อ่านแล้วเล่า สรุปหนังสือ The Nerd of Microsoft โสภณ ศุภมั่งมี
เป็นเรื่องราวของหนุ่มไทยที่ได้ไปทำงานไกลถึงไมโครซอฟต์ยานแม่ที่ Seattle จากฝันในวัยเด็กที่อยากเป็นคนทำเกม จนทำให้ดิ้นรนไปเรียนเป็นโปรแกรมเมอร์ไกลถึงอเมริกา แล้วไปๆมาๆก็เลยได้มาเป็นโปรแกรมเมอร์ที่บริษัทที่เชื่อได้ว่าน้อยคนบนโลกจะไม่รู้จัก
.
จากชีวิตที่รุ่งโรจน์ในเส้นทางโปรแกรมเมอร์ที่ไมโครซอร์ฟ จากพนักงานรุ่นเล็กจนได้มาเป็นหัวหน้าทีมในปฏิบัติการใหม่ขนาดใหญ่ที่ชื่อ Bing (เวปเสริชของ Microsoft ที่ตั้งใจทำมาแย่งส่วนแบ่งเค้กการตลาดกับ Google) แต่แล้วชีวิตก็พลิกผันเพราะปัญหาทางครอบครัว ทำให้โสภณคนนี้ต้องทิ้งทุกอย่างที่สร้างมากว่าสิบปีที่อเมริกา บินกลับไปใช้ชีวิตที่เชียงใหม่บ้านเกิน ทั้งหมดนี้ก็เพราะคำว่า “ครอบครัว”
.
ถ้าถามว่าอะไรคือหัวใจสำคัญของหนังสือเล่มนี้ ที่ผู้เขียนอย่าง โสภณ ตั้งใจเล่าให้เราฟัง ผมตอบได้ดังๆหนึ่งคำนั่นคือคำว่า “ทีม”
.
เพราะบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Microsoft เต็มไปด้วยคนที่เก่งที่สุดในทุกด้านจากที่เชื้อชาติบนโลกมารวมกันอยู่แล้ว ดังนั้นการอยู่ร่วมกันและทำงานด้วยกันได้ดีจึงกลายเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดที่ Microsoft ให้ความสำคัญ
.
ในวันสุดท้ายของการทำงาน เค้าต้องทำ Exit Interview กับหัวหน้างานที่ชื่อ ไทเลอร์ กับคำถามว่า “คุณได้เรียนรู้อะไรบ้างจากการทำงานที่ไมโครซอฟต์”
.
โสภณคนนี้ตอบว่า “ทีมคือสิ่งสำคัญที่สุด ไม่ว่าคุณจะเก่งแค่ไหนก็ไม่มีทางทำทุกอย่างได้ แต่ถ้าคุณมีทีมที่เก่ง ทุกอย่างก็สามารถเป็นไปได้”
.
แต่ก่อนโสภณจะเข้าใจคำว่า “ทีม” ได้ลึกซึ้งขนาดนี้ ในตอนแรกที่เค้าโดนหัวหน้าเก่าสั่งให้ดูแลเด็กฝึกงาน ก็เคยทำพลาดเหมือนกัน
.
ตอนนั้นโสภณโดนหัวหน้าเก่าที่ชื่อ “ไรอัน” สั่งให้คอยดูแลเด็กฝึกงานคนหนึ่งที่ถูกสั่งมาให้ประกอบทำงานคู่กับตัวเอง แต่ด้วยความที่เด็กฝึกงานยังเด็ก ก็เลยไม่เข้าใจและเกิดคำถามมากมายอยู่ตลอด ทุกครั้งโสภณก็คอยเป็นพี่เลี้ยงตอบคำถามอย่างดี แต่มีครั้งนึงที่มีงานด่วนและรีบมากเข้ามา โสภณเลยเผลอหงุดหงิดแล้วต่อว่าไปว่าให้หยุดถามซักแปบได้มั้ย จากนั้นเด็กฝึกงานคนนั้นก็ไม่เคยถามอะไรโสภณอีกเลย และทั้งคู่ก็ไม่เคยกลับมาคุยกันอีกเลย
.
จนไรอันที่เป็นหัวหน้าโสภณในตอนนั้นรู้เรื่องเข้า และได้สอนโสภณว่า “การทำงานในบริษัทเราต้องทำเป็นทีม คุณเก่งคนเดียวไม่ได้ มันไม่มีทางรอด การทำงานไม่เหมือนการทำการบ้านในโรงเรียน ที่คุณเก่งคุณก็ทำเอง ส่งเอง ได้คะแนนเอง การทำงานคือทีมเวิร์กที่คุณต้องร่วมมือกัน ไม่ใช่ให้คนอื่นดูคุณทำงาน”
.
จากบทเรียนครั้งนั้นทำให้เมื่อโสภณกลายมาเป็นหัวหน้าทีม ที่ครั้งนึงต้องมีลูกทีมเป็นคนที่เคยทะเลาะกันมาก่อน แล้วตอนที่กำลังจัดที่นั่งห้องทำงานของทีมใหม่นี้นั้น ปรากฏว่า แอนโทนี่ คนที่เคยมีปัญหาด้วยกับโสภณดึงดันขอย้ายที่นั่งที่โสภณจัดไว้ให้ ที่ให้นั่งในมุมห้องทีแรกเพราะแอนโทนี่คนนี้เป็นคนเจ้าอารมณ์โวยวาย โสภณเลยคิดว่าอยากนั่งตรงมุมจะได้ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับใครเยอะ
.
แต่แอนโทนี่รบเร้าโสภณเหลือเกินว่าขอตัวเองย้ายไปนั่งที่กว้างๆหรือติดหน้าต่างเถอะ ทีแรกโสภณจะไม่ยอม แต่พอได้ลองเปิดใจคุยกันตรงๆว่าตัวแอนโทนี่มีปัญหาอะไรถึงไม่นั่งตามที่ๆจัดเอาไว้ให้ ก็เลยได้รู้ว่าตัวแอนโทนี่ที่โผงผางอารมณ์ร้อนนั้นเป็นโรคกลัวที่แคบ และพอยิ่งคุยมากขึ้นก็เลยได้รู้ว่าที่กลัวที่แคบเป็นเพราะมีปมในใจจากตอนเด็ก ที่โดนพ่อแม่จับขังเข้าที่แคบๆ
.
พอได้ยินแบบนี้โสภณเลยเข้าใจ และจัดที่นั่งใหม่ให้แอนโทนี่
.
เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้เค้าคิดถึงคำที่เตี่ยเคยสอนตอนเด็กว่า “เหรียญมีสองด้านเสมือ” เราไม่มีทางรู้เลยว่าอีกด้านหนึ่งของเหรียญเป็นอย่างไร ถ้าไม่มีการพลิกมาดู
.
หัวหน้าที่ดีต้องเข้าใจทุกด้านของทุกคนในทีม
.
จากนั้นทีมเล็กๆทีมใหม่ภายใต้การดูแลของโสภณที่กำลังไปได้ดี ก็จะถูกยุบเพราะเป้าหมายของบริษัทเปลี่ยนไป เรื่องนี้เป็นเหมือนฟ้าผ่าฟาดกลางใจของทุกคนในทีมโดยเฉพาะโสภณ
.
การที่ทีมถูกยุบครั้งนี้ทำให้เค้าคิดได้ว่า “ไม่ว่าคุณจะอยู่ในบริษัทที่ใหญ่ขนาดไหน จะเป็นองค์กรระดับโลกหรือจักรวาลก็ตาม ไม่มีอะไรการันตีความมั่นคงทั้งนั้น แค่ลมเปลี่ยนทิศ การตัดสินใจเปลี่ยนแปลงจากกลุ่มคนด้านบนเพียงไม่กี่คน สามารถส่งแรงสั่นสะเทือนลงมาทำลายพนักงานตัวเล็กๆได้มากมาย
.
แต่โชคดีที่โสภณไม่ต้องหางานใหม่ หรือตกงานแบบคนอื่น เพราะหัวหน้าคนแรกของเค้า “ไรอัน” ได้ส่งให้เค้าไปต่อ ได้ไปอยู่ทีมใหม่ในทีม Bing ได้เป็นพนักงานของไมโครซอฟต์ต่อไปอีกพักหนึ่ง
.
จนอยู่มาวันหนึ่งโสภณได้รับสายด่วนจากที่บ้านที่เชียงใหม่ว่า แม่ป่วยหนักเข้า ICU รีบกลับบ้านด่วน
.
และนั่นก็เป็นเหตุการณ์ให้โสภณเลือกที่จะหยุดชีวิตโปรแกรมเมอร์ที่กำลังไปได้สวยในไมโครซอฟต์ เพื่อกลับมาดูแลแม่และครอบครัวที่บ้าน
.
ปัญหาในครั้งนั้นทำให้เค้ามีมุมมองต่อปัญหาใหม่ให้ตัวเองว่า “หลายต่อหลายครั้ง บางอย่างในโลกก็เกิดขึ้นแบบไร้เหตุผล “ปัญหา” ไม่เคยถามความสมัครใจเราหรอกว่าต้องการมันหรือเปล่า สิ่งเหล่านี้อยู่เหนือการควบคุมและความสามารถของเรา ถึงจะบอบช้ำจากอุปสรรคมากขนาดไหน สุดท้ายโปรเจคใหม่ของชีวิตก็ต้องเริ่มขึ้นอีกครั้ง ตราบที่ยังมีชีวิต”
.
สำคัญกว่าการเตรียมตัว ก็คือการเตรียมใจ เตรียมพร้อมไว้ว่า “ปัญหา” ไม่เคยเลือกเวลาที่จะมาหาเราครับ
.
.
ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวที่หน้าสนใจจากโปรแกรมเมอร์คนไทยที่เคยได้ไปทำงานไกลถึงไมโครซอฟต์ โอกาสที่ยิ่งใหญ่กว่าอาจไม่ใช่การได้ทำงานในบริษัทที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก แต่อาจเป็นการได้กลับมาใช้เวลากับครอบครัวเล็กๆที่เราเป็นคนสำคัญที่สุดในโลกของกันและกัน
.
#อ่านแล้วเล่า The Nerd of Microsoft
.
โสภณ ศุภมั่งมี เขียน
สำนักพิมพ์ Salmon
.
เล่มที่ 85 ของปี 2018
20180625
SHARE
Writer
nuinattapon
Reader
Hi my name is Nattapon I love to read and share story inside the book to everyone. I just want to share.

Comments

nananatte
1 year ago
คุณหนุ่ย follow คุณโสภณรึยัง เค้าเขียนลงใน storylog ด้วยนะคะ :-)
Reply
nananatte
1 year ago
แปะให้ค่ะ https://storylog.co/sopons 
nuinattapon
1 year ago
ขอบคุณมากครับคุณณัฐ
nananatte
1 year ago
:-)