"ซ้ายบาซูก้า" แดน มาริโน่

(1)

ในที่สุดก็เดินทางมาถึงเรื่องที่ 200 เสียที ก่อนอื่นนั้น ผมขอสิบนิ้วพนมขอบคุณผู้อ่านที่ติดตามมาตลอด ที่เข้ามาอ่านเรื่องราวมากมาย และก็ขอบคุณ Storylog ที่ทำให้มีพื้นที่ได้เล่าอะไรมากมายอีกเพียบ ก็จากนี้ฝากเนื้อ ฝากตัวหัวใจ อีกซักครั้งด้วยครับ 

หลังจากที่เกริ่นมานาน เนื่องจากเรื่องแรกที่เขียนลง Storylog ได้พูดถึงเรื่อง สิงห์อีซ้าย อย่าง สตีฟ ยัง อดีตจอมทัพของ San Francisco 49ers วันนี้เลยขอเขียนถึง ซ้ายบาซูก้า บ้าง ซึ่งเขาคนนี้ได้มีโอกาสฟังเรื่องราวจาก โอตะรุ่นพี่คนหนึ่ง ที่ได้คุยในช่วงรอรอบพิเศษงานจับมือครั้งล่าสุด ซึ่งพี่คนนี้ได้พูดถึงยอดจอมทัพรายนี้ 

ประกอบกับได้อ่านเรื่องราวของสุดยอดจอมทัพของพี่ Romancini ในพันทิพเรื่อง "7 การดวลของสุดยอดควอเตอร์แบ็คในประวัติศาสตร์ NFL"  พร้อมกับได้ดูคลิปจากยูทิวบ์ (YOUTUBE) ผลงานในอดีตของเขา 

คนนี้เก่งสมชื่อจริงๆ

วันนี้ขอพาทุกท่านไปทำความรู้จักจอมทัพผู้ได้สมญานามว่า "ซ้ายบาซูก้า" แดน มาริโน่ 



(2)

เส้นทางสู่การเป็นจอมทัพเริ่มจากการที่เขาได้รับเลือกให้เข้าทีม "โลมามหาภัย" Miami Dolphins ในปี 1983  ซึ่งก็มีเสียงวิจารณ์แตกต่างกันไปแม้ว่าเขาจะมีโปรไฟล์ชั้นดีสมัยเล่นให้กับ University of Pittsburgh แต่คนที่เชื่อมั่นว่า พี่แดน คือไพ่เด็ดที่จะพาทีมไปสู่ความยิ่งใหญ่ ซึ่งคนที่เชื่อมั่นอย่างแน่วแน่คือ ดอน ชูล่า โค้ชทีมในเวลานั้น 

แล้วสิ่งที่ชูล่าเชื่อมั่นก็เป็นจริง เพราะเพียงแค่ 2 ฤดูกาล (1983-1984) จอมทัพมาริโน่ ก็สามารถพาทีมจากที่เคยอยู่กับที่ขึ้นทะยานมาสู่หัวแถว จนกลายเป็นทีมที่ถูกจับตามองในเวลานั้น 

ด้วยความสามารถที่โดดเด่น โดยเฉพาะการขว้างลูกที่แม่นยำทุกครั้ง บางทีก็ขว้างจนแทบจะไม่เห็น มารู้อีกทีก็ทัชดาวน์เรียบร้อยโรงเรียนไมอามี่

ด้วยความแม่นยำ ทำให้ได้รับฉายาว่า ซ้ายบาซูก้า นั่นเอง

เขาได้สร้างสถิติมากมายให้กับวงการจนเลิกเล่น ซึ่งทุกวันนี้สถิติเหล่านี้ยังถูกพูดถึงเสมอๆ 

แต่มีสิ่งเดียวที่เป็นแผลเป็นที่เจ็บที่สุดในชีวิตเขา คือ ........

การเป็นควอเตอร์แบ็คเพียงคนเดียว ที่ไม่เคยได้แหวนซูเปอร์โบวล์เฉกเช่นตำนานคนอื่นๆ



(3) 

เรื่องราวเกิดขึ้นหลังจากที่ในปีที่สองของอาชีพ เขาสามารถพาทีมโลมามหาภัยได้สิทธิ์ ไปชิงถ้วยลอมบาดีในศึกซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 19  

ซึ่งความน่าสนใจคือ ศึกครั้งนี้คือการดวลของสองยอดจอมทัพแห่งยุค 80 

แน่นอน มาริโน่ คือสิงห์ร้ายแห่ง AFC 

ส่วนทาง NFC ก็ส่งจอมทัพที่ในเวลานั้นถูกขนานนามว่า อัจริยะสมองเพชร อันเป็นผลิตผลของ บิล วอลช์ กุนซือในยุคนั้น 

จอมทัพผู้นี้ครบเครื่องและมากความสามารถไม่แพ้ มาริโน่ เช่นกัน

ชื่อของเขาคือ โจ มอนทาน่า 

แล้วศึกครั้งที่ 19 ก็อุบัติขึ้น ซึ่งครึ่งแรก มาริโน่ เปิดตำราใช้ฝีมือนำไป 10 – 7 

แต่พอครึ่งหลัง โจ มอนทาน่า จึงโชว์ความร้ายกาจและกดดันจนมาริโน่ที่ฟอร์มดี กลายเป็นบาซูก้าขัดลำกล้อง จนท้ายที่สุด มอนทาน่า ก็ลั่นกระสุนใส่มาริโน่จนสิ้นลายจบลง 38 – 16 

ส่งผลทำให้มอนทาน่า กลายเป็นจอมทัพไร้พายในเวลานั่น ก่อนจะสร้างความยิ่งใหญ่ในเวลาต่อมา

ส่วน มาริโน่ นี่คือรอบชิงครั้งแรกและครั้งสุดท้าย เพราะหลังจากนั้น แม้จะโชว์ฝีมือได้โดดเด่น แต่ทีมก็ไม่มีโอกาสส่งให้เขากลับไปสู่รอบชิง จนถึงปี 1999 ที่เขาตัดสินใจปิดฉากชีวิตผู้เล่น ทิ้งไว้ด้วยสถิติมากมายที่กลายเป็นตำนานจอมทัพที่ถูกพูดถึงจนวันนี้

แม้เขาจะไม่ได้สัมผัสแหวนซูเปอร์โบวล์มาเชยชม แต่ฝีมืออันเอกอุยังคงอยู่ในความทรงจำของแฟนๆโลมามหาภัยต่อไป.....

ข้อมูลประกอบ: https://pantip.com/topic/31536895
SHARE
Written in this book
คนพันธุ์แอล (L-PEOPLE)
เรื่องราวของคนธรรมดา...ที่กลายเป็นตำนานบนโลกใบนี้
Writer
DreamerWriter25
Rookie Writer
นักเขียน / นักฝัน (สมัครเล่น)

Comments