18 พ.ย. 60 , 6:38 PM  : เพราะคือชมพู
“ เพราะอะไรอะ ”

“ เราว่ามันดูไม่ค่อยเหมาะอะ5555 ” 

ประโยคที่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ฟันเฟืองความรู้สึกของผมเริ่มค่อยๆทำงานอย่างช้าๆอีกครั้งโดยที่ผมไม่รู้ตัว

มันเป็นความบังเอิญที่ได้พบกับเขาในวันนั้น วันที่โลกของผมยังคงเป็นสีเทา 

เราสองคนค่อยๆเริ่มบทสนทนากัน...

“ ชอบท้องฟ้าหรอ?? ”

“ใช่ เวลามองมันสบายใจดี ”

“ เออ จริง ”

“ ยกเว้นตอนฝนมานะ มันดูหม่นๆ ”

“ และแต่ละวัน มันไม่เหมือนกันด้วยนะ ”

“ เวลาไม่มีใคร ก็มีท้องฟ้าเนี่ยแหละที่อยู่ด้วยกันตลอด55555 ”

“ ง่อว โหมดนั้นก็มา5555 ”

“ ไม่ถึงขนาดนั้น อย่างน้อยๆก็ยังมีแมวที่บ้านให้คุยด้วย ”

“ ก็ดีนะ ล่าสุดนี่คุยกับตุ๊กตา ”

“ เดี๋ยวๆๆได้หรอ ”

หลังจากนั้น เราต่างเริ่มแลกเปลี่ยนสิ่งต่างๆของกันและกัน เริ่มตั้งแต่ชื่อเล่น เล่นมุกกากๆ ถามสารทุกข์สุขดิบกันในแต่ละวัน บทสนทนาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นั้นมันดูเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความสบายใจ แล้วมันก็เริ่มก่อตัวค่อยๆเป็นรูปเป็นร่างขึ้น โดยชื่อของมันคือ " ความรู้สึก " 

จากที่เป็น " คนไม่รู้จักกัน 
เปลี่ยนเป็น " คนที่รู้จัก " พัฒนาความสัมพันธ์จนกลายมาเป็น
เพื่อนที่ปรึกษาเรื่องต่างๆตั้งแต่อาหารการกินยันเรื่องของหัวใจ " 
แต่ที่ปรึกษาคนนี้ชักเริ่มไม่แน่ใจในความรู้สึกของตัวเองซะแล้วสิ 
กูว่ากูชอบเขาจริงๆแล้วว่ะคำพูดนี้มันวนเวียนอยู่ในหััว มีคำถามที่อยากจะถามเขาไม่กล้้าที่จะถามว่่า.. 

" แกคิดเหมือนที่เรากำลังคิดอยู่ไหม "

ได้แต่เก็บเอาไว้ในหัวใจห้องที่2ต่อไป เป็นนักแอบชอบแบบนี้คงดีแล้วล่ะมั้ง.


แต่
ความรู้สึกที่มีอยู่ในใจยิ่งเก็บเอาไว้เท่าไหร่ ยิ่งอึดอัดใจเท่านั้น " เอาวะ เป็นไงเป็นกัน " ใช้พลังที่มีอยู่เฮือกสุดท้าย รวบรวมความกล้าทั้งหมดแล้วตัดสินใจโทรไป

ผมเริ่มบทสนทนาอย่างไม่ค่อยมีสาระเท่าไหร่นัก(คนมันเขินนี่หว่า) ถามไถ่เรื่องนู้นเรื่องนี้ บลาๆๆ แล้วปิดด้วยประโยคคำถามที่ใจอยากจะถามว่า

" ถ้าเราชอบแกนี่ แกคงไม่ว่าอะไรนะ " 

คำถามที่ชี้เป็นชี้ตาย เหมือนตอนรายการร้องเพลงที่โค้ชกำลังตัดสินใจว่าจะให้คุณอยู่หรือไม่ได้ไปต่อ 

บรรยากาศมันเงียบไปสักพัก...

" ได้สิ เราก็ชอบเหมือนกันแหละ " 

พอได้ยินแบบนี้ หัวใจมันแทบจะหลุดออกมา
ยิ้มแก้มบานเหมือนคนดูดสมุนไพร ดีใจคล้ายคนบ้า
(ซึ่งจริงๆทุกวันนี้ก็เป็นคนบ้าอยู่55555)
 
ไม่นึกเหมือนกันเลยนะ ว่าความบังเอิญจะทำให้เรารู้สึกกับเขาได้มากขนาดนี้ 

วันเวลาล่วงเลยผ่านไป..

ความชอบที่บอกวันนั้นมันเปลี่ยนไปตามความรู้สึก 
ใช่แล้วล่ะ มันมีพัฒนาการเหมือนโปเกม่อน ภายใต้ชื่อใหม่ คือ " รัก " 

บทสนทนามันอาจไม่หวาน ดูไม่กวนเท้า ไม่หวือหวา เหมือนตอนครั้งแรกๆที่เจอกัน แต่สิ่งที่มาแทนที่นั้นคือบทสทนาที่เป็นความสบายใจของกันและกันอย่างเต็มรูปแบบ
คอยเป็นกำลังใจให้กันและกันยามที่อีกคนเหนื่อย ท้อ 
เป็นเหมือนร่มไม้ไว้ให้ได้พักกาย 
และเป็นที่ชาร์จพลังงานที่น่ารัก แต่ยังคงความเป็นคู่กัดคอยป่วนกันและกันไว้อยู่

ณ เวลานี้ 

“ อย่าดื้อนะ คนไข้สุดที่รักของหมอ ” 

“ อย่าลืมจ่ายยาให้ผมนะหมอ5555555 ”

ใจมันผูกพันไปแล้วแฮะ


ขอบคุณที่ผ่านเข้ามาแลกเปลี่ยนเรื่องราวนะ :)    ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง 
                                        เรารักแกนะชมพู 




















SHARE
Written in this book
สิ่งเหล่านี้
สิ่งหนึ่งของสิ่งหนึ่ง เป็นของกันและกันไม่สิ้นสุด
Writer
l3igeye
Reader
เป็นคนไม่ซ้าย ไม่ขวา ไม่สมบูรณ์ไป

Comments