ไดอารี่น้องแพน #3 ความเปลี้ยของการได้งานแปลกๆมาทำในวันอาทิตย์
ตอนนี้เป็นเวลากลางคืนของวันอาทิตย์ วันก่อนวันจันทร์ที่น้องแพนต้องไปทำงานตามปกติ ธรรมดาแล้วแพนจะได้หยุด แต่วันนี้แปลกไป

เรื่องมีอยู่ว่าที่ทำงานของแพนมีสัญญากับอีกแห่งหนึ่งในการส่งคนฝึกงานของกันและกัน เป็นการพัฒนาร่วมกัน บลาบลาบลาบลา ประเด็นคือสองแห่งนี้อยู่คนละประเทศกันน่ะสิ การเดินทางจึงเป็นทางเครื่องบินอย่างเลี่ยงไม่ได้ 
วันนี้มีคนจากประเทศนู้นมา เครื่องลงสุวรรณภูมิตอนเที่ยง เนื่องว่าแพนเป็นคนที่เก่งภาษาอังกฤษที่สุดในที่ทำงานแห่งนี้แล้ว จึงได้รับไหว้วาน/บอก ให้ไปต้อนรับคณะนี้ จริงๆแล้วแพนก็ไม่ใช่ตัวหลักหรอก มีเพื่อนแพนจากประชาสัมพันธ์ไป ตอนแรกแพนก็ลังเลใจ เพราะว่าวันนี้เป็นวันเกิดปีที่ 70 ของพ่อแพนน่ะสิ ที่บ้านมีงานจัดเลี้ยงใหญ่โต นิมนต์พระฉันเพล จัดเลี้ยงบุฟเฟ่ต์ แพนก็อยากอยู่เหมือนกันนะ แต่เอาวะไปช่วยเพื่อน ยังไงเค้าก็เอารถตู้มารับที่บ้านไม่ต้องเดินทางเอง และมีเพื่อนไปหลายคน พระมาที่บ้านยังไม่ทันจะสวดแพนก็ต้องกระโดดขึ้นรถออกไปแล้ว

พอไปถึงสนามบินความเพลียที่หนึ่งจึงเกิดขึ้น
คนขับรถก็ดูงุนงงหลงทาง ก็เลยได้แต่จอดในลานจอดกลางแจ้ง แล้วเราก็เดินเข้าสนามบินจากชั้นล่างสุด เข้าไปตรงที่มีฟูดคอร์ด แล้วก็ขึ้นบันไดเลื่อนขึ้นไปโดยไม่ได้ถูกห้ามอย่างไร ขึ้นไปชั้นสองแล้วก็ชั้นสาม ด้วยความงุนงงเพราะไม่เคยมารับใครที่สนามบินมาก่อน แล้วเราก็ดูไปว่าอ๋อต้องรอที่ชั้นสอง ชั้นผู้โดยสารขาเข้า เราก็เดินออกจากโซนด้านในเพื่อไปดูตารางเครื่องบินลงตรงด้านนอกที่ติดถนนรถขับ ก็ยืนดูอยู่นานสองนานเห็นไฟลท์ของคนที่เรามารับ แล้วก็เดินวนเข้าด้านในเพื่อไปนั่งรอเพราะมันยังไม่ถึงเวลา พื้นที่รอรับคนก็ดูงงๆไม่ชัดเจน พอเราจะเดินวนออกไปดูเวลาอีกรอบคราวนี้รปภ.ไม่ให้ออก บอกว่าเป็นพื้นที่ของผู้โดยสารเท่านั้น 
อ้าวก็งงสิ เมื่อกี้เดินเข้าเดินออกตั้งหลายรอบแล้วไม่เห็นมีใครสนใจ ดูคนอื่นเดินตัวปลิวกันไปมาก็ไม่เห็นจะโดนว่า แล้วไม่ให้เราออกตรงนี้จะให้เราไปออกตรงไหน คนหนึ่งก็บอกให้เดินขึ้นเดินลงไปตรงนั้นใหม่ อีกคนก็บอกมาตรงนี้ไม่ได้ อีกคนก็บอกอย่าไปตรงนั้น รปภ.ที่นี่ยังไงกับแน่นะงงไปหมด คุยด้วยสามคนมีพูดดีด้วยแค่คนเดียว อีกสองคนมีความเหวี่ยงวีนใส่เต็มที่ 

พื้นที่ด้านในก็บอกว่าเป็นของผู้โดยสาร พื้นที่ด้านนอกก็บอกว่าเป็นของผู้โดยสาร สรุปว่าเข้าก็ไม่ได้ออกก็ไม่ได้ เป็นคุณ คุณงงไหม
เพราะเราเดินเข้ามาจากชั้นล่างก็ไม่ได้มีใครห้าม เดินขึ้นบันไดก็ไม่มีใครห้าม แต่ตรงนี้กลับมาห้ามในเมื่อเราเข้ามาแล้ว จะให้เราอยู่ในสนามบินไปจนตายหรอ
ก็ไม่อยากจะอยู่ต่อกับพวกนี้หรอกแต่ก็ต้องรับแขก  ยืนเนียนๆมันอยู่แถวนั้นแหล่ะ ไอ้ตรงที่ว่ายืนไม่ได้น่ะ แล้วยังจะมีมาเหล่ตามองด้วยนะแหมๆ
การรักษาความปลอดภัยที่ห้ามบ้างไม่ห้ามบ้างมันคืออะไรกันแน่ ในเมื่อคนเข้าชั้นสี่ก็อิสระและสามารถลงบันไดลงลิฟท์มาได้ คนเข้าชั้นหนึ่งก็อิสระ คนเข้าจะถนนชั้นสองเองก็อิสระ แล้วทำไมฉันที่อยู่ข้างไหนถึงเดินไปไหนไม่ได้ มาบอกว่าคนอื่นเขาเดินได้เพราะเป็นผู้โดยสาร แต่คุณไม่ได้มีการตรวจอะไรเลย บางคนมีกระเป๋า บางคนก็ไม่มีกระเป๋า หอบลูกจูงหลานเดินกันปลิวว่อน คุณไม่สนใจแต่คุณมาว่าเรา ถ้าไม่ให้เข้าจริงๆแน่จริงก็ตรวจพาสปอร์ตไปเลยสิ 

บ่นมายาว ข้ามเรื่องเลยดีกว่าเพราะในที่สุดแขกก็มา เขาเองก็เดินตามหาเราแต่เราตามหาเขาไม่ได้เพราะรปภ.ไม่ให้เข้าไม่ออก

ตัดบทมายังตอนกลางคืน
เวลาหนึ่งทุ่มเราก็เดินทางถึงที่ทำงาน ซึ่งผู้ประสานงานบอกว่าติดต่อบ้านพักไว้ให้แล้ว แต่พอไปถึงบ้านพักยังไม่เสร็จ ล็อบบี้บอกว่าแขกเดิมคืนกุญแจให้ช้าเดี๋ยวให้แม่บ้านไปจัดก่อน
เดี๋ยวมันยังไง คืนช้าหมายความว่ายังไง นี่มันก็ทุ่มหนึ่งแล้ว
สืบไปสืบมาก็ได้ความว่า คนประสานงานส่งเอกสารให้บ้านพักว่าคนกลุ่มนี้ทำงานวันที่สองถึง สิบสอง ก็ไม่รู้ว่าติดต่อกันยังไง ตีความกันยังไง จะให้เข้าบ้านพักวันที่สอง แขกชุดเก่าตอนแรกทำท่าว่าจะค้างต่อด้วยซ้ำ ถ้าเป็นแบบนั้น แขกของเราจะไม่ได้ห้องเลยนะ
นี่เค้าเดินทางมาจากต่างประเทศนะ เริ่มทำงานวันที่สองมันก็ต้องเข้าพักวันที่หนึ่งสิ ระยะทางจากที่นี่ มาจากสนามบินมันไม่ใช่โลสองโลนะ กลายเป็นว่าก็รอแกร่วกันไปสิกว่าแม่บ้านที่กลับบ้านไปแล้วจะมาจัดห้องให้ใหม่ คือที่นี่มันไม่ใช่โรงแรมไง มันไม่ได้จะเร็วขนาดนั้น 

แล้วแพนก็ต้องรอใช่มั้ยล่ะ เหนื่อยป่ะล่ะ ลองคิดดู

บ้านพักพร้อมไม่พร้อมไม่มีบอก พรุ่งนี้กลุ่มนี้ทำอะไรไปที่ไหนกี่โมงมีใครขับรถมารับก็ไม่มีบอก ฉันก็จะไม่ยุ่งแล้วนะงานแบบเนี่ย จริงๆมันก็ไม่ใช่งานตรงตำแหน่งด้วยนะ
งานรองพวกเนี่ยทำฉันหัวร้อนมาหลายรอบแล้ว
หงุดหงิดจนไม่อยากทำอะไร หงุดหงิดจนหนืดเนือยและเชื่องช้า
น่าจะปฏิเสธไปให้พ้นๆ
เบื่อ
SHARE
Writer
LaureaParma
Un-realist
All we can ever do is try

Comments