First time in First July
เสียง Noti. จาก Messenger ดังขึ้นในเย็นวันเสาร์
ขณะที่เรากำลังเพลิดเพลินกับ Wok of Love
หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยความอยากรู้ว่าใครกันส่งข้อความมาในเย็นวันเสาร์แบบนี้

พอเห็นรูปใน Chat head พร้อมกับข้อความที่ปรากฏขึ้นมาข้างๆ ก็ทำให้ต้องกด pause คอมพิวเตอร์โดยอัตโนมัติ

พรุ่งนี้ตอนกลางวันว่างป่าวคับ ไปหาข้าวเที่ยงกินกันมั้ย
หลังจากอ่านข้อความจบ ปรอทดีใจพุ่งขึ้นทันที
คำชวนนี้มาจากพี่ชายคนนึงที่รู้จักกันมาไม่ต่ำกว่า 10 ปี แต่ไม่เคยได้เจอหน้ากันเลย!

ก่อนหน้านี้ก็เฉี่ยวกันไปมาหลายครั้งแถวแจ้งวัฒนะ แต่ก็ไม่มีโอกาสได้เจอ จนกระทั่งได้รับข้อความนี้ จริงๆ แอบคิดติดตลกในใจว่า ต่อให้ไม่ว่าง ก็จะทำให้ว่างให้ได้ เพราะว่าอยากเจอไง 😂

ครั้งแรกที่ได้ยินเสียงพี่ และวิธีการใช้คำพูด
รู้สึกขึ้นมาว่า พี่ต้องเป็นผู้ชายที่อ่อนโยนมากแน่ๆ ไม่ใช่คนเรียบร้อย แต่เป็นคนใจดี ยิ่งเป็นแบบนี้ก็ทำให้คิดว่าอยากรู้แล้วว่าตอนพบกันจะเป็นยังไง

เราเจอกันที่ป้ายรถเมล์หน้าเซนทรัลแจ้งวัฒนะ
ตอนโทรคุยก็ไม่ได้ถามว่าพี่ขับรถอะไรมา
ตอนวางสายไปก็นึกในใจว่า จะขึ้นรถถูกคันไหมวะ 55555+ แต่ก็เชื่อว่าคงไม่ยากขนาดนั้น ยืนอยู่แป๊บนึงเจ้าเต่าน้อยก็มาอยู่ตรงหน้า คนบนรถก็ยิ้มให้

จากตรงนั้นไปร้านอาหารญี่ปุ่น 
แค่หายใจห้ารอบก็ถึง (ถ้ารถไม่ติด) 
นั่งโต๊ะปุ๊บยังไม่ทันจะสั่งอาหาร พี่ก็บอกว่า 
เดี๋ยวมื้อนี้พี่เลี้ยงเองนะ (ใจดีอีกแล้ว) เราก็เลยตัดสินใจใช้แต้มกับอาหารที่สั่งไปหนึ่งอย่าง เพราะว่าจะได้ช่วยลดค่าอาหารไปได้อีกหนึ่งจาน 

เราสองคนคุยกันสะเปะสะปะมาก 
คุยเรื่องอาหาร เรื่องสมัยเรียนป.ตรี เรื่องชีวิตหลังจบมหาลัย การทำงาน ฯลฯ ตอนแรกๆ ก็สังเกตได้ว่ามันมีภาวะเกร็งๆ กันนิดหน่อย แต่ก็พยายามทำทุกอย่างให้ปกติ คุยกันนานเข้าเราก็รู้สึกว่าสถานการณ์และสายตาท่าทางพี่ผ่อนคลายขึ้น

พี่ให้เหรียญห้าสิบเยนของญี่ปุ่นมา
พี่บอกว่ามันมีความเชื่อของคนญี่ปุ่นว่าพกแล้วจะโชคดี แม้พี่จะดูไม่แน่ใจว่าจริงๆแล้วมันควรเป็นเหรียญห้าเยน หรือห้าสิบเยนกันแน่ แต่เราก็ขอบคุณและคิดในใจว่า สิ่งที่ดีที่สุดมันเกิดตั้งแต่ตอนที่พี่เตรียมเหรียญนี้มาให้เราแล้ว เราไม่ห่วงว่าตำนานจะเป็นแบบนี้ไหม หรือมันต้องเป็นเหรียญอะไรถึงจะถูกต้อง แค่พี่นึกถึงเรา เหรียญนี้ก็มหัศจรรย์สำหรับเราแล้ว และเราจะพกมันติดกระเป๋าเสมอ :)

แต่สิ่งที่เราประทับใจที่สุด คงเป็นทุกครั้งที่พี่ยิ้ม
พี่เป็นคนที่โครตน่ารักเลยเวลายิ้ม ☺
เรารู้สึกมีความสุขตอนเห็นพี่ยิ้ม 
แล้วนั่นก็ยิ่งทำให้เรายืนยันกับตัวเองว่าพี่เป็นคนอ่อนโยนมาก

แอบขำนิดหน่อยตอนพาพี่ไปดู Sketchers ที่เซนทรัล แล้วก็พาลงไปซื้อขนมปังคิวบิกที่ทอปส์ จริงๆ เราเองก็ชอบกินขนมปังคิวบิกมากกว่ายี่ห้ออื่น แต่พี่กินสูตรที่เป็นธัญพืชผสมเมล็ดแฟลกซ์ ส่วนเราชอบกินสูตรที่ผสมบีทรูทหรือไม่ก็ชาร์โคลมากกว่า คือชอบอะไรเหมือนๆ กันเลยแฮะ

พี่ถามถึงร้าน Beauty Buffet เราก็บอกพิกัดพี่ หลังจากนั้นเราก็ได้ยินว่า 'อืม..เหมือนมี GPS เลยเนอะ'
55555+ เรามักจะเป็นแบบนี้ เพราะเราไปตรวจกิจการที่เซ็นทรัลเป็นประจำ แปลกใจนิดหน่อยที่พี่ใช้ของยี่ห้อนี้ แล้วก็อธิบายได้ถึงความแตกต่างของครีมอาบน้ำสองสูตร ทำให้คิดว่าพี่น่าจะเป็นคนละเอียดพอสมควร

เราบอกพี่เรื่องที่เราชอบไปดูของในทอปส์ แล้วเปรียบเทียบ อ่านข้อมูลต่างๆ พี่บอกว่าพี่แอบขำที่เราเหมือนกับพี่ พี่ก็ชอบเหมือนกัน โมเมนท์นั้นคือแบบ ถ้าพี่มีเวลามากกว่านี้ เราคงจะพาพี่ไปเดินเล่นในทอปส์ ดูของด้วยกันแล้ว 😂 

ตอนแรกตั้งใจว่าจะส่งพี่ที่รถ แล้วก็เดินแยกกลับมา แต่รู้สึกเหมือนเป็นคนไร้สติชั่วขณะ เพราะว่าพี่ยิ้ม ก็เดินตามพี่มาเรื่อย พอเดินมาถึงรถก็เปิดประตูไปนั่งในรถเฉยเลย 5555+ แล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่า เออ กูมาทำไมวะเนี่ย แต่ก็มาแล้ว เลยนั่งคุยเป็นเพื่อนพี่ เพราะรถมันติดพอดี 

รถติดนานจนเล่าเรื่อง Johari's window ให้พี่ฟังได้จนจบ แถมตั้งคำถามเพื่อลองทายด้วยว่าลายผิวพี่น่าจะเป็นแบบไหน ครั้งหน้าเราเจอพี่อีกที เราจะเล่าเรื่อง Dermatoglyphics ให้พี่ฟังยาวๆ เลย ถ้าพี่อยากรู้ 

เออ สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราเชื่ออย่างปักใจว่าพี่เป็นคนอ่อนโยน และเป็นคนเอาใจใส่ คือตอนพี่เอาเส้นหมี่ซั่วมาให้ พี่บอกว่า 
'พี่พยายามเลือกเส้นใหญ่ๆ มาให้นะ' 
แล้วตอนเราถึงบ้าน เราหยิบห่อเส้นหมี่มาดู 
เฮ้ย! มันใหญ่จริงๆด้วย มันมีเส้นแบนใหญ่แบบที่เราชอบกินอยู่ในห่อเยอะมาก 
นี่ถึงกับถามตัวเองซ้ำว่า 
ทำไมพี่เป็นคนเอาใจใส่ขนาดนี้นะ..

มีความสุขแหละ
เป็นวันอาทิตย์ที่มีความสุขมากเลย แม้ว่าจะเป็นเวลาแค่สามชั่วโมงสั้นๆ แต่ดีต่อใจ =^_^=

ขอบคุณและหวังว่าเราจะได้พบกันอีกเร็วๆ นี้
อ้อ! หวังอีกอย่างนึงด้วยว่า 
พี่จะมีบล็อกเป็นของตัวเองนะคะ ^•^





SHARE
Written in this book
Sunday Life with BP
Writer
E29AZA
observer
Cool Wild-Goose :: ISTJ :: ลักษณ์ 8

Comments