[OS] Home [SeolA x Bona]

> play
The Vamps - Coming Home
https://www.youtube.com/watch?v=6RLtRX9i5OM


Of course I get lonely, I guess I ain't old me
I'm sick and I'm tired of getting used up and tossed in the side

 

        คิม ซอลอา เกลียดความรู้สึกนี้ ความรู้สึกที่ว่าตัวเองกำลังเหงา

        มันเป็นช่วงเวลาไม่นานนักที่ซอลอารู้สึกไม่เป็นตัวเองอย่างที่เคยเป็น รู้สึกเบื่อหน่าย และเอียนกับความวุ่นวายของทุกเช้าที่ลืมตาขึ้นในห้องสี่เหลี่ยมแทบไม่ซ้ำที่ ทั้ง ๆ ที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาหลายปีมันก็เป็นแบบนี้อยู่ทุกวันตั้งแต่เลือกจะมาทำงานด้านช่างภาพอิสระ เดินทางตามงาน ใครจ้างให้ไปที่ไหนก็ไป ขอแค่งานดีเงินดีหรือท้าทายมากพอให้สนใจเท่านั้น

        “พี่ดูเหนื่อย ๆ พักก่อนมั้ย?”

        ซน อึนซอ รุ่นน้องที่ร่วมงานกับเสมอเรียกซอลอาให้หลุดจากภวังค์ความคิดที่ตีรวนอยู่ในศีรษะ รุ่นน้องคนสนิทส่งกระป๋องเบียร์เย็น ๆ ให้กันด้วยรอยยิ้มเป็นมิตรแบบทุกที เจ้าตัวทิ้งตัวนั่งลงข้าง ๆ ยกกระป๋องเบียร์ในมือขึ้นจิบ ปล่อยให้ความเงียบปกคลุมในห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ของโรงแรมราคาถูกที่ทั้งสองคนหารกันเพื่อนอนคืนนี้หลังจากที่ถ่ายงานมาทั้งวันจนแสงเกือบหมดจากขอบฟ้า

        “ขอบใจ”

        “ช่วงนี้พี่ไม่ค่อยมีสมาธิเลยนะ เครียดอะไรรึเปล่า?”

        “ไม่รู้สิ”

        ซอลอาเอนหลังพิงพนักของโซฟาหนังเกรดต่ำตามราคาของโรงแรม ล้วงมือเข้าไปหยิบเจ้ากล่อง Marlboro Black 100’s คู่ใจออกมาหยิบเอามวนบุหรี่ และส่งมันไปคาบไว้ที่ริมฝีปากสวย

        “ไฟแช็ก”

        อึนซอยักไหล่หลังพูดจบ รุ่นน้องตัวสูงเคาะเจ้า Lucky Strike มวนสีขาวออกจากกล่องบุหรี่ของตัวเอง ก่อนจะลุกไปหยิบไฟแช็กราคาถูกที่หาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อเดินกลับมาจุดไฟที่ปลายมวนบุหรี่สีขาวของรุ่นพี่สาว เมื่อการเผาไหม้ของปลายมวนบุหรี่และเปลวไฟเสร็จสมบูรณ์ อึนซอก็จัดการจุดมันที่ปลายมวนบุหรี่ของตัวเอง ก่อนจะโยนมันทิ้งไว้ที่ข้างโซฟาและทิ้งตัวนั่งลงข้าง ๆ ซอลอาอีกครั้ง

        “พี่นี่เป็นคนยังไงนะ สูบบุหรี่แต่ไม่พกไฟแช็กประจำเลย”

        “เคยพกแล้ว โดนมือดีฉกไปทุกที”

        อึนซอหัวเราะ เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ที่ดังขึ้นเรียกให้คนเด็กกว่ายิ้มน้อย ๆ เจ้าตัวหันมายักคิ้วให้ซอลอา โชว์ชื่อเจ้าของเบอร์โทรด้วยสีหน้ามีความสุข

        “อวดอยู่ได้ รีบไปคุยกับลูดาได้แล้วมั้ง”

        “อย่าอิจฉาที่ไม่มีใครโทรมาบ้างล่ะ”

        รุ่นน้องคนสนิทเดินออกไปคุยโทรศัพท์ที่ระเบียงแล้ว

        ซอลอายังคงปล่อยให้ควันจากเจ้า 100’s ที่คาบอยู่ที่ริมฝีปากของตัวเองลอยอบอวลอยู่ทั่วห้อง เงยหน้าขึ้นมองเพดานสีขาวภายใต้แสงไฟสีส้มผ่านม่านควันสีเทาเหล่านั้น


I hate this hotel room, four walls that stop me from getting to you
I'm hoping that someday we can run away-way from it all

 

         ซอลอารู้สึกเกลียดห้องสี่เหลี่ยมของโรงแรม และเริ่มรู้สึกเกลียดผนักทั้งสี่ด้านที่ทำให้รู้สึกเหมือนถูกขังอยู่ภายในขึ้นมาเสียดื้อ ๆ นึกอิจฉารุ่นน้องคนสนิทอยู่ลึก ๆ อย่างน้อยอึนซอก็ยังมีใครสักคนที่ยังรอให้กลับไปหา ใครสักคนที่เป็นสายเรียกเข้าเสมอมาแม้จะห่างไกลกันเพียงไหนก็ตาม มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ว่าซอลอารู้สึกแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร อาจจะสักวันก่อน หรืออาทิตย์ก่อน ตั้งแต่ทำไฟแช็กหายที่คลับในเมืองบ้านเกิดเพราะมัวดื่มจนลืมทวงคืนจากแม่สาวผมบลอนด์หุ่นสวยที่ตีเนียนมาเฟิร์ตกันด้วยการขอยืมไฟแช็ก

        สุดท้ายซอลอาก็ต้องไปขอให้คนแปลกหน้าที่หน้าคลับจุดบุหรี่ให้เพียงเพราะเห็นหล่อนเคาะเจ้าซิปโป้สีเงินเล่นอยู่ในมือ หล่อนผิวขาว สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์ขาสั้น และรองเท้าผ้าใบคอนเวิร์ส ผมสีดำเหยียดตรงรับกับใบหน้าสวย แววตาไม่เป็นมิตร ระแวดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา

        คนแปลกหน้า ที่พกไฟแช็คราคาแพงแต่ไม่สูบบุหรี่ คนแปลกหน้า ที่ไม่รู้ทำไมซอลอาถึงยืนอยู่เป็นเพื่อนหล่อนจนฝนซา

        คนแปลกหน้า ที่จากกันมาโดยไม่รู้แม้แต่ชื่อ และยังคงทำให้คิดถึงอยู่ตั้งแต่วันนั้นจนถึงตอนนี้ 



 
But I promise I'll be back soon
And a voice through a phone ain't the same, it's true

 


        “พี่จะไปไหนต่อ”

        อึนซอทิ้งมวนบุหรี่ลงพื้น จัดการดับมันด้วยปลายเท้า รุ่นน้องคนสนิทเปิดประตูเจ้า Dodge Charger ปี 69 รถคันโปรดของซอลอาก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งที่นั่งข้างคนขับ

        “ไปส่งเธอกลับไปหาแม่ตัวเล็กก่อนแล้วหาที่นอนแถวนั้นแหละ”

        “พี่นอนห้องฉันกับลูดาก็ได้ถ้าไม่อยากกลับบ้านน่ะ”

        “ฉันไม่อยากตื่นมาเจอเลิฟซีน ฉากเรท หรือฉากหวานเลี่ยนหรอกนะ” อึนซอหัวเราะ เจ้าตัวยกมือถือขึ้นมาส่งข้อความหาคนที่รออยู่อย่างอารมณ์ดี

        “พี่ก็ควรมีใครรอให้กลับไปหาบ้างได้แล้ว”

        ซอลอาไม่ได้ตอบอะไรเธอจัดการแกะลูกอมรสสตรอว์เบอร์รีส่งมันเข้าปาก สตาร์ทรถ เข้าเกียร์ และขับมันไปตามถนนปล่อยให้เพลง take me home ของ John Denver เพลงโปรดของอึนซอดังขึ้นแทนที่ความเงียบเหมือนอย่างที่เคยเป็น

        ซอลอาจัดการส่งอึนซอทิ้งไว้ที่หน้าแมนชั่นคุ้นตาของลูดา ยัยตัวเล็กวิ่งเข้ามากอดรุ่นน้องตัวสูงอย่างน่ารักน่าชังจนซอลอารู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาเสียเฉย ๆ ลูดาชวนเธอให้ค้างด้วยกันก่อนจะต้องออกไปถ่ายงานในอีกสองวันถัดไปอยู่พักใหญ่แต่สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้เพราะซอลอาไม่อยากอยู่เป็นก้างขวางคอขัดขวางช่วงเวลาที่รุ่นน้องคนสนิทควรจะได้ใช้กับคนรัก


        ใครสักคนที่รอให้กลับไปหา


        ซอลอาทิ้งตัวลงพิงเบาะรถอย่างเหนื่อยอ่อน หยิบไฟแช็กราคาถูกที่อึนซอยกให้เพราะเจ้ารุ่นน้องคนสนิทจะไม่สูบบุหรี่ต่อหน้าแฟนสาวของตัวเด็ดขาดขึ้นจุดไฟที่ปลายมวนสีขาวของเจ้า 100’s อัดควันเข้าปอด ปล่อยให้ควันสีเทาอ่อนลอยคลุ้งอยู่ภายในรถ


        ใครสักคนที่รอให้กลับไปหาสำหรับซอลอาคงยังไม่มี

         แต่ถ้าใครสักคนที่อยากเจออีกครั้ง ซอลอาคิดว่าก็พอมีอยู่


Give me time and I'll give you
Every drop of mine

 
        ซอลอาเดินทอดน่องไปตามเส้นทางคุ้นตาที่เคยมาเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน ย่านไนท์คลับช่วงเวลาหลังเที่ยงคืน สถานบันเทิงต่าง ๆ เริ่มทยอยปิดลงเหมือนวันนั้น คิดด่าตัวเองอยู่ในใจว่าทำอะไรอยู่ เวลาแบบนี้ถ้าเป็นปกติคงกลับแมนชั่นนอนแช่น้ำให้สบายตัวแล้วหลับให้สมกับที่ขับรถกลับมาตั้งไกล

        แต่พอคิดจะหันหลังกลับ แผ่นหลังคุ้นตาของใครบางคนที่เจอกันเพียงแค่ครั้งเดียวก็ปรากฏอยู่ในสายตา

        หล่อนแต่งตัวไม่ต่างจากเดิมเท่าไร เสื้อยืดสีขาว กางเกงสกินนี่ยีนส์สีดำ รองเท้าผ้าใบคอนเวิร์ส ไม่ได้เดินรวดเร็วนัก รู้ตัวอีกทีซอลอาก็เดินแทบติดหลังหล่อนแล้วแต่เจ้าตัวยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ

        “hey, Sexy”

        ซอลอาจงใจโน้มหน้าลงไปกระซิบข้างหูหล่อนหวังแกล้งให้ตกใจเล่น แต่หล่อนดันหันมาอย่ารวดเร็วจนศีรษะชนเข้ากับปลายคางของเธออย่างจังจนแทบเสียการทรงตัว

        ซอลอาใช้มือข้างหนึ่งคว้าเอวหล่อนไว้ไม่ให้ล้มลงไป และยกมืออีกข้างที่เหลือลูบคางตัวเองหวังลดทอนความเจ็บลงบ้าง

        “เล่นบ้าอะไรของคุณ”

        หล่อนวีนเธอไปครั้งหนึ่ง ผลักไหล่กันอย่างหัวเสียและถอยออกไปยืนในระยะที่ปลอยภัย เขม่นสายตามองกันเหมือนลูกแมวที่กำลังขู่ และมันไม่ได้ทำให้ซอลอารู้สึกกลัวเลยสักนิด

        “คุณนั่นแหละ มัวคิดอะไรถึงปล่อยให้เข้าใกล้ได้ขนาดนั้น มันอันตรายรู้มั้ย” ซอลอายกยิ้มมองคนตรงหน้าที่ยังคงทำหน้าตาหาเรื่องกันก่อนจะหยิบมวนบุหรี่ที่เหน็บไว้ที่ใบหูมาชี้หล่อนเล่น

        “ถ้าจะมีใครก็คุณนั่นแหละตัวอันตราย” หล่อนค้อนกลับมาหนึ่งที ซอลอาส่งเจ้ามวนบุหรี่ไปคาบที่ริมฝีปาก สบตาหล่อนหนึ่งครั้งและตัดสินใจพูดออกไป


        “จุดบุหรี่ให้หน่อยได้มั้ย?”

        “ไฟแช็กคุณหายอีกแล้ว?” หล่อนยอกย้อนเก่งกว่าที่คิด ซอลอาหัวเราะเบาๆ ยกมือขึ้นเสยผมสีดำเหลือบแดงของตัวเอง

        “ป่าว”

        “งั้นจุดเอง”

        “งั้นหายแล้วก็ได้” แน่นอนว่าซอลอาโกหก ไฟแช็กของอึนซอยังนอนนิ่งอยู่ในกระเป๋าแจ็คเก็ตตัวโปรด

        “โกหก”

        ซอลอาคิดว่าตัวเองแปลก ที่รู้สึกชอบใจเวลาที่หล่อนเถียงด้วยแววตาจับผิดกันแบบนี้ เจ้าตัวยอมแพ้ล้วงเจ้าไฟแช็กราคาถูกออกจากระเป๋าแจ็คเก็ต มองมันอยู่ครั้งสองครั้ง ก่อนตัดสินใจโยนมันทิ้งไปอย่างไม่ใยดีและสบเข้ากับเรือนหน้าสวยที่ตอนนี้แทบอ้าปากค้าง

        จนแล้วจนรอดหล่อนก็ยอมจุดไฟแช็กที่ปลายมวนบุหรี่ให้เธอจนได้แม้จะถูกค้อนใส่มาอีกหนึ่งครั้ง เมื่อเจ้าซิปโป้สีเงินอันเดิมทำหน้าที่ของมันเสร็จเจ้าของก็เก็บมันลงกระเป๋ากางเกงสกินนี่ยีนส์ทันที

        เราคุยกันเล็กน้อย หล่อนบอกว่าเธอสูบบุหรี่เหมือนกับที่พ่อของหล่อนสูบ แววตาหาเรื่องของหล่อนดูผ่อนคลายลงไปจากที่เคยอย่างเห็นได้ชัด แต่แววตาคู่นั้นกลับฉายแววอึดอัดราวกับมีอะไรที่ค้างคาอยู่ภายในใจมากเหลือเกิน

        “เครียดอยู่ใช่มั้ย?”

        “ไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องยุ่งสักหน่อย”

        ปกติซอลอาไม่ใช่คนชอบยุ่งเรื่องของคนอื่น แต่ไม่รู้ทำไมถึงเลือกจะถามออกไปเสียอย่างนั้น หล่อนเถียงกลับมาคำสองคำ แต่แววตาหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด

        ซอลอาพ่นควันสีเทาออกมาไม่ได้ขยับเข้าใกล้มากไปกว่าระยะห่างที่หล่อนเว้นไว้ และสบตากันผ่านม่านควันเหล่านั้น


        “อยากนั่งรถเล่นมั้ย?”


        ซอลอาคิดว่าตัวเองต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ ๆ ถึงชวนคนแปลกหน้าที่ไม่รู้แม้กระทั่งชื่อของอีกฝ่ายขึ้นเจ้ารถคันโปรดที่ทั้งรักทั้งหวงยิ่งกว่าสิ่งใด


         “คุณชื่ออะไร”

         “ต้องรู้หรอ”

         “แต่คุณชวนฉันไปนั่งรถเล่นโดยที่ไม่รู้จักกันเลยเนี่ยนะ”

        “ซอลอา คิม ซอลอา”

        “ก็แค่นี้”

        “คุณยังไม่ได้บอกชื่อของคุณเลย”

        “โบนา คิม โบนา”



 
Keep the car running and keep those sheets warm
Cause baby there is nothing that I want more

 
        ตลอดเส้นทางที่ซอลอามีโบนานั่งข้าง ๆ แทบไม่มีคำพูดระหว่างเราเท่าที่มันควรจะเป็น ทั้งซอลอาและโบนาเหมือนคนแปลกหน้าที่แค่แชร์เวลา บรรยากาศ และเศษเสี้ยวความรู้สึกร่วมกันเพียงช่วงเวลาหนึ่งเสียมากกว่า ซอลอาไม่ใช่คนคุยเก่งและเธอคิดว่าโบนาก็ไม่ได้อยากพูดอะไรมากมายนัก แต่อย่างน้อย แววตาที่เคยหม่นลงก็ฉายแววสดใสเมื่อเธอเปิดกระจกให้หล่อนได้รับลมเย็น ๆ ของช่วงเวลากลางคืน ซอลอาลดความเร็วจากที่เคยขับเกือบร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมงลงเหลือเพียงหกสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง เพียงเพราะอยากปล่อยให้หล่อนซึมซับบรรยากาศเหล่านี้ไว้และไม่อยากให้ความสดใสในแววตานั้นหายไปอีก

        “จะให้ไปส่งคุณที่ไหน”

        “เดี๋ยวฉันบอกทางเอง”

        หล่อนยักไหล่อย่างไม่สนใจ หันไปสนใจบรรยากาศและแสงไฟของช่วงเวลาใกล้สว่างอย่างเดิม รอจนซอลอาขับเข้าตัวเมืองพอถึงถนนคุ้นตาโบนาก็เริ่มบอกทาง และสั่งให้ซอลอาจอดลงที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง

        “บ้านคุณ?”

        “มั้ง”

        ซอลอาสบเข้ากับแววตาของโบนาอีกครั้ง ไม่มีคำพูดระหว่างเราหล่อนยิ้มให้เธอเล็ก ๆ ที่ซอลอาคิดว่ามันดูน่ารักมากกว่าจะยียวนอย่างที่หล่อนจงใจจะกวนประสาทกัน


Than to hold you right beside me the way I always do
 


        ใครสักคนที่รอให้กลับไปหางั้นหรือ...


        ซอลอาคว้าข้อมือของหล่อนไว้ ก่อนที่หล่อนจะเปิดประตูรถ


        “ฉันหาโทรศัพท์ไม่เจอ”

        “แล้ว?”

        “ขอยืมโทรศัพท์คุณโทรเข้าหน่อยได้ไหม”


        โบนาหันกลับมาสบตากับซอลอาอีกครั้ง หล่อนหรี่ตาอย่างจับผิดแต่ซอลอาก็ทำได้แค่ยักไหล่ ปล่อยให้ความเงียบปกคลุมระหว่างเราอยู่เกือบนาทีก่อนที่โบนาจะคว้าโทรศัพท์ออกมาจากกางเกงและส่งมันให้


But I gotta tell you something,
I miss you more then you'll ever know

 
         หล่อนหัวเราะน้อย ๆ รอเธอกดโทรออกและเสียงริงโทนก็ดังขึ้นจากตำแหน่งกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของซอลอา

        “โคตรไม่เนียนเอาซะเลย”

        “ฉันก็ว่างั้นแหละ”


and I'm coming home
 


 
It's been 6 weeks
But how could I ever forget your face? 



        เป็นเวลาหลายสัปดาห์ได้ตั้งแต่วันนั้น ที่ซอลอาพาโบนาไปนั่งรถเล่นจนเกือบสว่าง และวันต่อมาซอลอาก็ต้องดิ่งออกจากตัวเมืองขับรถข้ามผ่านเส้นทางไกลอีกครั้งเพราะมีงานด่วนเข้ามาอย่างช่วยไม่ได้ อึนซอบ่นอยู่พักใหญ่ว่ายังใช้เวลาอยู่กับยัยตัวเล็กของตัวเองยังไม่พอให้หายคิดถึงเลยด้วยซ้ำ

        สำหรับซอลอา ทั้ง ๆ ที่เวลาผ่านล่วงมาเกือบเดือน ก็ยังไม่มีสักวินาทีที่สามารถลืมหน้าใครบางคนได้เลยสักนิด


I find it so cute when you think
There's ever been anyone but you

 

        และซอลอาพึ่งพบว่า ตัวเองไม่เคยเป็นแบบนี้กับใครเลยสักครั้งในชีวิต ยกเว้นเจ้าของไฟแช็กซิปโป้สีเงินที่ชอบขู่ชอบค้อนกันเหมือนลูกแมวตัวเล็ก ๆ ที่คิดว่าตัวเองเป็นเสือร้ายที่จะขย้ำคอกันได้ทุกเมื่อที่ซอลอากวนประสาท

        “ช่วงนี้พี่มองโทรศัพท์บ่อยนะ รอใครโทรมาอยู่หรือไง”

        “ไม่หรอก ไม่มีใครโทรมาหรอกน่า”

        “แปลก พี่มองมันบ่อยกว่าปกติ แถมยิ้มด้วย”

        “แล้วเธอเห็นใครโทรมาหรือยังล่ะ”

        “ก็ยัง”


        ซอลอาหัวเราะส่งอึนซอลงหน้าแมนชั่นที่เดิมก่อนจะรีบขับออกมา ตัดผ่านตัวเมือง ย่านไนท์คลับ และจอดเจ้า Dodge Charger คันโปรดที่ฟุตบาธหน้าซอยที่เคยมาเพียงครั้งเดียว ออกมายืนทิ้งสะโพกลงพิงกับตัวรถรับอากาศเย็นๆ ในเวลาเกือบตีสามของวัน ล้วงโทรศัพท์ออกจากกระเป๋า จุดปลายมวนบุหรี่ด้วยไฟแช็กที่ได้มาจากอึนซอเหมือนเคย ชั่งใจอยู่สักพักก่อนตัดสินใจพิมพ์ข้อความส่งไปหารายชื่อที่ไม่เคยติดต่อกันเลยตั้งแต่ได้มา


SeolA : อยากนั่งรถเล่นมั้ย
2:30 AM


       หลายนาทีผ่านไป ก็ยังคงไม่มีการตอบรับจากปลายสาย ซอลอาจุดบุหรี่อีกมวนขึ้นใหม่ ตัดสินใจจะรอจนกว่าจะหมดบุหรี่มวนนี้และพิมพ์ข้อความต่อไป


SeolA : จะรออยู่หน้าซอย ให้เวลาสิบนาที
2:37 AM


        แล้วสุดท้าย คิม โบนา ในชุดกางเกงขาสั้น เสื้อยืดสีขาว และรองเท้าผ้าใบคอนเวิร์ส ก็มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้ากันหล่อนต่อว่าเธอคำสองคำว่าเป็นคนประเภทไหนถึงได้ชวนคนอื่นไปนั่งรถเล่นตอนตีสองครึ่ง เราเถียงกันอยู่พักใหญ่ก่อนหล่อนจะโดนเธออำว่าลืมกุญแจรถไว้ในรถแล้วเผลอล็อคไปแล้วเรียบร้อย

        “ทึ่มเอ๊ย” หล่อนว่าเธอแบบนั้น คนตัวเล็กกว่าเสยผม ทิ้งสะโพกลงพิงเจ้ารถอเมริกันคลาสสิคคันโปรดของเธอและค้อนกันอีกทีอย่างน่ารัก

        “คุณควรกินอะไรหวานๆ จะได้ไม่หงุดหงิด”

        “ไปไกลๆ เลย” หล่อนผลักเธอออกด้วยท่าทีหมั่นไส้ แต่ไม่มีท่าทีผลักไสเมื่อซอลอาลดระยะห่างของเราให้ใกล้กันอีกนิด

        “ลูกอมมั้ย” ซอลอามองหน้าหล่อนอีกครั้ง แกะเปลือกลูกอมสตรอว์เบอร์รี่เม็ดเล็กๆ ส่งมันเข้าปาก

        “ไม่”

        “คุณชอบรสสตรอว์เบอร์รี่มั้ย”

        “ไม่”

        “พอดีเลย ฉันมีอยู่รสเดียว”

        ซอลอาไม่แน่ใจว่าพาตัวเองจากที่อยู่ข้าง ๆ กันมาใกล้ชิดกับคนตรงหน้าขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร ซอลอากระชับอ้อมกอดลงบนเอวของโบนาอย่างเบามือ และนั่นเป็นครั้งแรก ที่ซอลอาคิดว่าตัวเองใช้มุกที่โง่เง่าที่สุดในชีวิตในการหลอกจูบคนอื่น เป็นจูบแรกระหว่างเรา ที่หวานกว่าลูกอมรสสตรอว์เบอร์รี่ที่เธอชอบ ปลายลิ้นของหล่อนหวานติดริมฝีปากยิ่งกว่าลูกอมยี่ห้อไหน ๆ และซอลอาไม่อยากให้ระหว่างเรามันรวดเร็วเกินไปนัก สุดท้ายคนฉวยโอกาสก็ดันเจ้าลูกอมสตอรว์เบอร์รี่ให้คนในอ้อมกอดแล้วถอนจูบออกอย่างเสียดาย

         เป็นจูบที่ไม่มีคำพูดหลังจากนั้น นอกจากบรรยากาศอุ่น ๆ ท่ามกลางความเย็นของอากาศของเวลาเกือบตีสาม


I know I said I promise I'll be back soon
Just a couple more days we can get through



        และมันก็เป็นอีกครั้งที่ซอลอาต้องดิ่งออกจากตัวเมืองในวันรุ่งขึ้นทั้ง ๆ ที่รู้สึกว่ายังใช้เวลาที่มีอยู่น้อยนิดไปกับใครคนนั้นอย่างไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย เวลาเพียงอาทิตย์เดียวที่ได้อยู่ใกล้ ๆ โบนาเป็นความรู้สึกที่ซอลอาอธิบายไม่ได้และไม่คิดจะหาคำตอบ คืนก่อนพ่อแม่ของหล่อนไม่อยู่บ้าน ซอลอาจึงได้โอกาสไปสำรวจห้องหล่อนเล่นบ้างหลังจากพาหล่อนไปนั่งรถเล่นจนพอใจแล้วและปล่อยให้โบนาหลับไปในอ้อมกอดก่อนจะต้องรีบออกมาในตอนรุ่งสางเพราะอึนซอโทรตาม

        ซอลอาไม่รู้ว่าควรทิ้งข้อความไว้หรือเปล่า เธอเพียงแค่วางลูกอมรสสตอรว์เบอร์รี่รสโปรดไว้ที่โต๊ะข้างเตียงของโบนา

         และคำพูดที่บอกว่าทุกอย่างจะคุ้มค่าถ้าหล่อนรอ



         ทั้ง ๆ ที่ซอลอาไม่เคยเชื่อเรื่องพรมลิขิตเลยด้วยซ้ำ


But give me time and I'll give you
Every drop of mine

 

        “ช่วงนี้พี่ดูจะเร่งให้งานเสร็จไวหรือเปล่า” อึนซอดับก้นกรองบุหรี่ลงกับที่เขี่ยบุหรี่รุ่นน้องถามกันด้วยสีหน้าอารมณ์ดีอย่างเคย

        “ก็คงแบบนั้น”

        “มีใครรออยู่แล้วหรือไง”

         “ไม่รู้สิ”


         ซอลอาไม่รู้ ไม่รู้ว่าใครอีกคนยังรอหรือเปล่า


        “งั้นก็รีบกลับไปหาคนที่รอกันเถอะ”

        “...”

        “เชื่อฉันสิ พี่เองก็มีคนที่รอให้กลับไปหาอยู่แล้วเหมือนกัน”



Keep the car running and keep those sheets warm
Cause baby there is nothing that I want more

 

         ซอลอาส่งอึนซอที่แมนชั่นของลูดาเหมือนเคย รุ่นน้องคนสนิทกระซิบกระซาบกับแฟนก่อนยัยตัวเล็กจะหันมาทำสีหน้าล้อเลียนกันอย่างเห็นได้ชัดและรีบไล่ซอลอากลับทันที

         และตอนนี้ซอลอาก็คิดอะไรไม่ออก นอกจากยังคงขับเจ้ารถอเมริกันคลาสสิคคันโปรดไปตามเส้นทางที่คุ้นตา ตัดผ่านเข้าตัวเมืองมองเส้นทางรอบข้างอย่างใจเย็น คิดอยากจะเร่งเวลาให้เดินเร็วกว่านี้อีกสักนิด และความรู้สึกอุ่นในช่วงอกก็ตีรวนขึ้นมาเมื่อคิดถึงใบหน้าของใครบางคน


        เพราะมันคงไม่มีสิ่งอื่น ที่ซอลอาอยากจะได้มากกว่านี้


Than to hold you right beside me the way I always do
But I gotta tell you something,
I miss you more then you'll ever know and I'm coming home




        ไม่มีสิ่งอื่นใด ที่ คิม ซอลอา อยากจะได้มากกว่าการได้เห็นหน้า คิม โบนา อีกครั้ง

        ไม่มีสิ่งอื่นใดที่ซอลอาอยากจะทำมากไปกว่ากอดหล่อนไว้เหมือนอย่างเคย

        และซอลอาคิดว่าตัวเองรู้แล้ว ว่าสิ่งที่ตัวเองรู้สึกมาตลอดมันคงเรียกว่าความคิดถึง ความคิดถึงมากมายที่ติดอยู่ในอก มากเกินกว่าที่เธอคาดหวังให้มันเป็น และมากเกินกว่าที่หล่อนจะรู้

        ซอลอาไม่เคยรู้ถึงความอบอุ่นของบ้าน สถานที่ที่เรียกว่าบ้านเป็นแค่ที่อยู่อาศัย สำหรับพักผ่อน นอนหลับ ใช้ชีวิตอยู่ มันเคยเป็นแบบนั้นมาตลอด จนใครคนนั้นทำให้รู้สึกว่าบ้าน ไม่ใช่สถานที่อีกต่อไป

 
        ในเมื่อบ้านของซอลอา คือ คิม โบนา เท่านั้น


        หล่อนเป็นเจ้าของความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ และให้ความรู้สึกเหมือนได้กลับไปหาใครสักคนที่รออยู่เสมอ ไม่ว่าเมื่อไรก็ตาม

        ซอลอาจอดเจ้ารถอเมริกันคลาสสิคลงหน้าคลับที่เดิมที่เจอหล่อนเป็นครั้งแรก แสงไฟหน้ารถสาดส่องทาบทับใครบางคนที่เคยเป็นคนแปลกหน้า จนกลายมาเป็นคนคุ้นเคย หล่อนยืนอยู่ที่เดิม ยังคงชอบแต่งตัวเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืดสีขาว กางเกงสกินนี่ยีนส์ หรือแม้แต่รองเท้าฝ้าใบคอนเวิร์สคู่เดิม ในมือถือเจ้าซิปโป้สีเงินเคาะเปิดปิดฝามันเล่นเหมือนครั้งแรกที่เจอกัน

        ซอลอาคว้าซองบุหรี่ เคาะเจ้ามวนสีขาวคาบไว้ที่ริมฝีปากก่อนจะเปิดประตูลงจากรถ สบตากับคนตรงหน้า


        “จุดบุหรี่ให้หน่อยได้มั้ย”


        คิม โบนา ยืนอยู่ตรงหน้า หล่อนรอให้เธอโน้มตัวลงไปหาก่อนจะจุดไฟที่ปลายมวนบุหรี่ และปล่อยให้เราสองคนสบตากันผ่านม่านควันเหล่านั้น


        “อยากนั่งรถเล่นมั้ย”

        “เอาสิ”


        หล่อนยิ้ม ปล่อยเราหัวเราะโง่ ๆ ใส่กันครั้งหนึ่ง ก่อนจะถูกซอลอารวบตัวเข้าไปไว้ในอ้อมกอด



        “ฉันกลับมาแล้ว”


        “ยินดีต้อนรับกลับบ้าน คิม ซอลอา” 


Keep the car running and keep those sheets warm
Cause baby there's nothing that I want more
Then to hold you right beside me the way I always do
But I gotta tell you something,
I miss you more then you'll ever know and I'm coming home





เป็นฟิคที่มีแต่ความคิดถึงค่ะ :)
สำหรับคนที่เป็นเหมือนบ้านของคนไม่เคยมีใคร

จริง ๆ เรื่องนี้จะลงนานแล้ว ถ้าใครเคยอ่าน Candy ฟิคเรื่องนี้เป็นมุมของพี่ซอลค่ะ
ตอนแรกว่าจะลงต่อกัน แต่ตอนนั้นคอมจอฟ้าต้องลง windows ใหม่ไฟล์หายเลยต้องกลับมาเขียนใหม่อีกรอบค่ะ

-
สำหรับเรือลำน้อย ๆ ที่ค่อยมีฟิคค่ะ ไม่เป็นไรพายด้วยใจ และความคิดถึงซอลโบ <3

หวังว่าจะชอบนะคะ
ขอบคุณค่ะ
Number7


SHARE

Comments

yellowp_
2 years ago
ภาษาดีมากเลยค่ะ ฮืออออออออ ชอบมากอบอุ่นไปหมดดดดดดด เป็นฟิคที่ให้ฟีลดีๆมากเลยค่ะ
Reply
Number7
2 years ago
ขอบคุณค่ะ ดีใจที่ชอบนะคะ <3
Browns
2 years ago
ก่อนอ่านเรื่องนี้ต้องรีบไปหาเพลงฟังคลอตามเลยค่ะ เพลงเพราะมากจริงๆค่ะ ตอนแรกเราเห็นฟิคคู่นี้รีบมาอ่าน อ่านไปอ่านมา อ่อ นี้มันเรื่องต่อจากเรื่อง candy เรื่องนั้นเราชอบมากๆเลยค่ะ ยังอ่านซ้ำไปมาหลายรอบมากเลยค่ะ

มาที่เนื้อเรื่องบ้างดีกว่า พอมาอ่านอีกมุมของพิซอลแล้วทำให้รู้ฝั่งของพี่เขาเยอะขึ้นมา จากเรื่องก่อนหน้าที่พี่เขาลึกลับเหลือเกิน แต่พอมาอ่านพาร์ทพี่เขาก็รู้สึกว่าพี่เขาก็คนทั่วไปที่เหงาและอยากมีคนให้กลับไปหาแค่นั้น ดีใจที่ได้รู้ว่า พี่เขาก็คิดถึงน้องโบตลอดเวลาเหมือนกัน เอาจริงๆมันดีมากๆนะคะที่ได้มีคนให้กลับไปหา ในวันที่เหน็ดเหนื่อยและยาวนาน เราอินมากเลย ชอบมากๆค่ะ เรือลำน้อยๆ ดีใจที่มีฟิคมาหล่อเลี้ยงจิตใจค่ะ
Reply
Number7
2 years ago
ขอบคุณค่าาาาาาา
ดีใจที่ชอบนะคะ เสียดายตอนนั้นคอมพังก่อนลงต่อกันไม่ทัน ไม่งั้นน่าจะติดต่อเรื่องได้มากกว่านี้ แอบเขินเลยค่ะที่มีคนยังกลับไปอ่าน candy ด้วย เป็นฟิคที่เราแต่งเองยังชอบอารมณ์ตอนแต่งที่สุดเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับเม้นนะคะ มีกำลังใจแต่งไปอีกสิบเรื่องเลยค่ะ <3
T1
2 months ago
น่ารัก อบอุ่นมากๆเลย ชอบมากค่ะ
Reply