ความสำคัญของชีวิต
ครั้งนึงผมเคยช่วยคนที่คิดจะฆ่าตัวตาย ด้วยการโดดสะพานพุทธ ผมจำได้ว่าวันนั่นก็เป็นวันปรกติที่ผมจะต้องเดินผ่านสะพานทุกวันผมจะได้เห็น คนที่มานั่งถ่ายรูปกัน มานั่งคุยกัน ฟังเพลง กันอยู่บนสะพาน ผมเห็นหลายคนมีความสุข เห็นพ่อค้าแม่ค้าเข็นรถขายของ ขายผลไม้ ขายไอติม เห็นแม้กระทั่งคนดมกาวอยู่ใต้ตีนสะพาน5555 เอาล่ะครับเข้าเรื่อง วันนั่นระหว่างที่ผมกำลังเดินอยู่ผมสังเกตุเห็นเด็กผู้ชายใส่แว่นคนนึง สีหน้าเขาดูเศร้า เขาดูเหมือนคนที่ท้อแท้ ผมสังเกตุเห็นที่ข้อมือเขามีรอยแผลเป็น เหมือนเขาเคยทำร้ายตัวเองมาก่อน และวันนั่นระว่างที่เขาเดินผ่านผมไปผมมีความรู้สึกเลยว่า เขาต้องคิดจะทำอะไรแน่ๆ ผมหันหลังกลับไปมองเขา ผมเห็นเขาถอดรองเท้า แล้วเขาก็โยนแว่นตาของเขาลงน้ำ ความรู้สึกของผมในตอนนั้นก็คือ เราควรทำยังไงดีความคิดในหัวผมตอนนั้น มีอยู่ 2 อย่างคือ 1.ผมควรจะเดินไปคุยกับเขาดีไหม 2.หรือควรเดินผ่านไปเพราะไม่ใช่เรื่องของเรา แต่ในขนาดนั้นเอง ผมได้เห็นคนที่อยู่บนสะพานไม่มีใครแม้แต่จะสนใจเด็กคนนั้นทุกคนแทบจะยังไม่รู้เลยว่ามีคนกำลังจะฆ่าตัวตายในขนาดนั้นเอง มันทำให้ผมตัดสินใจได้ว่าไม่ว่ายังไงไม่รู้ ผมไม่ยอมให้เขาโดดแน่นอน ในขนาดที่ผมกำลังเดินเข้าไปหาเขา น้องคนนั้นได้ขึ้นไปนั่งหันหลังให้ขอบสะพานหยิบโทรศัทพ์ขึ้นมาถ่ายรูปแล้วเอนตัวไปมาในขนาดนั้นเองผมตัดสินใจ"เสี้ยววินาที"เดินไปขว้ามือเขาแล้วเขาไปคุยพร้อมกับดึงเขาลงมาจากขอบสะพาน แล้วถามน้องเขาว่าน้องคิดจะทำอะไร น้องคนนั่นเขาร้องไห้ แล้วบอกกับผมว่า(ผมจำคำพูดได้ไม่หมดจะเอาแค่ใจความสำคัญนะครับ)น้องเขาทะเลาะกับแฟน แถมมีปัญหากับที่บ้านและอื่นๆอีก มันทำให้น้องเขารู้สึกท้อแท้ ผมในขณะได้แต่นิ่งไปสักพักใหญ่พร้อมกับบอกน้องผู้ชายคนนั้นว่า ทุกคนล้วนมี ปัญหา มีอุปสรรค์ มีความท้าทายในชีวิต อยู่ที่ว่าแต่ละคนจะมีวิธีการเอาชนะมันยังไง

แต่ที่เองทำอยู่มันไม่ใช่การเอาชนะนะ มันคือการหนีปัญหา ลองคิดถึงสิ่งที่ตามมาสิ พ่อ แม่ เพื่อน ญาติพี่น้อง จะรู้สึกยังไง แฟนคุณล่ะ จะรู้สึกยังไงถ้าคุณทำแบบนี้คุณเห็นแก่ตัวมากเลยนะ คุณตายไปคุณจบคุณไม่รู้สึกอะไร แต่คนที่ยังอยู่นี้สิ รู้สึกเหมือนตายทั้งเป็น คุณคิดว่าว่าคุณตายไป จะไม่มีคนเสียใจหรอ คุณคิดผิดแล้ว ผมบอกเลยถ้าคุณตายไปผมนี้เหละคนนึงที่เสียใจ(ผมต้องเสียใจอยู่แล้วเพราะผมเห็นแล้วว่าเขาคิดจะทำอะไรถ้าผมเมินเขาแล้วมีข่าวว่ามีคนฆ่าตัวตายผมก็ต้องเสียใจอยู่แล้วที่ไม่ยอมช่วยเขาทั้งๆที่ช่วยได้) แล้วถ้าคุณคิดจะตายทั้งทีตายไปแบบนี้มันจะได้อะไรล่ะ เดือดร้อนคนอื่นเขาไหมถ้าตกไปตาย อย่างน้อยก่อนตายทำเรื่องบริจาคอวัยวะไว้ก็ดี (อันนี้ผมพูดติดตลกนะครับและผมจริงๆด้วย) แล้วน้องรู้ไหมตัวเองน่ะโชคดีแค่ไหนที่เกิดมามีพร้อมทุกอย่างดูสิบางคนเกิดมาเขาไม่มีอะไรเลยบางคนพิการ แต่เองมีครบทุกอย่างเองอย่างคิดสั้นเลย... น้องคนนั่นที่ฟังบ่นอยู่นานเขาก็เริ่มได้สติดีขึ้นเขาเริ่มหัวเราะไปกับมุขตลกร้ายของผมแล้วผมก็ชวนน้องเขาคุยถามว่าบ้านอยู่ไหนกลับบ้านยังไง ถามไปเรื่อยชอบดูการ์ตูนชอบทำอะไรไหมจนวันนั่นผมเลยชวนน้องเขากลับบ้าน ก่อนน้องเขากลับน้องเขา ตัดสินใจโยนเคสโทรศัทพ์มือถือลงแม่น้ำพร้อมหันมาบอกผมว่าไปพี่กลับบ้านดีกว่า ผมเลยเดินไปส่งน้องขึ้นรถเมล์ป้ายฝั่งตรงข้ามกับ ร.ร.ศึกษานารี แล้วน้องเขาก็ขึ้นรถเมล์สาย 7ก กลับบ้านไป และนั่นเหละมันทำให้ผมตระหนักถึงคำว่าชีวิตของเรา
ไม่ว่าชีวิตของเรามันจะยาก แค่ไหนไม่ว่ายังไงการฆ่าตัวตาย ไม่ใช่ทางออก
ผมคิดว่าชีวิตของเราร่างกายของเรามันเป็นสิ่งที่วิเศษมากนะร่างกายของเรามันแทบจะไร้ขีดจำกัดเพียงแค่เราพยายามร่างกายของเรามันก็พัฒนาไปได้อย่างหลากหลายซึ่งผมว่ามันเจ๋งมากนะ สำหรับคนที่ร่างกายครบ 32 คุณจงภูมิใจไว้เถอะว่าร่างกายของเรา ของคนเรามันคือสิ่งพิเศษมันคือของขวัญที่ไม่มีอะไรมาทดแทนได้ มันคือของที่ไม่มี อะไหล่สำรองในตอนนี้ ในอนาคตไม่รู้55555 แต่จงจำไว้ว่าร่างกายของเรานั่นเป็นของที่พิเศษที่สุดในชีวิตของเราเพราะว่าเรามีมัน เราถึงได้มีทุกอย่าง ในทุกวันนี้ ขอบคุณที่เขามาอ่านผมบ่นครับ555555 เป็นการเขียนอะไรยาวๆแบบนี้ครั้งแรกของผมเลยนะเนี่ยอาจจะเขียน งงๆนิดนึงเพราะผมรู้สึกว่าผมยัง งงเลยครับ55555 เอาเป็นตัดจบตรงเลยละกัน
SHARE
Writer
tDer
Student
may the force be with you

Comments