คุณค่าของการสูญเสีย
ผมได้รู้จักกับการสูญเสียครั้งแรก
ก็เมื่อตอนอายุ 10 ขวบ
และเป็นครั้งแรกของผม
ที่ได้ทำความรู้จักกับมันอย่างลึกซึ้ง
สำหรับเด็กตัวเล็กๆคนหนึ่ง 
ที่กำลังสูญเสียของเล่นที่รักที่สุดไป
อาจจะเพราะมันดูเก่ามากแล้ว 
แม่ผมเลยเลือกที่จะทิ้งมัน
ในตอนนั้นเอง ผมคิดถึงมัน
ประหนึ่งเหมือนมันมีชีวิตจริงๆ
เรียกร้องให้ผมไม่ทิ้งมันไป

ในโลกนี้ ไม่มีใครอยากถูกทิ้งให้อยู่อย่างโดดเดี่ยวเดียวดายหรอก

การสูญเสียดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้
ก็ต่อเมื่อ เรากำลังเพลิดเพลิน
กับอะไรบางสิ่ง โดยที่ลืมอีกสิ่งหนึ่งไว้ข้างหลัง
เราละเลย เพิกเฉย ไม่สนใจกับสิ่งๆนั้น 
จนมารู้อีกทีก็ตอนที่กำลังจะเสียมันไป
ก็อาจสายเกินไปที่จะเรียกมันกลับคืนมา

การสูญเสียดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้
ก็ต่อเมื่อของที่เราได้สูญเสียไป
มีค่ากับเรามากเสียจนเราประเมินค่าให้มันไม่ได้
แต่สุดท้ายแล้ว เราก็ต้องเสียมันไป
ทั้งที่ยังรู้สึกรักและหวงมันมาก
เหมือนของเล่นที่เราเล่นในวัยเด็ก
เหมือนกับกล่องดินสอเหล็กรูปรถ
เหมือนกับขนมชิ้นโปรดชิ้นสุดท้าย
ที่เราไม่เคยคิดหรือกล้าที่จะทิ้งมัน

จากทั้งสองเหตุการณ์นี้ 
การสูญเสียเกิดขึ้นได้ทั้งในบุคคล 
สิ่งของ สิ่งมีชีวิต เวลา
หรือแม้แต่สิ่งที่เรานับมันว่าเป็นนามธรรม



เมื่อพูดถึงการสูญเสีย 
มักเกิดขึ้นได้ง่ายกับความรัก
เพราะความรัก เกี่ยวข้องกับการครอบครอง
การเป็นเจ้าของซึ่งกันและกัน

แต่การสูญเสียความรักกลับกลายเป็นเรื่องง่าย
เมื่อเปรียบกับความตายที่กำลังจะมาเยือน
ของคนที่เรารักและไม่มีอะไรเทียบเทียม
ที่เมื่อเสียไปแล้ว จะหายไปตลอดกาล
หลงเหลือเอาไว้ เพียงแค่ "ความทรงจำ"

ในตอนนั้น ตอนที่ผมยังเด็กอยู่มาก
คุณปู่ของผม อายุของแกก็ย่างเข้าปีที่ 92 แล้ว
ทั้งๆที่ยังเหาะเหินเดินอากาศได้สบายๆ
แต่จู่ๆวันนึงก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น
ปู่ของผมล้มป่วยลงอย่างไม่ทันตั้งตัว
เหตุเกิดมากจาก "หกล้ม"

สัญญาณที่หนึ่งของการสูญเสีย
เริ่มแสดงให้เห็นแล้ว

มันมักจะเริ่มเกิด ในช่วงเวลาที่เราไม่เอะใจ
และการสูญเสีย มักจะมาหาเราโดยไม่ทันตั้งตัว

สัญญาณที่สองของการสูญเสีย
มาโดยไม่ทันตั้งตัว

และวันสุดท้ายของคุณปู่ผมก็มาถึง
ทั้งๆที่วันนั้นดูไม่น่าเป็นวันสุดท้ายเสียเลย
มันเป็นวันที่ทุกๆคนตื่นขึ้นมาใช้ชีวิตปกติ
ทำความสะอาด กินข้าว ซักผ้า
ทุกๆอย่างปรกติเสียจน
เราไม่รู้เลยว่าการสูญเสีย
จะมารอเราอยู่ในห้องของปู่แล้ว

ทันใดนั้นเอง ปู่ของผมเริ่มไอหนักขึ้นเรื่อยๆ
ชีพจรเริ่มอ่อนลง พี่คนโตสุดของบ้าน
ตะโกนเรียกทุกๆคนให้เข้ามาในห้องของปู่

เสียงหายใจที่รวยรินของท่าน
เสียงคนเดินเข้าเดินออกกันอย่างไม่ขาดสาย
เป็นที่ทุกๆคนมารวมตัวกัน
เพื่อมาส่งปู่ครั้งสุดท้ายก่อนที่แกจะหลับไป
และไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย

สัญญาณที่สามของการสูญเสีย
มันจะพรากของที่เรารักหรือ เคยรักมากที่สุดไป
และทิ้งบทเรียนบางอย่างเอาไว้ให้

และเมื่อเสียงหายใจของปู่ผมสิ้นสุดลง
เสียงชีพจรหยุดเต้น
จากเสียงเจี้ยวจ้าวคุยกัน
กลับแปรเปลี่ยนเป็นเสียงของความเงียบ
และเสียงคนร้องไห้
เป็นเสียงร้องไห้ ที่เมื่อฟังดูดีๆ
จะรู้สึกได้ว่า เสียงเหล่านั้น
เป็นเสียงที่ร้องออกมา
พร้อมกับความทรงจำ

ผมมองพ่อด้วยสายตาที่งุนงงอยู่ชั่วขณะ
ว่าทำไมถึงเสียใจ ร้องไห้มากมายขนาดนั้น
อาจเป็นเพราะความรัก หรือเพราะความผูกพันธ์
ที่พ่อเองเติบโตมาจากการเลี้ยงดูของปู่
ในแบบที่เราเติบโตมาจากการเลี้ยงดูของพ่อเรา

อดีตทุกอย่างของคุณปู่กำลังจะหายไปในคืนนั้น
ทุกๆอย่างที่เกี่ยวกับท่าน เรื่องราวของท่าน
และการมีตัวตนของท่านจะหายไป
เหลือเอาไว้เพียงความทรงจำ
ที่ว่าท่านนั้นเคยมีชีวิตอยู่
ในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น

เป็นเพราะตอนนั้นยังเด็กอยู่มาก
การสูญเสียในตอนนั้น
จึงเป็นเหมือนเพียงกลิ่นอาย
เหมือนกลิ่นที่ลอยอยู่ ในอากาศ 
แต่เรารับรู้ได้ ถึงการมีตัวตนของมัน

มีอีกครั้งที่ผมได้เข้าใจ
และสวมกอดการสูญเสียอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้ ผมได้สัมผัสมัน
อย่างจังๆ ทั้งๆตัวผมก็เตรียมใจเอาไว้แล้ว

วันที่ผมว่า คือวันที่ผมสูญเสียสุนัขของผมไป
ผมยังจำวันนั้นได้อย่างดี
วันที่มันจากไปอย่างไม่มีวันกลับ

ในวันที่ผมลืมตาดูโลกครั้งแรก
ลูกสุนัขตัวนั้นก็เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวผม
เราทำความรู้จักกันในฐานะสิ่งมีชีวิตต่างสายพันธุ์
เราแบ่งปันความเอ็นดู ความรัก และความผูกพันธ์
เราได้เติบโตมาพร้อมๆกัน
เราได้เห็นการเจริญเติบโตซึ่งกันและกัน

สัญญาณครั้งที่หนึ่งของการสูญเสีย
ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

วันที่มันป่วยเป็นโรคไตในสุนัข
สภาพของมันดูอิดโรย และตัวสั่นอย่างน่าตกใจ
ผมกับแม่จับมันได้อยู่สักพัก จึงเห็นท่าไม่ดี
เลยตัดสินใจต้องพามันไปหาสัตว์แพทย์ในกลางดึกวันนั้น
ผมเตรียมใจไว้แล้วว่ามันคงอยู่ได้อีกไม่นานนี้แน่ๆ

สัญญาณครั้งที่สองของการสูญเสีย
มาโดยไม่มีการเตือน

ในวันนั้นเองผมกำลังนั่งอ่านหนังสือเตรียมสอบกลางภาค
จู่ๆเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น คนที่โทรมา
กลับเป็นแม่ของผม แต่นำ้เสียงของแม่ผมในตอนนั้น
เป็นเสียงที่ผิดปกติ สุขุม เงียบ 
และเมื่อฟังดูดีๆ กลับรู้ได้ว่า
แม่กำลังเสียใจกับอะไรบางอย่างอยู่
ประโยคที่แม่ผมพูดกับผมในตอนนั้น
เป็นประโยคที่ผมไม่อยากได้ยินที่สุด

"มันไปสบายแล้วนะลูก"

สัญญาณเตือนครั้งที่สาม
การสูญเสีย ได้ทิ้งบทเรียนบางอย่างไว้ให้กับผม

ทั้งๆที่ตัวผมเอง ก็เตรียมใจเอาไว้แล้วแท้ๆ
ผมร้องไห้หนักที่สุดแบบที่ไม่เคยร้องมาก่อน
ความรู้สึกในตอนนั้นเหมือนกับเรา
สูญเสียคนในครอบครัวไปคนนึง

ผมเสียใจอย่างสุดหัวใจ ที่ต้องรู้ว่า
ตื่นมาพรุ่งนี้จะไม่ได้พามันไปเดินเล่น

ผมใจหายที่ว่า ผมจะไม่ได้มีโอกาสเห็น
ท่าทีที่มันตื่นเต้นทุกๆครั้งที่ผมกลับมาหามัน

ผมใจหายที่ว่า ผมจะไม่มีใคร
คอยบรรเทาความทุกข์ ในวันที่เครียดมากๆ

จะมีใครอีก ที่ไม่เคยทำให้ผมร้องไห้
จะมีใครอีก ที่ไม่เคยทำให้ผมเสียใจ
จะมีใครอีก ที่ไม่เคยทำให้ผมรู้สึกผิดหวัง

ทุกอย่างๆที่ผมมีให้มัน เหลือเอาไว้เพียงแค่
ความทรงจำ ที่ว่าครั้งหนึ่งผมเคยเลี้ยงมัน

ความรู้สึกลึกๆ และความผูกพันอันแน่นแฟ้น
มิตรภาพระหว่างเจ้าของและสุนัข
ความสัมพันธ์ระหว่างคนและสัตว์
ความผูกพันระหว่างสิ่งมีชิวิตสองสิ่ง
ความตาย การสูญเสีย และการจากลา
ทั้งสามอย่างมาพร้อมกันเสมอ
และจะมาในตอนที่เราไม่เอะใจ
กับการมาเยือนของทั้ง 3 สิ่ง

นาฬิกาชีวิตของคนแต่ละคนเดินไม่เหมือนกัน
เราไม่มีทางรู้เลย ว่าเวลาของเรากำลังจะหมดลงเมื่อไหร่
ลมหายใจสุดท้าย อาหารเช้ามื้อสุดท้าย 
จูบครั้งสุดท้าย การบอกลาครั้งสุดท้าย

เพราะจริงๆแล้ว ความตาย และการสูญเสีย
ก็ไม่ได้จากเราไปไหนเลย
แม้แต่ตอนที่เราลืมตาดูโลกมาก็ตาม
มันอยู่กับตัวเรามาตลอด ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว

ความตายจะทำให้ชีวิตคุณมีความหมายก็ต่อเมื่อวันของคุณใกล้หมดลง

ความตายและการสูญเสีย
ทั้งสองอย่าง ถึงจะต่างกัน
แต่ก็ทำหน้าที่คล้ายๆกัน
ตรงที่ มันทำให้เราเห็นถึง
ความสำคัญของทุกๆวินาทีที่เรายังมีชีวิตอยู่
เพื่อที่จะทำทุกๆอย่างให้ดีที่สุดในแต่ละวัน
ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้ดีที่สุดจริงๆก็ตาม
อย่างน้อยก็ขอให้ทำจนสุดความสามารถของเรา
เพื่อจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจ
กับสิ่งที่ยังไม่ได้ทำในภายหลัง
เพราะแต่ละคน คำจำกัดความของคำว่า 'ดีที่สุด' 
จริงๆแล้ว ก็ไม่เหมือนกัน.

จงใช้ทุกเวลาทุกวินาที บนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือของเจ้าอย่างคุ้มค่า

เพราะการสูญเสีย 
คือสิ่งที่ทุกๆคนจะต้องเจอ 

ไม่ช้า 
ก็เร็ว.
SHARE
Writer
snupphat
An incomplete sentence
บุคคลผู้ล้มเหลวในทุกความสัมพันธ์

Comments

Panthap
8 months ago
เศร้าตามเลยครับ
Reply
snupphat
7 months ago
T.,T
Postyoumilan
8 months ago
เขียนดีมากค่ะ เพร่ะตอนนี้ก็รู้สึกสูญเสียเช่นกัน
Reply
snupphat
7 months ago
มันเศร้าก็จริง แต่ก็ขอให้การสูญเสียเป็นบทเรียนอันล้ำค่าสำหรับคุณนะครับ :)
22021998
8 months ago
สู้ ๆ นะคะ
Reply
snupphat
7 months ago
ได้เลยครับ สู้ๆเช่นกันนะครับ
Gameshadow
8 months ago
สุดยอด รู้สึกมีพลังในการใช้ชีวิตครับ
Reply
snupphat
7 months ago
ขอบคุณมากเลยครับ :)
Nu_Bell
8 months ago
ดีมากกเลยค่ะ อ่านแล้วน้ำตาซึมเลย จับใจมาก
Reply
snupphat
7 months ago
ขอบคุณครับ :)