ข้ามผ่าน
บันทึกนี้เขียนเพื่อเป็นความทรงจำของตัวเอง
ในวันที่ได้ข้ามผ่านกาลเวลาไปอีก 1 ปี

อันที่จริงว่าจะเขียนตั้งแต่วันที่ 23
แต่มีอะไรให้ทำมากกว่าที่คิด
จนหลงลืมไป

0600.23.06
ฉันงัวเงียตื่นนอนในตอนเช้าที่พระอาทิตย์กำลังโผล่ขึ้นมาทักทาย
แสงอาทิตย์ไม่ว่าตอนไหน ก็แสบตาเวลาจ้องมองนานๆ

ฉันชอบห้องของฉัน กับหน้าต่างบานใหญ่ที่มองออกไปทีไรก็จะเห็นท้องฟ้ากว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ถึงแม้บางองศาจะมีตึกสูงมาบดบังก็ตาม

วันนี้(2306)
เป็นวันเกิดของฉัน
อยากใช้เวลาทุกวินาทีอยู่กับตัวเอง เพื่อตัวเอง

ตั้งใจเอาไว้ว่าจะออกเช้าเพื่อไปทำบุญวันเกิดที่วัดโพธิ์
แต่นี่น่าจะเรียกว่าสายแล้ว...ฉันถอนหายใจให้ตัวเองที่ไม่รักษาเวลา
พอคิดได้ดังนั้นก็รีบกุลีกุจอทำธุระส่วนตัวแล้วออกไปซื้อของสำหรับทำบุญ

06.40น.แล้ว ฉันยังยืนรอรถเมล์สาย 44 อยู่ที่ป้าย ผ่านไปเกือบๆ 10 นาที รถเมล์ก็มา 
ด้วยความที่ยังไม่เคยไปวัดโพธิ์ ก็เกิดความกังวลว่าจะลงถูกป้ายมั๊ย แต่ก็ผ่านไปด้วยดี ไม่ยากอะไร

มาถึงวัดตอนประมาณ 8 โมง
เจอกรุ๊ปทัวร์ตั้งแต่ทางเข้าวัด คนเยอะมาก ทั้งทัวร์จีน ญี่ปุ่น เกาหลี 
เวลาที่พวกเขาคุยกัน บางทีมันทำให้ฉันสับสนซะอย่างนั้น
ด้วยความที่พอฟังเข้าใจบ้าง บางทีก็อยากตอบเขาไป แต่ก็ยั้งปากไว้ทัน เพราะไกด์ของพวกเขาน่าจะตอบได้ดีกว่า

ฉันเดินเข้าในอุโบสถที่ประดิษฐานพระนอนองค์ใหญ่ 
รู้สึกตื่นตาตื่นใจ เกิดมาเพิ่งเคยเห็นพระนอนองค์ใหญ่ขนาดนี้กับตาเป็นครั้งแรก 
จนฉันต้องเก็บภาพพิเศษแบบนี้ไว้เป็นความทรงจำด้วยกล้องมือถือธรรมดาๆ 

หลังจากนั้นก็เดินชมทัศนียภาพความร่มรืื่น และสถาปัตยกรรมอื่นๆภายในวัด 
จริงๆแล้ว เดินแบบไร้ทิศทางมาก ดูพระปรางค์ ดูอุโบสถนั้นนี้ เข้าไปสวดมนต์ เสี่ยงทายเซียมซี โยนโป๊ว ถือว่าได้ผลทายที่อยู่ในเกณฑ์ดี 
สุดท้ายเข้าไปทำบุญวันเกิด ทางวัดมีถาดหรือพานไว้ให้สำหรับคนที่เตรียมของไปเอง หรือใครไม่สะดวกเตรียม ก็มีชุดสังฆทานไว้ให้ซื้อหน้าศาลา

หลังจากทำบุญเสร็จ ก็รู้สึกอิ่มเอมในใจ
นี่ฉันข้ามผ่านช่วงชีวิตมาอีกหนึ่งปีแล้วสินะ
หวังว่าจากนี้ไปชีวิตจะเจอแต่สิ่งดีๆเข้ามา

ออกจากวัดก็เดินเลียบประตูวังขึ้นไปลงเรือต่อไปวังหลัง เจอกลุ่มนักเรียนมาทัศนศึกษา ดูน่ารักสดใส นี่แหละนะชีวิตวัยรุ่น 青春 一度だけ

อากาศวันนี้แจ่มใสดี ฟ้าใส ลมเอื่อยๆ แต่ก็็ยัังสัมผัสได้ถึงอากาศร้อนของเมืองไทย
ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดอะไร กลับกัน รู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขมากๆ
จู่ๆความทรงจำตอนไปเดินเล่นที่แม่น้ำฮันก็ผุดขึ้นมา ฉันยิ้มให้กับตัวเองในใจ ... อยากกลับไปอีก

จ่ายค่าเรือข้ามฟาก 3.50 ผ่านประตูกั้นแคบๆแล้วไปนั่งรอเรือออก
ฉันเลือกที่นั่งฝั่งซ้ายแถวแรก
ผู้โดยสารลำนี้มีประปราย บ้างมาคู่ 
บ้างมากลุ่ม คงมีแค่ฉันบนเรือที่มาเดี่ยว
บางคนอาจเขินอายที่ต้องเดินทางหรือทำกิจกรรมอะไรคนเดียว ฉันก็เคยเป็น
แต่ฉันก็เคยชินกับมันจนกลายเป็นเรื่องธรรมดา ความรู้สึกขัดเขินก็เลยไม่มีแล้ว

ลมเย็นปะทะเข้ากับใบหน้า
ท้องฟ้าสีฟ้าสดใส
คลื่นน้ำที่สาดกระเซ็น 
เสียงเครื่องยนต์และเสียงพูดคุยของคู่ที่นั่งข้างหลัง
ฉันได้ยินเสียงหัวใจเต้นชัดเจน
มันคือช่วงเวลาดีๆที่รู้สึกมีความสุข
ทุกอย่างรอบตัวเหมือนเคลื่อนไหวช้าลง ท่ามกลางเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องความเร่งรีบวุ่นวาย
ฉันเผลอฉีกยิ้มกว้าง ตาหยี เหมือนคนสติไม่ดี
นึกแล้วก็ตลกตัวเอง แต่ไม่เป็นไร ไม่มีใครเห็นซักหน่อย

ขนมปังชื่อดังส่งกลิ่นหอมยั่วยวนใจ
แต่ตั้งใจมาซื้อ รอบนี้จึงไม่พลาดที่จะสั่งใส้ลูกเกดมา 1ลูกใหญ่
ก่อนจะหิ้วเข้าไปสั่งซูชิและข้าวแกงกะหรี่
หมูทอดในร้านดังฝั่งตรงข้้าม
แอบตกใจกับปริมาณข้าวแกงกะหรี่ที่ได้มา ไม่คิดว่าจะไซส์ใหญ่ขนาดนี้ กินไม่หมด เสียดาย

หลังจากเติมพลังงานให้ร่างกายก็ตั้งใจว่าจะกลับเลย แต่ว่าดันลงเรือผิดลำ พามาโผล่ตรงท่ามหาราชเฉยเลย ก็ดีเหมือนกัน ยังไม่เคยมา 
ท่ามหาราชเป็นท่าที่น่ารักสไตล์อเวนิว ร้านรวงน่ารัก วิวดี มองไปฝั่งตรงข้ามที่เพิ่งลงมาเมื่อกี้ ทุกที่ต่างมีเอกลักษณ์ของตัวเอง

เดินเล่นสักพักจึงเดินกลับไปฝั่งวัง
ระหว่างทางมีคนขายของแบกะดิน อืม ตอนนี้ต้องเรียกว่าขายของบนฟุตบาธ ทุกคนมีท่าทีตกใจ รีบกุลีกุจอเก็บของ ในใจคิดว่าน่าจะมีจนท.เทศกิจมาตรวจแน่ๆ แล้วก็เป็นตามคาด ไม่กี่เมตรข้างหน้ามีจนท.ชุดดำกำลังถ่ายรูปและมุ่งหน้ามาทำหน้าที่ของตัวเอง พอมองแบบนี้แล้ว การเป็นจนท.บางทีก็ลำบากใจอยู่เหมือนกัน ต้องได้รับสายตาที่เย็นชาและคำพูดที่ไม่ไพเราะสร้างสรรค์ เนื่องจากหน้าที่ที่รับผิดชอบอยู่ 
มองดูแล้วก็คล้ายกันกับอาชีพของฉัน
อาชีพที่เหมือนถูกสาปไว้
อาชีพที่ผู้คนต่างเบะปากมองบนเสียทุกครั้งที่พูดถึง
ฉันถอนหายใจหนักๆกับภาระที่แบกไว้บนบ่า
ชีวิตไม่มีอะไรง่าย ฉันรู้ดี
แต่บางทีก็ช่วยเห็นใจฉันบ้างก็ได้นะ


เวลาผ่านไปเกือบบ่ายแล้ว แดดก็แรงขึ้น รู้สึกร้อนจนเหมือนจะละลาย ยอมแพ้กับอากาศเมืองไทยจริงๆ
ฉันนั่งรอรถเมล์ตรงป้าย พบว่ามีแต่ต่างชาติ พวกเขาดูมีความสุขท้าแสงแดดกับไอติมเย็นๆในมือในท่าทีสบายๆ

มาคิดดูแล้ว ตัวฉันก็เป็นแบบนั้น เวลาไปเที่ยว มักจะมีความสุขได้ง่ายๆ กับสิ่งเล็กๆน้อยๆแบบนี้เสมอ ความแปลกใหม่ มันทำให้ฉันใจเต้นไม่เป็นจังหวะ มันสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ มันสร้างความสุข นี่คงเป็นเสน่ห์ของการเดินทางและการท่องเที่ยวที่ฉันหลงรัก

ฉันคิดว่าฉันเป็นคนเห็นแก่ตัว
ฉันออกเดินทางท่องเที่ยว เพื่อมองหาสิ่งใหม่ๆ เพื่อเรียนรู้สิ่งที่ไม่เคยพบเจอ และทุกอย่างนั้นก็เพื่อใจตัวเอง
ฉันมักจะนึกถึงตัวเองเป็นหลักเสมอ
ถึงบางทีจะทำอะไรที่ฝืนใจตัวเอง และบังคับใจตัวเองก็ตาม


ระหว่างทางกลับห้อง ด้วยความง่วงบวกกับแอร์เย็นๆบนรถปอ.44 ทำให้ฉันเผลอหลับไป จนกระทั่งมาถึงจตุจัักร ฉันจึงรู้สึกตัว ตกใจ พยายามเพ่งมองนอกรถว่าอยู่ตรงไหนแล้ว ยังดีที่่ไม่เผลอหลับจนเลยป้าย

ถึงห้องด้วยความเพลีย ดูเวลาจึงพบว่าล่วงเลยมาจนบ่ายสามแล้ว ทำไมเวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน

นี่ฉันจะทำอะไรต่อดีนะ
ในวันเกิดแบบนี้ ไม่อยากเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ 
อืม...อันที่จริง ที่ทำมาเกือบทั้งวันก็แลดูไม่ค่อยได้สาระประโยชน์อะไรเท่าไหร่นะ

นั่งคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา
บางทีก็รู้สึกว่างเปล่าอย่างไม่มีสาเหตุ
แต่วันนี้ฉันรู้สึกมีความสุขจริงๆนะ
ได้ทำอะไรให้ตัวเอง เพื่อตัวเอง ด้วยตัวเอง
ทั้งที่มีแต่ความเงียบ ไร้บทสนทนา
แต่ฉันกลับได้ยินเสียงใจตัวเองชัดเจน
.
.
.
ใกล้หมดวันแล้ว
ท้องฟ้าข้างนอกถูกย้อมสีดำ แล้วแต่งแต้มด้วยดวงไฟระยิบระยับจากตึกรามบ้านช่อง ราวกับว่ามันคือแสงดาวยังไงยังงั้น
ฉันปล่อยอารมณ์และความคิดไปตามเสียงเพลงของวง Exile เพลงแล้วเพลงเล่า
เพลงที่ฟังเมื่อ10กว่าปีก่อน จนตอนนี้ก็ยังฟังอยู่ 
ท่วงทำนองของบทเพลง เสียงร้องของนักร้องนำทั้งสองรุ่น ดึงความทรงจำ ความหลังเมื่อครั้งสมัยเรียนมหา'ลัย ความทรงจำตอนเป็นนิสิต ได้สนุก หัวเราะกับเพื่อน ได้เคร่งเครียดกับการเรียนและการสอบ ได้รักและใจเต้นไม่เป็นจังหวะกับใครบางคน ทุกอย่างมันเป็นอดีตที่แสนหวานและขมขื่นในเวลาเดียวกัน
รู้สึกอยากร้องไห้ขึ้นมาซะงั้น

ตัวฉันในวัย20 กับวัย30 มีอะไรเปลี่ยนไปบ้างนะ? 
บ่อยครั้งที่ฉันคิดว่าตัวเองยังเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง เคยไม่รู้จักโตยังไงก็ยังเป็นอย่างงั้น 
แต่ก็มีหลายครั้งอยู่เหมือนกัน ที่คิดว่า ตัวฉันในตอนนี้ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
หัวใจฉันด้านชาและขี้ขลาดมากขึ้นกว่าเดิม ฉันรู้สึกอย่างนั้น

00.00น. 
เวลาที่ขึ้นบนหน้าจอมือถือ

ฉันข้ามผ่านกาลเวลาและวันเกิดไปแล้ว
สุขสันต์วันเกิด แด่ตัวเอง
และราตรีสวัสดิ์.










SHARE
Writer
iamatraveller
I am who I am
ฉันไม่ใช่นักเขียน ไม่ใช่นักอ่าน...ฉันก็แค่...ชอบเขียน ชอบอ่าน ชอบทำในเรื่องที่ชอบ...ก็เท่านั้น

Comments

MyFeeling
1 year ago
เหมือนได้ไปเที่ยวด้วยเลยค่ะ อยากนั่งเรือเที่ยวบ้างจัง :)

สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังไกลๆเลยนะคะ:)

ตอนนี้อายุเท่าไรแล้วคะ ของฉัน 31 ถ้ามองว่า 20 กับ 30 มีอะไรเปลี่ยนไปหรือเปล่า สำหรับฉันมันเปลี่ยนนะคะ นอกเหนือจากหน้าตาและรูปร่างนะคะ อันนั้นเปลี่ยนแน่นอนอยู่แล้ว อิอิ
นิสัยบางอย่างเราอาจยังไม่เปลี่ยน แต่ทัศนคติ มุมมองของเรามันเปลี่ยนแน่นอนอยู่แล้วค่ะ 10 ปีไม่ใช่ระยะเวลาสั้นๆเลย มันมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นกับเรา ทั้งสุขและเศร้าเคล้าน้ำตาแต่มันทำให้เราโตขึ้น เข้าใจชีวิตมากขึ้นแน่นอนค่ะ ลองมองทัศนคติเราตอนนี้กับตอน 20 สิค่ะ พิจารณาดูว่ามันยังเหมือนเดิมอยู่ไหม :)
Reply
iamatraveller
1 year ago
อ่า..ขอบคุณสำหรับคำอวยพรวันเกิดค่ะ

เราอายุเท่ากันเลยนะคะ บังเอิญจัง

ที่จริงก็คิดย้อนทบทวนช่วงชีวิตที่ผ่านมา ตลอดหลายปีมานี้ บางอย่างมันเปลี่ยนไปจริงๆค่ะ ถ้าไม่นับรูปร่างภายนอกที่ยังไงก็คงต้านกาลเวลาไม่ไหว

แต่เป็นเรื่องความคิดและจิตใจค่ะ

เราคิดว่าเราเข้าใจอะไรๆง่ายขึ้น แบบไม่ต้องอธิบายเยอะ แต่เข้าใจได้ และพร้อมจะยอมรับได้อยู่

แต่ก็มีบ่อยครั้ง ที่คิดว่าตัวเองอ่อนแอลงจากช่วง20เยอะเลย เวลาที่ต้องเจอปัญหาคนเดียว เมื่อก่อนมันเหมือนกับคนรอบข้างเรายังคอยอยู่เป็นกำลังใจ แต่ตอนนี้เราจะคิดแบบนั้นไม่ได้แล้ว ต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเองซะก่อน

แต่นั้นแหละค่ะ เรื่องบางเรื่องมันก็หนักหนาเกินไป จนแทบจะทนไม่ไหวเลยล่ะค่ะ

ปล.เรื่องนั่งเรือเที่ยวแม่น้ำเจ้าพระยา เราก็ยังไม่เคยลองเหมือนกันค่ะ อันที่เรานั่งนั้นเป็นเรือข้ามฟากเฉยๆค่ะ นั่งแบบแป๊บๆ แต่ก็ดีค่ะ ลมเย็นๆ
MyFeeling
1 year ago
ว่างๆ ลองออกไปเที่ยวค่ะ อยู่ไม่ไกลนี่นา ถือเป็นการพักผ่อนสมอง ไม่เครียดด้วย

เราชอบคิดชอบแก้ปัญหาคนเดียวมาตั้งแต่เด็กมั้งค่ะ เลยชิน เวลามีปัญหาส่วนใหญ่จะพยายามหาทางแก้ด้วยตัวเองให้ได้ ถ้าพบทางออกและสบายใจขึ้นจึงจะบอกให้คนอื่นรู้ แต่ยอมรับค่ะบางทีมันก็ไม่ไหว มันเหนื่อยมันล้าเกินไปก็มีแอบร้องไห้คนเดียวบ้าง พอร้องแล้วมันก็โล่งนะคะ สมองไหลลื่นเลย คิดสเต็ปการแก้ปัญหาได้เป็นลำดับ สงสัยน้ำตามันไปชะล้างขี้เลื่อยที่อุดตันในสมองออก😂😂😂😂

ปล.สงสัยว่าคนที่มีความรู้สึกแบบนี้จะทีอายุประมาณเรานี่ละมั้งคะ ช่วงอายุวัยกลางคน ครึ่งชีวิตที่ผ่านมามันเจออะไรมา เราจะเปลี่ยนไปเป็นผู้ใหญ่แบบไหนดี สงสัยสมองเรามันกำลังประมวลผลมั้งคะ รอเค้าหน่อยค่ะ กำลังปรับตัวอยู่😊