เด็กชายเล้ง

พ.ศ.2514 บ้านฉาง ระยอง

'เตี่ย ขอเงินหน่อยครับ'

'เตี่ยครับ'

ไม่มีเสียงตอบรับจากเตี่ย ผมก็ไม่รีรอ เขย่งหยิบเหรียญในกระป๋องสังกะสีจากแผงร้าน วิ่งแจ้นไปซื้อขนมร้านป้าอรทันที

ผมชื่อเล้ง เป็นลูกชายคนที่สาม และเป็นลูกชายคนเล็กในจำนวนพี่น้อง8คน ประกอบไปด้วย ลูกชาย3คน และลูกหญิง5คน ณ ตอนนั้น ผมเรียนอยู่อนุบาล โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง
ลูกทั้งหมดของเตี่ยกับแม่ มีผมคนเดียวที่ได้เรียนโรงเรียนเอกชน ได้ใส่กางเกงสีน้ำเงินและรองเท้าหนังบาจาสีดำ ทั้งๆที่ฐานะทางบ้านไม่สู้ดีนัก อาจเพราะความเป็นลูกชายคนเล็กเตี่ยกับแม่เลยดูรักผมเป็นพิเศษ แต่ชีวิตไม่ได้สวยงามขนาดนั้น พอจบอนุบาลเตี่ยก็ส่งผมไปอยู่กับอาโกที่กรุงเทพ

บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 

อาโกเป็นพี่สาวของเตี่ย มีลูกชายสามคน ฐานะทางบ้านดีกว่าครอบครัวผมมาก อาจเป็นเพราะอย่างนี้เตี่ยจึงส่งผมมา แต่ความคิดเตี่ยไม่ได้ถูกเสมอไป ถึงเขาจะเป็นอาโกแท้ๆ แต่เขาก็ต้องรักลูกในไส้มากกว่าหลานอย่างผม 
 
'เล้ง ไปซื้อนมให้อาโกหน่อย'

'ครับ'

อาโกยื่นปิ่นโตหนึ่งชั้นกับเงินให้ผม เสร็จแล้วผมก็เดินไปที่ท่าน้ำ จะมีไบ๋พายเรือมาขายนมแพะดิบ
ผมยื่นปิ่นโตให้ ไบ๋ก็ตักนมใส่ปิ่นโตให้ผม ถ้าจำไม่ผิดราคาน่าจะประมาณ 5-6 บาท 
ผมไม่มีโอกาสได้กินนมที่ซื้อมา เพราะอาโกจะเอาไว้ต้มให้ลูกชาย ระหว่างทางผมเลยยกนมดื่มวันละอึกทั้งๆที่ยังไม่ต้มนั่นแหละ เป็นอย่างนี้ทุกครั้ง โดยไม่มีใครสงสัย

ผมเรียนป.1ที่โรงเรียนวัดแห่งหนึ่ง ไปเรียน เลิกเรียน กลับบ้าน วันหยุดก็ต้องช่วยอาโกทำงานบ้าน เวลาว่างส่วนใหญ่ก็หมดไปกับการนวดแขนนวดขาอาโกเพื่อแลกกับเงินเล็กๆน้อยๆเอาไว้เป็นค่าขนม ชีวิตผมวนเวียนอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งวันที่ผมเรียนจบป.3 เตรียมขึ้นป.4 ผมจำได้ดีเลยว่าสอบได้ลำดับที่ดีมาตลอด ไม่เคยเกิน3สักครั้ง แต่ผลการเรียนก็ไม่สามารถช่วยให้ผมขึ้นป.4ได้ เพราะผมไม่มีใบเกิด 

อาโกพาผมนั่งรถแดงไปบ้านฉาง เพื่อไปทำใบเกิด แต่ผมไม่ได้เกิดที่นั่น และเตี่ยกับแม่ก็จำไม่ได้ว่าผมเกิดวันไหน แม้กระทั่งที่ไหน... 
ที่ผมบอกไว้ว่าฐานะทางบ้านของผมไม่สู้ดีนัก ก็เพราะเตี่ยต้องเดินสายออกงานวัดขายของ เตี่ยทำงานแทบจะตลอดเวลาปีๆนึงไม่รู้ว่าไปกี่จังหวัด ไม่มีเวลาที่จะมาจำวันเกิดหรือทำใบเกิดให้ผม จนเวลาล่วงเลยมาจนถึงตอนนี้ และที่โชคร้ายกว่านั้นคือผมเป็นคนเดียวในบรรดาลูกทั้งหมดที่ไม่มีใบเกิด ผมทั้งโกรธทั้งเสียใจ ผมจะไม่ได้ไปเรียนเหมือนคนอื่นๆ ผมจะไม่ได้เจอเพื่อนๆที่โรงเรียนอีก วันนั้นเป็นวันที่ผมร้องไห้หนักที่สุดวันหนึ่งของชีวิต

แต่เด็กยังไงก็คือเด็ก ผมทำใจได้เร็วพอสมควร พอจะไม่ได้เรียนต่อแล้ว เตี่ยจึงส่งผมไปอยู่กับยายที่ราชบุรี 

ดำเนินสะดวก ราชบุรี

บ้านยายเป็นบ้านไม้ทรงไทยหลังใหญ่ สมัยนี้คงจะมองว่าร่ำรวย แต่สมัยก่อนก็แค่ฐานะปานกลาง บริเวณรอบบ้านมีแต่สวน โดยเฉพาะสวนมะพร้าว ที่นี่ไม่มีไฟฟ้าใช้ต้องอาศัยตะเกียงให้แสงสว่างเอา ผมร้องไห้เกือบทุกวันตั้งแต่ย้ายมา 

'เหนียม'

'เหนียม'

'ยายอยู่ไหนล่ะลูก'

ผมนอนร้องไห้ตรงลานบ้านเงียบๆคนเดียว ยายตุ่น เพื่อนยายผมก็แวะมา ผมไม่ตอบอะไรเพราะกำลังอยู่ในอารมณ์เศร้า

'อ้าว ตุ่น'

'เอ้อ มาพอดี ที่สวนฉันเก็บมะพร้าวเลยทำขนมใส่ไส้ไว้แจกคนงาน ทำเยอะไปหน่อย ฉันเลยแวะเอามาฝากจะ'

'โอ๊ย แกไม่น่าลำบากเล้ย บ้านก็ตั้งไกล แต่ยังไงก็ขอบใจจ้ะ'

'ไม่ลำบากหรอกน่า เอ้อ ฉันถามอะไรหน่อยสิ'

'อะไรเหรอ'

'หลานแกเป็นอะไร เห็นนอนร้องไห้ตั้งแต่มาแล้ว'

'ฮ่าฮ่าฮ่า มันคิดถึงเตี่ยกับแม่มันหนะ'

'อ๋อ ฉันก็นึกว่าแกไปดุอะไรหลานซะอีก'

ครับ ผมร้องไห้ไม่ใช่เพราะคิดถึงชีวิตที่บางกอกน้อยหรือโรงเรียนแต่อย่างใด
 
แต่คนที่คอยอยู่ข้างๆผมเสมอ คือพี่ชายคนโต พี่เรียนอยู่มศ.1 ลูกคนไหนที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เตี่ยจะส่งไปอยู่กับญาติเช่นผมกับพี่ และน้องๆที่ยังไม่โตก็อยู่กับเตี่ยแม่ ทุกวันตอนเย็นผมจะเดินจากบ้านไปท่าน้ำเพื่อรอพี่กลับมาจากโรงเรียนโดยเรือหางยาว แค่เห็นหัวเรือผมก็ยิ้มร่าแล้ว

'ไงไอเล้ง'

พี่ทักทายและเข้ามาหอมแก้มผม

'กินข้าวยัง'

'ยัง'

'เห็นคนบนเรือเขาบอกว่า ตอนกลางคืนปลามันเมาน้ำลอยเต็มท่าน้ำเลย พี่ว่าจะไปจับมาให้ยายทำกับข้าว อยากกินไหม'

'อยากๆ ผมไปด้วยได้ไหม'

'ได้'

คืนนั้นผมกับพี่เตรียมกระบุงและเดินจากบ้านไปท่าน้ำ เป็นอย่างที่เขาพูดกันจริงๆ ทั้งปลาทั้งกุ้งลอยเต็มเลย ชาวบ้านแห่กันมาเก็บเพราะไม่ต้องเสียแรงจับเหมือนอย่างที่เคยทำ
แต่ความจริงแล้วสัตว์พวกนี้มันไม่ได้เมาน้ำหรอกครับ ไอ้โรงงานน้ำตาลเฮงซวยมันแอบปล่อยน้ำเสียตอนกลางคืนทำให้สัตว์พวกนี้ตายแบบผิดธรรมชาติ นึกแล้วก็โมโหไม่หาย 

ผมจะนอนกับยายทุกคืน ปกติแล้วยายจะตื่นตี4 มาหุงข้าว ทำกับข้าว เตรียมใส่บาตรทุกวัน วันนี้ก็เช่นกัน ทุกครั้งที่ยายตื่นผมก็จะหลับๆตื่นๆมาเห็นยายกำลังทำกับข้าวในครัว ผมรู้สึกตัวขึ้นมา เห็นตะเกียงในครัวสว่าง มีเงาคนเดินไปเดินมา แต่นั่นจะไม่แปลกเลยถ้าไม่มีคนนอนข้างๆผม แต่นี่ยายยังนอนอยู่ แล้วใครกันที่อยู่ในครัว 

จะว่าเป็นพี่ก็ไม่ได้ เพราะพี่ก็ยังไม่ตื่น

แล้วถ้านั่นเป็นยาย แล้วที่นอนอยู่ข้างๆผมล่ะใคร ?
 
ด้วยความที่ยังเด็ก พอฟ้าสว่างผมจึงถามยาย

'ยาย เช้ามืดยายยังไม่ตื่น แล้วใครมาทำกับข้าวในครัว'

ยายเงียบและเดินจากไป...



เวลาผ่านไปปีกว่า 

'ยายเหนียมเอ้ย'

'อ้าว ผู้ใหญ่ มาทำอะไรหรือจ๊ะ'

'มีจดหมายหนะซี'

'เหรอออ ขอบคุณมากจ้ะผู้ใหญ่'

'จ้า ฉันไปล่ะ ต้องส่งบ้านอื่นต่อ'

ยายแกะซอง และเปิดอ่านเนื้อความในจดหมาย

'ไอ้เล้ง'

'ไอ้เล้งโว้ย'

'ครับยาย'

 ผมวิ่งหอบแฮกๆมาจากหลังบ้าน

'เตรียมตัวไว้เลย เดือนหน้าเตี่ยมึงจะมารับแล้ว'

หัวใจผมเต้นรัว ดีใจสุดขีด 
ผมตั้งหน้าตั้งตารอวันที่เตี่ยจะมารับ เพราะผมรู้ดีว่าต่อจากนี้ชีวิตผมต้องสนุกแน่ๆ
SHARE
Writer
cozylikeapillow
learner
the girl who try to write and who always a little sad

Comments