วิชาไม่แข่งยิ่งชนะ
1
ในห้องเรียนวิชาความคิดสร้างสรรคและการออกแบบแห่งหนึ่ง 
อาจารย์ท่านหนึ่งเดินเข้ามาในห้องที่มีนักศึกษาหลายร้อยชีวิต เขาเดินไปที่กระดาน ลากเส้นยาวเส้นหนึ่งขึ้นมา ก่อนถามนิสิทุกคนว่า "เราจะทำยังไงให้เส้นนี้สั้นลงโดยไม่ไปลบมัน"
ข้อแม้เดียวคือคนที่รู้แล้วอย่าบอกเพื่อน ส่วนคนที่ไม่รู้ครูขอว่าอย่าเพิ่งเปิดกูเกิลหาคำตอบ อาจารย์ให้เวลาพวกเธอครึ่งชั่วโมง ก่อนเดินจากไป

ไม่แน่ใจว่าคุณเคยเจอคำถามนี้ในชีวิตจริงไหม หรือว่าเคยได้ยินเรื่องราวทำนองนี้มาก่อนหรือเปล่า สำหรับผมตอนเจอปัญหานี้ก็เล่นเอาอึ้งไปเหมือนกัน เพราะมันเป็นคำถามที่เรียบง่าย แต่ตอบอยากเหลือเกินว่า "จะทำให้เส้นนี้สั้นลงยังไงโดยไม่ไปลบมัน" ไม่ลบมัน จะบ้าเหรอ มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน ผมคิด

สำหรับคนที่อยากรู้มากอาจจะเปิดกูเกิลหาคำตอบ แต่สำหรับผมที่อยากแก้ปัญหานี้อย่างเต็มที่โดยไม่เพิ่งตัวช่วย ก็พบว่ามันเป็นปัญหาที่ยากเหลือเกิน แล้วคุณเองรู้ไหมครับว่า "จะทำให้เส้นนี้สั้นลงยังไงโดยไม่ไปลบมัน"

2
ตอนที่เริ่มทำงานบรรณาธิการสำนักพิมพ์ใหม่ๆ ครั้งหนึ่งมีนักศึกษาปริญญาโทมาขอสัมภาษณ์ผมเกี่ยวกับงานหนังสือที่ทำอยู่ เธอเป็นรุ่นน้องที่เคยทำงานร่วมกันที่สยามอินเตอร์มาก่อน ตอนนั้นเธอกำลังทำวิจัยเรื่องสำนักพิมพ์ต่างๆ ในบ้านเรา

คำถามส่วนใหญ่ที่เธอถามก็คือเรื่องแนวทางของสำนักพิมพ์ ผลงานที่ทำ ยอดขายต่างๆ แต่คำถามหนึ่งที่ผมสะดุดใจก็คือ เธอถามว่า "แล้ว springbooks จะแข่งขันกับคู่แข่งยังไง" เพราะเราทำหนังสือแนววัยรุ่น คนหนุ่มสาว ซึ่งเป็นตลาดเดียวกับที่สำนักพิมพ์อีกสองแห่งทำอยู่ ซึ่งเขาทำได้ดีมากๆ และเราก็มาทีหลังด้วย

ผมเองเคยอยู่สำนักพิมพ์หนึ่งมาก่อนจึงรู้ว่าทีมงานสิบกว่าคนที่นั่นเก่งกาจมากแค่ไหน ขณะที่อีกสำนักพิมพ์หนึ่งผมก็รู้จักผู้ก่อตั้งดี ว่าเขาเป็นคนหนุ่มมากฝีืมือ และมีทีมงานหนุ่มสาวรุ่นใหม่ไฟแรงที่เก่งกาจไม่แพ้กัน ขณะที่ตอนนั้นผมทำงานคนเดียวไม่มีทีม ใช้การจ้างฟรีแลนซ์และการพึ่งพาทีมงานเดิมของสนพ.อมรินทร์เอา

จะแข่งขันยังไงก็ไม่มีทางที่ผมจะเอาชนะทั้งสองสำนักพิมพ์นั้นได้เลย ต่อให้พยายามมากแค่ไหนก็ตาม ผมจึงตอบเธอไปว่า "แนวทางของเรา คือ ไม่คิดจะแข่งกับใครครับ"
คำตอบของผมเล่นเอารุ่นน้องอึ้งไปเหมือนกัน

3
สามสิบนาทีผ่านไป อาจารย์ประจำวิชาเดินกลับเข้ามาในห้องพร้อมทั้งขอให้เราตอบคำถามที่ค้างไว้ ทว่าทั้งห้องเงียบกริบ ไม่มีใครสักคนที่ตอบคำถามนี้ได้ แม้พวกเขาจะเรียนอยู่ในคณะที่เรียนเกี่ยวกับการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ก็ตาม

อาจารย์ยิ้มก่อนจะหยิบปากกาไวบอร์ดขึ้นมาเฉลย เขาค่อยๆ บรรจงลากเส้นใหม่ขึ้นบนกระดานข้างๆ เส้นเดิม โดยให้มันยาวกว่าเส้นเดิมเล็กน้อย เพียงเท่านี้เส้นเดิมเจ้าปัญหาก็สั้นลงทันที โดยที่เราไม่ต้องไปลบหรือทำอะไรมัน

เรื่องนี้บอกเราว่า เราไม่จำเป็นต้องแข่งขันกับคนอื่นๆ โดยเสียเวลาไปลบเส้นของพวกเขา เพราะว่าเราสามารถใช้พลังงานไปทำสิ่งอื่นได้ โดยการลากเส้นของตัวเอง สร้างเส้นทางที่เราอยากจะเห็นขึ้นมา

4
ในอดีต ผมไม่รู้หมือนกันว่า ที่ผ่านมาตัวเองเสียเวลาไปกับการแข่งขันกับคนอื่น หรือว่าสนใจคนอื่นมากแค่ไหน ทั้งที่ความจริงการสร้างชีวิตตัวเอง การสนใจให้ค่าในสิ่งที่เราทำอยู่ กำลังจะทำต่างหากที่สำคัญกว่า แม้วันนี้เส้นที่เราขีดเอง เลือกเอง จะยังสั้นกว่าเส้นที่คนอื่นขีดไว้

แต่ถ้าวันหนึ่งเราไม่หยุดขีดเส้นของเราสม่ำเสมอ ก็ไม่แน่ว่าเส้นของเราจะยาวกว่าใครๆ
เลิกสนใจคนอื่นได้แล้ว ว่าเขาทำอะไรดีหรือไม่ดี
แต่หันมาสนใจตัวเองดีกว่าว่าเราทำอะไรดี หรือไม่ดี
เพื่อที่จะพัฒนาและปรับปรุงตัวเองต่อไป

เอาเวลามาขีดเส้นทางของเราเอง
เส้นทางที่เราเลือกเดิน
ให้มันไกลที่สุดเท่าที่เราจะขีดได้เลยนะครับ





SHARE
Writer
porglon
Editor
พอกลอน ซาเสียง จบสถาปัตย์ ม.เกษตรศาสตร์ อดีตกองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ a book (2551-2553) บรรณาธิการสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์บุ๊คส์ (2554) บรรณาธิการสำนักพิมพ์ springbooks (2555- 2561) / ผู้เขียนหนังสือ "ทดเวลาฝันเจ็บ" (2559) บรรณาธิการหนังสือ เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด / ก่อนความฝันจะล่มสลาย / บ๊อบ แมวเตะฝันข้างถนน / เรื่องนี้พี่บอกเธอคนเดียว / ไม่เอาน่ะ อย่าคิดมาก / สิ่งที่เจ้านายไม่เคยบอก / โตขึ้นจึงรู้ว่า / ชีวิตมันก็แบบนี้แหละ ฯลฯ

Comments

Dhambox
10 months ago
ถ้าอีกคิดอีกแบบ คือ เดินถอยหลังจากเส้นนั้น แล้ว เส้นนั้นจะค่อยๆสั้นลง ยิ่งใกล้ยิ่งยาว ยิ่งห่างยิ่งสั้น
Reply
porglon
9 months ago
โห คิดได้ไงครับนี่ เหนือชั้นมากๆ
Dhambox
9 months ago
ขอบคุณมากนะคะที่ให้โอกาสตอบแตกต่างได้ คือ มันลอยมาตอนอ่านโจทย์ค่ะ แล้วลองตอบดู ไม่ทราบว่าอยู่ในจุดมุ่งหมายของคำถามหรือเปล่า …ลองคิดต่างนะคะว่า ถ้าอะไรที่เราไม่ให้ความสำคัญมันจะหายไปเองค่ะ หากไปขีดเส้นเทียบจริงๆเราอาจจะอยากแข่งขันกับเขา แต่ถ้าเราออกมาอยู่ในจุดที่เราไม่มีเขาอยู่ในใจเลยเราก็จะไม่เห็นเขาในสายตาแล้วพลังเราก็จะถูกโฟกัสในงานที่เราทำค่ะ …อัันนี้เป็นแนวคิดอีกด้านหนึ่งนะคะ …หากไม่เข้ากรอบกติกาตามเนื้อหา ต้องขออภัย ชอบบทความนี้นะคะ เป็นประโยชน์ ทำให้ได้แง่คิดดีค่ะและได้เห็นความคิดจากคนอื่นๆค่ะ
porglon
9 months ago
 จริงๆ สิ่งที่คำถามพวกนี้ต้องการ น่าจะเป็นคำตอบที่แตกต่างละครับ เป็นคำถามปลายเปิดเพื่อให้เราหลุดออกจากกรอบความคิดที่นิยมทางสังคม(เช่นการแข่งขัน) แต่ถ้าคิดได้ต่างนี่แสดงว่ามีmysetที่ต่างออกไป ซึ่งดีนะครับ(อิจฉา 55) ส่วนอะไรที่เราไม่ให้ความสำคัญจะหายไปเองจริงๆ ครับ นี่ก็ฝึกบทเรียนนี้อยู่เหมือนกันครับ
gaemanggon
10 months ago
เรื่องดีมาก สนุกมากค่ะ
Reply
porglon
9 months ago
ดีใจที่ชอบนะครับ
ขอบคุณที่แวะมาอ่านและคอมเมนต์ฮะ