Game Legend #2 --ไม่รู้ว่าใครถีบให้เข้ามา

.
"เรียนจบทำงานไม่ตรงสายแล้วจะเรียนไปทำไมขอให้ยกมือขึ้น"
เพลงโค้ชโจอี้ที่เขียนเสียดสังคมเมื่อหลายปีที่แล้ว ยังคงใช้ได้จนถึงวันนี้
.
ซึ่งพอได้ยินแล้วพลางทำให้ผมคิดถึงผู้ชายคนนึงที่น่าจะมาเล่าให้ฟังกัน
เพราะชีวิตเขาน่าสนใจ
.
ผู้ชายที่ต้องเรียกว่าบังเอิญได้งานในวงการเกม
แต่ผลงานของเขา ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
.
ย้อนกลับไปเมื่อปี 1990 บริษัทยักษ์ใหญ่วงการเกมตอบตกลงรับเขาเข้าทำงาน ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้าพึ่งปฏิเสธเขาไปหยก ๆ
.
สาเหตุที่ไม่รับตอนแรกเพราะเขาเรียนจบด้านการค้า เรียนเทควันโด้ คาราเต้ และอยากเป็นนักแข่งรถ
.
"ไม่รู้อะไรถีบให้เข้ามา"
เขาตอบติดตลกเมื่อมีคนถามว่าโปรไฟล์แบบนี้ ทำไมถึงได้งาน

.
Shinji Mikami คือชื่อของเด็กหนุ่มคนนั้น ซึ่งจะเรียกว่าพรหมลิขิตก็คงได้ เพราะเขาเองไม่ชอบเล่นเกมมากนักแต่กลับมาทำงานด้านการสร้างเกม
.
"ผมชอบออกไปเล่นข้างนอกมากกว่า เกมที่ผมเล่นเกมแรกในชีวิตช่วงวัยรุ่นคือ Space Invader แต่ก็แค่นั้น จนกลับมาเล่นอีกทีตอนอายุ 20"
.
จุดเปลี่ยนของชีวิตคือช่วงก่อนจบการศึกษา Capcom จัดงาน Meet and Greet ต้อนรับเด็กมหาลัย ในงานสามารถยื่นใบสมัครเข้าทำงานได้ และไม่รู้อะไรถีบให้เขายื่นใบสมัคร
.
แน่นอนด้วยประวัติแล้ว ใบสมัครถูกโยนลงถังทันที แต่ไม่รู้เพราะอะไร ในอีกอาทิตย์ต่อมา เขาถูกเรียกให้ไปทำงาน
.
1990 เขาเข้าทำงานในตำแหน่ง Junior Game Designer และเริ่มทำงานด้านการสร้างเกมแนวปริศนาอย่าง Quiz: Hatena? no Daibōken ลงเกมบอย
.
จากนั้นก็เริ่มมีสวนร่วมในการทำเกมลงเครื่อง Super Nintendo ซึ่งเป็นเกมที่ได้ลิขสิทธิ์จาก Disney อย่าง Goof Troof

และมาปังสุด ๆ กับเกมอย่าง Aladdin 
(ผมชอบมาก ๆ )
ซึ่งทำยอดขายได้ถึง 1.75 ตลับ
.

แล้วโอกาสอันยิ่งใหญ่ก็มาถึง

.
ทาง Capcom เองอยากนำเกมสยองขวัญนามว่า Sweet Home มาทำใหม่ลงเครื่อง PlayStation โดยทางโปรดิวเซอร์ Tokuro Fujiwara มอบโอกาสให้เขาเป็นคนสร้างโดยต้องการให้เป็นเกมสยองขวัญที่มีเหตุการณ์ในตึกเหมือนที่ Fujiwara เคยทำ
.
บริษัทให้โอกาสเขาใส่ไอเดียเต็มที่ ผ่านไปสักพักเขาก็ออกมาปฏิเสธการ Remake Sweet Home
.
และนำเสนอเกมใหม่ที่เขาคิดขึ้นมา ให้ชื่อว่า
"Bio Hazard"
.
หลังจากทีมบริหารเห็นแผนงานพวกเขาก็ไฟเขียวทันที
.
"ผมอยากทำเกมสยองขวัญ ที่แบบว่าน่ากลัวจริง ๆ ไม่ใช่เกมที่ดูแล้วเหมือนจะน่ากลัว" Shinji บอกทีมงานก่อนช่วยกันออกแบบและสร้างเกมขึ้นมาตามที่เขาวางแผนไว้
.
เขาย้ำถึงทางเดินของเขาอีกครั้งว่า
"เพราะผมรู้จักความกลัวที่แท้จริง" 
.
.
Shinji ชอบดูหนังสยองขวัญมาก ทั้ง Evil dead / Jaw หรือแนว ๆ นี้เขาจะดูหมด ทำให้เกมที่เขาทำ มีกลิ่นอายของความกลัวอย่างแท้จริง
.
.
สาเหตุหลักที่เขาเลือกเอาซอมบี้มาเป็นผู้ร้ายหลักเนื่องจากเขาเองเป็นคนที่ชอบผลงานของ George A. Romero

"เพราะซอมบี้มีจิตวิญญาณของความกลัว มันเคลื่อนที่เข้าหาเพียงเพราะต้องการกัดกินคุณ" Shinji กล่าวเสริม
.
.
Bio Hazard หรือ Resident Evil ทำยอดขาย 2.7 ล้านก๊อปปี้ ในปีที่เปิดตัว และรวมทั้งหมด 5.3 ล้านก๊อปปี้รวมทุกคอนโซล
(1996 - 2006 รวมภาค Director Cut)
.
เป็นการการันตีว่าเขาประสบความสำเร็จแค่ไหน

โลกก็เกิดเกมแนว Survivor-Horror
ขึ้นมาและเป็นรากฐานให้กับหลายเกมในยุคหลัง
.
.
หลังประสบความสำเร็จในภาคแรก Shinji ก็กลายเป็นจุดสนใจ
และเมื่อมีข่าวการทำภาค 2 ทั้งโลกก็ตั้งตารอ
.
เขาเลื่อนขั้นไปทำหน้าที่ Producer ยกหน้าที่ Director ไปให้ Hideki Kamiya เข้ามาทำหน้าที่ โดยภาคใหม่นี้ เรื่องราวเกิดขึ้นในเมืองที่ใหญ่ขึ้น

แต่เมื่อเกมถูกปล่อยให้ Shinji ทดลองเล่น เขาพบว่าเกมมันไม่สมบูรณ์ มีหลายอย่างเกินไปที่ผิดเพี้ยน

เขาแนะนำให้ Kamiya รื้อทำใหม่แม้ว่าตัวเกมจะถูกพัฒนาไปถึง 70%
'
.
มีสาเหตุหลัก ๆ หลายอย่างที่ทำให้มีการเปลี่ยนเเปลง ที่เห็นได้ชัดคือตัวสถานีตำรวจ RPD นั้นเป็นแบบโมเดิร์นสไตล์ทั่วไป Mikami บอกว่าเราสามารถทำให้สถานีตำรวจที่เป็นฉากคลาคสิคกว่านี้ได้
.
อีกสาเหตุก็น่าจะเป็นเพราะ Capcom พยายามสานต่อเรื่องราวต่อจากภาคแรกจึงอยากใส่ตัวละครที่มีความเชื่อมโยงด้วยนั่นเอง
.
ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้ RE2 ต้นแบบถูกพับเก็บและถูกเรียกว่า RE1.5
ต่อมาก็มีหลุดมาให้แฟน ๆ เล่น โดยก็ยังเถียงกันว่า ที่หลุดออกมาเป็นแบบ Fanmade หรือหลุดมาจริง ๆ (มีคลิปให้ดูในยูทูปด้วย)
.
ภาคนี้มีการพัฒนาระบบ Zapping ที่ให้ตัวละครมีเรื่องราวเชื่อมกันระหว่าง Leon และ Clair
.
หลังจากภาคสองถูกปล่อยออกมา มีเสียงแตกจากบรรดาแฟนเกม บางส่วนบอกว่าระบบใหม่ทำให้เกมน่าเล่นขึ้น แต่อีกบางส่วนก็บอกว่า
เกมขาดเสน่ห์และไม่เหลือความน่ากลัว
.
"
RE ก็เหมือนลูกสาวผม เมื่อเขาแต่งงานกับคนอื่น แม้ว่าจะมีบางอย่างที่ไม่ถูกใจ แต่นั่นก็เป็นเส้นทางของตัวเขา เรามีหน้าที่มองเขาอยู่ห่าง ๆ และที่สำคัญ เราทำหน้าที่ของเราจบแล้ว" Shinji กล่าวเมื่อมีคนถามว่าพอใจกับภาคนี้หรือไม่
.
แม้จะมีเสียงวิพากษ์ต่าง ๆ นานา แต่ตัวเกมก็ถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในภาคที่ดีที่สุด และทำยอดขายไปกว่า 6.1 ล้านก๊อปปี้ในทุกเครื่องที่ลงจำหน่าย
.
RE3 และภาคแยกอื่น ๆ เริ่มถูกพัฒนาซึ่งส่วนใหญ่ Mikami นั่งแท่น Producer

รวมถึงเมื่อถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนต์ เขาก็มีส่วนเข้าไปช่วยดูบทด้วยในภาคต้นแรก ๆ (และเมื่อเขาไม่เข้าไปดูในช่วงหลัง ซีรีย์นี้ก็ออกทะเลอย่างที่เห็น T . T)
.
.
ถึงจุดเปลี่ยนอีกครั้งใน RE4
.
เมื่อ Capcom ดึงตัว Hideki Kamiya (ผู้กำกับภาค 2นั่นแหละ) กลับมาทำ โดยทั้งหมดตั้งใจว่าจะรื้อระบบ Gameplay ใหม่ทั้งหมด
.
โดย Kamiya นั้นต้องการจะเปลี่ยนภาคลักษณ์ของซีรี่ย์ใหม่เป็นแนวเกมเท่ ๆ มุมมองที่สามแบบเปิด ซึ่งทาง Mikami ไม่ชอบ
.
หลักการถกกันอยู่นาน Shinji จึงแนะนำให้ต้นแบบ RE4 ที่ทาง Kamiya คิดขึ้นไปพัฒนากลายเป็นเกมใหม่และเขาจะช่วย Produce
.
Devil May Cry เกมแอ๊กชั่นสุดเท่ก็กำเนิดขึ้นมาอีกเกม
.
Shinji จัดการกำกับภาค 4 ด้วยตนเอง มีการใส่ไอเดียใหม่ ๆ มากมาย รวมถึงเปลี่ยนแนวเกมให้มีแอคชั่นกว่าเดิน
.
และเมื่อเกมเสร็จสมบูรณ์ ก็เป็นอีกครั้งที่ซีรี่ย์นี้สร้างปรากฏการณ์สะเทือนวงการ
.
.
.
Shinji ยังสร้างเกม รวมถึงมีส่วนร่วมกับเกมดัง ๆ อีกมากมาย ทั้ง Onimusha: Warlords / Dino Crisis / Fallout 4 / The Evil Within และล่าสุดคือเกม The Evil Within2
.
.
.
เหม่ ๆ เล่ามาไกลเลยจากเพลงของเฮียโจ้ โจอี้ กับประเด็นทำงานไม่ตรงสาย แล้วย้ายมามาเรื่องชะตาฟ้าลิขิต
.
ซึ่งหากถามลิงคอนว่าทำไมอยู่ดี ๆ อยากเล่าเรื่องนี้
.
ผมก็คงตอบได้ว่า

"ไม่รู้อะไรถีบให้มาเล่า" เหมือนกัน
.
.
.
จบดื้อ ๆ ใครอยากให้เล่าเรื่องอะไรก็เม้นไว้นะครับ ว่าง ๆ จะมาเล่า
ส่วนใครอยาก ติ ชม แลกเปลี่ยนพูดคุย
เสริมเนื้อหาก็ตามสบายครับ ยินดี ๆ
.
ลิงคอน
.

อ้างอิง

https://en.wikipedia.org/wiki/Shinji_Mikami#Works

http://shmuplations.com/residentevil2/

http://residentevil.wikia.com/wiki/WildStorm_interview_with_Shinji_Mikami

http://survivhor.biohazardfrance.net/morbidcreations/re_behind/re2_int_shinji.htm

http://vgsales.wikia.com/wiki/Resident_Evil
SHARE
Written in this book
Gaming Room
บทความเกี่ยวกับเกมไงละ จะอะไรเสียอีก
Writer
imonkey7
นักเขียนไม่เสร็จ
มีเรื่องมากมายจะเขียนแต่ก็เขียนไม่เสร็จ Blog : https://imonkey.blog/ และ https://bookster.blog/

Comments