดให้ง่ายกว่านั้นคือมัน ไม่มี deadline ไม่มีเส้นตาย ไม่มีใครมากำหนดว่าคืออะไร หรือต้องทำวันไหน ไม่ทำก็ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครว่า แต่เราจะรู้อยู่แก่ใจ

8.
หนึ่งในสาเหตุที่คนส่วนมากในปัจจุบันไม่สามารถสร้างคุณค่าหรือประสบความสำเร็จได้ ก็เพราะเราเกิดและเติบโตมาในยุคที่เรียกว่า “information overload” หรือยุคข้อมูลล้นเกิน ซึ่งจะส่งผลให้เราเข้าถึงข้อมูลได้มหาศาล ทว่าเหรียญย่อมมีด้านตรงข้ามนั่นคือ 
“ความสับสน” ในการเลือกใช้ข้อมูลเหล่านั้น

9.
ใน TED Talks ตอนหนึ่งที่ผมชอบมากๆ 
ที่มีชื่อตอนว่า “paradox of choice” 
ได้กล่าวถึงความย้อนแย้งของยุคสมัยในอิสระภาพในการเลือกกระทำสิ่งต่างๆ ได้ยกตัวอย่างคลาสสิกที่เห็นภาพชัดเจนมากๆ ว่า
สมัยเด็กๆ ตอนผู้พูดไปเลือกกางเกงยีนส์ก็มีอยู่ไม่กี่ทรง 
การตัดสินใจซื้อฉับไวเรียบง่าย แต่พอตัดภาพมาที่ปัจจุบัน
มันกลับไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป...
ลองนึกภาพการตัดสินใจเลือกเครือข่ายอินเตอร์เน็ตในปัจจุบัน
ที่มีหลายค่าย หลายเงื่อนไข หลายแพ็คเก็จ...
ผู้พูดได้อธิบายว่า 
“ทางเลือกที่เยอะเกินไป อาจทำให้เราอ่อนล้าจนไม่เลือกอะไรเลย” 
หรือที่สามารถเรียกได้ว่า ความนิ่งงันจากความกลัว (fear paralysis) 

10.
ความเลือกไม่ออกบอกไม่ถูกบวกกับธรรมชาติของสิ่งสำคัญ
ที่ไม่มีกำหนดเส้นตาย ทำให้เราผัดผ่อนเรื่องสำคัญในชีวิตออกไป

อยากสร้างธุรกิจหรอ ? เอาไว้ที่หลัง รอให้แก่กว่านี้ มีประสบการณ์มากกว่านี้....

อยากเปลี่ยนสายงานไปทำสิ่งที่ถนัดและรักมากกว่า? ทนๆ ทำไปทุกเดือน มีเงินให้ใช้ มันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร...

จนกระทั่งรู้ตัวอีกทีก็เริ่มแก่ หรือร้ายกว่านั้นก็ต้องมานั่งนึกย้อนเสียใจตอนจะเป็นไม้ใกล้ฝั่งแล้วก็เป็นได้

11.
แนวคิด “What is important is seldom urgent and what is urgent is seldom important.”
จึงได้ให้กำเนิดเป็นโมเดลที่ทรงพลังทว่าเรียบง่ายไปในคราวเดียวกันที่เรียกว่า 
“Eisenhower Box” ซึ่งมีชื่อเรียกตามผู้ให้กำเนิด...
มันคือตารางแสนเรียบง่ายที่ช่วยให้เราตัดสินใจเรื่องต่างๆ ในชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และแน่นอนว่านี่คือ “ซ๊อสแห่งความสำเร็จ” ของ Dwight Eisenhower อย่างแท้จริง 

12.
จากรูป “Eisenhower Box” จะประกอบไปด้วยสี่ส่วน
ที่ถูกแบ่งด้วย 2 มิติที่สำคัญนั่นคือ

หนึ่ง ความสำคัญ 
สอง ความเร่งด่วน
 
เมื่อเราได้ลองลิสต์กิจกรรมของเราที่ทำทุกวันลงไปในส่วนต่างๆ 
ครบทั้งสี่ช่อง เราจะสามารถรู้ได้เลยว่าเราควรจะทำอย่างไร
กับพวกมันต่อได้...และความเจ๋งของหลักการนี้ที่เหนือกว่า To do list ทั่วไปก็คือมันไม่ได้บอกให้เราทำงานทั้งหมดที่เราเขียนลงไป 
เพราะนั่นมันคงจะทำให้เรายุ่งและผมคงไม่จัดว่ามันเป็นการบริหารเวลา

ปล.To do list การจดสิ่งร้อยแปดพันเก้าที่เราต้องทำทั้งหมดเป็นลิสต์เพื่อกันลืมและพยายามขีดฆ่ามันทิ้งให้ได้มากที่สุดในแต่ละวันเมื่อเราทำงานเหล่านั้นเสร็จ
===
สี่ช่อง-สี่แนวทางปฎิบัติ
===

13.
สิ่งสำคัญ: สิ่งสำคัญก็คือสิ่งที่มันตอบโจทย์ 
“หากนี่คือวันสุดท้ายของชีวิต” 
เราจะยังนับว่ามันสำคัญหรืออยากจะทำมันไหม 
สิ่งสำคัญมักจะเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับ “เป้าหมายระยะยาว” 
ค่านิยม หรือความฝันที่เรามีมาตั้งแต่วัยเด็ก 
อย่างเช่น อยากถ่ายทอดแนวคิด ความรู้ ความงาม ความจริง 
ผ่านการสื่อสารที่ถนัดคือการเขียนให้คนในวงกว้างได้รับประโยชน์ (กรณีนี้คือตัวอย่างชีวิตผมเอง)
หากมองโดยภาพรวมมันคือสิ่งที่เราต้อง “Active” หรือ "บุกตะลุย"
ในการทำมัน เพราะไม่มีใครสั่งให้เราทำ แต่กลับเป็นว่าการงานเหล่านี้เองที่เปลี่ยนชีวิตเราไปในทางที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง

14.
สิ่งเร่งด่วน: ยกตัวอย่างเช่น การไปทำบัตรประชาชน การชำระค่าหอพักรายเดือน การเช็คเมลล์ลูกค้าเพื่อตอบได้ทันท่วงที การโทรกลับหาหัวหน้าเมื่อเห็น miss call...
สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่มาจากภายนอก เป็นสิ่ง "Passive" หรือ “เรียกร้อง” ให้เราตอบสนอง ให้เราคอยตั้งรับ จะไม่ทำก็ไม่ได้ 
แถมยังมักจะต้องรีบทำทันทีเพื่อไม่ให้ลุกลามจนเกิดปัญหาใหญ่โต...
แต่ในท้ายที่สุดการงานในช่องนี้ ก็เป็นเพียงการ “รักษาระดับ” 
ของเพดานบินให้คงที่...หากเป็นเรื่องงานก็คือทำให้เรายังคงทำงานได้ต่อไปโดยไม่ถูกไล่ออก แต่ไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้เราเจริญก้าวหน้าเพื่อ “ไต่ระดับ” ทะยานสูงขึ้นไปบนท้องฟ้าแต่อย่างใด

15.
หลักการนี้จะช่วยให้เรามีชีวิตที่เรียบง่าย เป็นสุขและเข้าใกล้ความสำเร็จได้มากขึ้นได้อย่างไร? ต้องดูว่ามีคนแบบไหนบ้าง 

หนึ่งประเภทไม่ทำอะไรเลย ใช้ชีวิตไปวันๆ ซึ่งคงไม่จำเป็นต้องอธิบายว่าชีวิตจะลงเอยแบบใด

สอง คนที่ขยันมาก ทำงานเยอะ ตะลุยขีดฆ่า To do list ได้ยาวเป็นหางว่าวในทุกวัน ซึ่งสุดท้ายอาจลงท้ายด้วยอาการ burnout หรือหมดไฟ หากการงานที่ทำมีแต่สิ่งเร่งด่วนแต่ไม่สำคัญ

และคนประเภทสุดท้าย คนที่ประสบความสำเร็จ ที่ยอมสละเวลาเพื่อพูดคุยกับตัวเอง ขุดลึกลงไปในจิตใจว่าสิ่งใดคือสิ่งที่ชีวิตต้องการจริงๆ สิ่งใดคือสิ่งที่สำคัญและมีความหมาย จากนั้นจึงโฟกัสแรงพลังทั้งหมดไปยังสิ่งนั้นในทุกเมื่อเชื่อวัน
===
จำและนำไปใช้
===

16.
เร่งด่วนและสำคัญ:
ไม่ต้องคิดมาก แต่ให้ลงมือทำทันที ที่สำคัญคือทำเป็นอย่างแรกของวันด้วย...ข้อดีหนึ่งของการทำสิ่งสำคัญคือ เมื่อทำแล้วจะช่วยลดสิ่งที่เร่งด่วนแต่ไม่สำคัญในข้อถัดไปด้วย เช่นการออกกำลังกาย เราก็ไม่ต้องไปหาหมอบ่อยๆ ในกรณีฉุกเฉินอีกต่อไป หรือการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ จะเพิ่มสติ ลดอาการเลินเล่อ ไม่เกิดข้อผิดพลาดในการทำงาน ไม่เสียเวลาในการตามแก้ไขสิ่งที่ทำผิดพลาด

เร่งด่วนไม่สำคัญ:
ถามตัวเองว่าจะลดสิ่งเหล่านี้ลงได้อย่างไร (แม้จะยังทำไม่ได้ในตอนนี้) หาทางทำสิ่งที่เรียกว่า Work smart เช่นถ้าเราสามารถจ่ายเงินค่าหอผ่านแอพพลิเคชันได้แทนที่จะเสียเวลาไปธนาคารก็จงรีบทำ...กลยุทธ์คือพยายามลดเวลาที่ใช้ไปในกล่องนี้ให้มากที่สุด แล้วเอาเวลาไปโฟกัสกับสิ่งที่อยู่ในกล่องช่องถัดไป

ไม่เร่งด่วนสำคัญ:
ข้อนี้คือจุดตายที่สำคัญที่สุด !!! 
มันคือสิ่งที่ทำให้ผู้สูงวัยจำนวนมากต้องนึกเสียดายวันวัยในขณะที่พวกเขายังเยาว์และมีแรงกำลังในการทำสิ่งต่างๆ
วิธีที่จะไม่พลาดคือการกำหนดเป้าหมาย และก่อร่างสร้างวินัย และเริ่มต้นทำทันที...ข้อนี้ไม่มีใครบังคับให้ทำหรอกนะครับ!!!
แต่เราต้องลงมือทำด้วยตัวเอง อย่างปัจจุบันผมก็แบ่งเวลาในการอ่านหนังสือ Non-Fiction ดีๆ ทุกวันวันละ 4 ชั่วโมงซึ่งจะช่วยเพิ่มคุณภาพในงานเขียนของผมได้...
แล้วของคุณผู้อ่านล่ะครับ สิ่งนั้นคืออะไร ???

ไม่เร่งด่วนไม่สำคัญ:
สั้นๆ นะครับ...ตัดมันทิ้งเสียถ้าหากทำได้
แต่ก็ไม่ง่ายเท่าไหร่หรอกนะครับ เพราะความบันเทิงรูปแบบต่างๆ 
ที่มาพร้อมกับการพัฒนาของเทคโนโลยี...การใช้เวลาไร้สาระทั่งวัน...
ประเด็นคือไม่ได้กำลังจะบอกว่าไม่ให้มีช่วงเวลาพักผ่อนเลย ในทางกลับกันการพักผ่อนเป็นหนึ่งในสิ่งที่สำคัญมากๆ เช่นกัน ที่จะช่วยให้เราทำงานได้อย่างเต็มที่และยืนระยะได้อย่างยาวนาน 
จงแยกให้ออกระหว่างการรีชาร์ตแบตกับการเสพติด 
มีงานวิจัยออกมาแล้วว่าหลายๆครั้งการเล่นโซเชียลมีเดียไม่ได้ทำให้เรามีความสุขแต่อาจทำให้เกิดการเปรียบเทียบและทุกข์ยิ่งกว่าเดิม 
แต่เราก็ยังเล่นมันเพราะ platform เหล่านี้ถูกออกแบบมาทุกอณูให้เราเสพติด 
(ใครอยากศึกษาเพิ่มเติมสามารถหาอ่านในหนังสือชื่อ Hooked: How to Build Habit-Forming Products)

17.
สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด:
และบทความนี้ก็ดำเนินมาจนถึงข้อสุดท้ายแล้ว 
แต่ก็ไม่ใช่อย่างสุดท้ายที่อยากให้ผู้อ่านทำก่อนปิดหน้านี้ไป
อย่ารอช้าครับ ลองหยิบกระดาษที่ใกล้มือที่สุดแล้วขัดเส้นสองเส้นง่ายๆ แบ่งออกมาเป็นสี่ช่อง...แล้วลองนำไปใช้ทันที !!!

นั่นเพราะไอเดียและแรงบันดาลใจเป็นสิ่งของราคาถูกในโลกทุกวันนี้ที่แรงบันดาลใจมีอยู่ทุกที่ ความแตกต่างจึงเกิดขึ้นกับผู้ที่รู้จักหยิบแรงบันดาลใจเหล่านั้นมาต่อยอดลงมือทำมากกว่า
ไหนๆก็ใช้เวลาอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ก็อย่าหยุดแค่ความคิด 
แต่จงเปลี่ยนมันเป็นการกระทำที่จะส่งผลต่อความสำเร็จอย่างแท้จริงด้วย...โชคดีครับ

ปล.บทความนี้เป็นบทความฝาแฝดที่ควรอ่านคู่กันกับบทความนี้มากๆครับ: ทำ “น้อยสิ่ง” เพื่อให้ได้ “ทุกสิ่ง” [Pareto principle: 80/20 Rule]

สามารถอ่านบทความในตีม "แรงบันดาลใจเริ่มต้นที่นี่" ของผมเพิ่มเติมได้ที่
http://news.se-ed.com/?cat=6
SHARE
Writer
Nui_Napat
so many role to play
ใกล้เรียนจบแล้ว กำลังแสวงหาโอกาสและคุณค่าของสิ่งที่ทำอยู่และกำลังจะทำต่อไป (ปัจจุบันเรียนจบ รับปริญญามา 2 ปี 2 เดือนแล้ว)

Comments