เรื่องเล่าของอาหาร #02 “นมเย็น”
 
        ...คงไม่มีใครไม่เคยกินร้านอาหารตามสั่ง...

       'ร้านอาหารตามสั่ง' ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าตามสั่ง ลูกค้าจะสั่งอะไรก็ได้ภายใต้ขอบเขตของเมนูที่ร้านมีไว้ให้ แต่ร้านอาหารตามสั่งบางแห่งก็เปิดสมองแห่งความคิดสร้างสรรค์ของลูกค้าด้วยการไม่มีเมนูให้ ทำให้ลูกค้าสามารถใช้พลังแห่งจินตนาการคิดสรรค์เมนูได้เต็มที่

        ส่วนจินตนาการของแม่ค้ากับลูกค้าจะตรงกันไหม นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง...



         “เกลือ มึงกินอะไรวะ” เพื่อนที่นั่งเก้าอี้ถัดไป 2 ตัวชะเง้อคอมาถามอย่าสงสัยกับหน้าตาอาหารที่คลับคล้ายคลับคลาว่าจะคุ้น แต่ก็ไม่คุ้น

        “ไก่ทอดกระเทียม”

        “หืม ร้านไหนวะ”

        “ร้าน 3 “

        “เอ้า แล้วทำไมไม่เหมือนเมื่อวานอะ”

        “...กูก็อยากรู้เหมือนกัน”

      เกลือตอบเพื่อนพลางมอง ไก่ทอดกระเทียมในจานที่ปกติควรจะเป็นเนื้อไก่ชิ้นๆ ทอดกับกระเทียมจนเป็นสีขาวอมเหลือ แต่ในจานเขาตอนนี้คือไก่ทอดหนังสีน้ำตาลกรอบเอามาทอดกับกระเทียมซะงั้น

      ‘นี่มันไก่ทอด ทอดกระเทียมต่างหาก!’



       ไม่ใช่แค่จินตนาการลูกค้ากับแม่ค้าตรงกันหรือเปล่า
       แต่เป็นจินตนาการแม่ค้าวันนี้กับแม่ค้าเมื่อวานจะตรงกันหรือเปล่าด้วย

        เกลือคิดอย่างปลงๆ ก่อนจะตระหนักได้ว่า การที่จินตนาการไม่ตรงกัน ไม่ได้เกิดขึ้นกับแค่ร้านอาหารตามสั่งหรอกนะ

        มันเกิดขึ้นได้กับทุกๆ อย่างแหละ

       .

      .

      .

      “นี่ของใครอะ” เกลือมองแก้วน้ำตรงหน้าอย่างคนไม่คุ้นเคยกัน

       “วางตรงหน้ามึง ของหมาหน้าโรงอาหารมั้ง” ‘เพื่อนเวร’ เกลือคิด แต่ปากก็ยังไม่หลุดจากประเด็น

       “กูไม่ได้สั่งอันนี้”

      “มึงสั่ง ไอ้เกลือ ไม่ไปช่วยกูถือแล้วยังกวนตีนอีก เดี๋ยวไม่ต้องแดก”

      “ไม่ได้กวนตีน แต่กูไม่ได้สั่งอันนี้จริงๆ”

       “สั่ง กูเป็นพยาน” เพื่อนอีกคนยืนยันอีกเสียง แต่คนที่ถูกกล่าวหาว่าสั่งกลับส่ายหน้าอย่างมั่นใจ

      “ไม่ กูไม่ได้สั่ง”

      “สั่ง!”

      “ไม่ได้สั่ง!”

     “สั่ง! ไอ้เกลือ กูได้ยินเต็มสองหูว่ามึงสั่งนมเย็น ไม่ต้องมาทำมึน!” ว่าพลางชี้ไปที่แก้วน้ำเจ้าปัญหาที่อัดแน่นไปด้วยน้ำแข็งราวกับไปซื้อน้ำแข็งมา 5 บาท กับนมที่ผสมกับน้ำหวานเฮลบลูบอยสีแดงที่หวานจนเบาหวานเรียกหา

       “ก็ใช่ แต่กูอยากได้นมสีขาว ไม่ใช่นมสีชมพู”

      “.....”

       “ทำไมเงียบวะ”

        “นมเย็นที่มึงหมายถึง คือนมสีขาวใส่น้ำแข็ง”

       “ก็เออน่ะสิ”

        “....”

        .

        .

        .

         “ไอ้ควาย !!” 
         สองเสียงของเพื่อนประสานกันอย่างพร้อมเพรียง จนคนโดนด่าได้แต่งงว่าตัวเองทำอะไรผิด จนเพื่อนต้องมาไขความกระจ่างให้

       “ถ้ามึงอยากได้นมสีขาว มึงก็สั่งนมสดเย็นสิ สั่งนมเย็นก็ได้นมชมพูสิเว้ย”

       “ก็กูสั่งนมเย็นไง นมก็นมเปล่าๆ ไง ถ้าสั่งนมเย็นชมพูก็ว่าไปอย่าง”

       “โอ๊ย เขาก็รู้กันทั้งนั่นแหละ ว่านมเย็นหมายถึงนมชมพู”

       “ไม่จริง กูพูดนมเย็นมาตลอดก็ได้นมสีขาว”

       “ไหน มึงสั่งที่ไหน”

        “ร้านพี่หนุ่มนั่นแหละ!” เกลือยืนยันพร้อมเอ่ยชื่อร้านเดียวกับที่เพื่อนตัวดีไปซื้อนมเย็นสีชมพูให้เขาเนี่ยแหละ

        “ไม่จริง เวลามึงสั่ง มึงไม่ได้พูด มึงจิ้มเมนูเอา” เกลือชะงักคิดตาม ก็จริง ปกติเขาจิ้มเมนูที่มีภาพประกอบของทางร้านเอา

       “เห็นมะ ถ้ามึงสั่งนมเย็น รับรองมึงก็ได้นมชมพูแบบนี้แหละ” เกลือมองสีหน้าชนะของเพื่อนอย่างหงุดหงิด

      ‘ยังไม่แพ้เว้ย!’ 


      “ไม่จริง กูสั่งนมเย็นก็ได้นมสีขาวตลอดเว้ย”

      “ก็มึงจิ้มรูป—“

      “ไม่ได้จิ้ม เวลาพูดสั่งก็ได้สีขาว!”

      “ไหน มึงสั่งที่ไหน”

      “กูฝากแป้งซื้อไง แป้งก็ไม่เคยซื้อผิดเว้ย!” 
       เกลือยืนยัน นี่ถ้าไม่ใช่เพราะเซคแป้งยังไม่เลิกเรียน เขาก็คงไม่ต้องมาเสียพลังงานเถียงเพื่อนแบบนี้

      “เออ แล้วพวกกูจะคอยดู”



        “อะ นมเย็นของแก นั่งอยู่ตั้งนาน ทำไมไม่เดินไปซื้อเองวะ” แป้งว่าอีกฝ่ายที่พอเห็นหน้าเธอปุ๊บก็ฝากเธอซื้อน้ำปั๊บ ทั้งๆ ที่เพื่อนอีก 2 คนก็มีน้ำบนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว

       อืม 2 คน 3 แก้วด้วย

      “จ่ายเงินมาเลย เร็ว”

       ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก

       แป้งมองเกลือที่จ้องแก้วน้ำไม่หยุดตั้งแต่เธอวางแก้วน้ำลงตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ ยิ่งเกลือยิ้มออกมา ยิ่งทำให้เธองงหนักกว่าเดิมอีก

       ‘แค่นมสีขาวๆ มีอะไรให้ยิ้ม?’

       “นี่ไง!”

       “เฮ้ย!”

       แป้งร้องออกมาอย่างตกใจ เมื่ออยู่ดีๆ คนที่นั่งเงียบจ้องแก้วน้ำมาสักพักก็พูดออกมาเสียงดัง พร้อมชูแก้วน้ำที่เธอซื้อเหมือนถ้วยรางวัลชนะเลิศอย่างไงอย่างงั้น

       “นมเย็นสีขาว!”
 
       แป้งและเพื่อนสาวอีก 2 คนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวได้แต่มองเพื่อนที่เหลือไปมา คนหนึ่งที่ทำหน้าเหมือนตัวร้ายตอนแผนการสำเร็จ อีก 2 คนก็ทำหน้าเหมือนตัวร้ายที่กำลังจนมุม

        แน่นอนว่าไม่สามารถมองพวกนี้เป็นคนดีได้เลย

         “นี่กูพลาดอะไรไปหรือเปล่า” เพื่อนที่ยืนกับแป้งถามออกมา ตัวร้ายจนมุมได้แต่ถอนหายใจเฮือก แล้วเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เพื่อนที่เหลือฟัง

        “พวกมึงนี่ไร้สาระอะ” แป้งทำหน้าระอา เห็นด้วยกับเพื่อนอีกคนหลังจากฟังเรื่องราวทุกอย่างจบ โดยเฉพาะไอ้คนที่ยิ้มเหนือกว่ากับแก้วนม

       “ไร้สาระอะไร นี่เรื่องจริงจังนะ เป็นการพิสูจน์ว่า นมเย็นไม่เท่ากับนมสีชมพู”

        เกลือยืนยันความคิดตัวเองโดยไม่แคร์สีหน้าของเพื่อนๆ ที่จากระอากลายเป็นละเหี่ยใจเรียบร้อยแล้ว

       “คุณเกลือคะ ถึงคุณจะพิสูจน์ได้ว่าแป้งซื้อนมสีขาวให้คุณ แม้คุณจะโง่สั่งนมเย็นก็ตาม แต่ดิฉันขอสนับสนุนแนวคิดที่ว่านมเย็นเท่ากับนมชมพูอยู่ดีค่ะ”

      “เฮ้ย ได้ไง ก็แป้งยังรู้อะ”

      “แต่คนอื่นไม่รู้เว้ย!”

     “แป้งดูดิ”

      “ฉันเป็นคนนอก ขอไม่ยุ่งเกี่ยว” คำตอบไร้เยื่อใย เกลือได้แต่ทำหน้าเซ็งเมื่อชัดเจนว่าตนไร้พวก

      แต่ไม่ได้หมายความว่ายอมแพ้หรอกนะ



     เสียงเถียงกันเรื่องนมชมพู นมขาวยังคงต่อเนื่อง และคงยาวนานถ้าไม่มีระฆังหมดยกจากป้าร้าน 3 ที่เรียก 1 ในผู้สนับสนุนนมเย็นคือนมชมพูให้ไปรับอาหารที่สั่งไว้

      ซึ่งนั่นทำให้การถกเถียงเรื่องนมเย็น กลายเป็นเรื่องไก่ทอดกระเทียมแทน...

      “ทำไมแกได้แบบนี้อะ” เกลือร้องโวยวายทันทีเมื่อเห็นจานอาหารของเพื่อน

      “ก็สั่งไก่ทอดกระเทียมก็ต้องได้ไก่ทอดกระเทียมดิ ให้ได้ไข่เจียวหรือไง”

      “แล้วทำไมของกูได้แบบนี้อะ” เกลือว่าพลางมองจานตัวเองที่มีไก่หนังสีน้ตาลกรอบสลับกับจานเพื่อนที่มีไก่สีเหลืองนวล

     “หึ ช่วยไม่ได้ ให้รู้บ้างว่าใครลูกค้าประจำ” เกลือมองสีหน้าเหนือกว่าของเพื่อนอย่างหมั่นไส้เต็มที่ แต่อีกฝ่ายก็ยังตอกย้ำไม่เลิกรา

     “คนสำคัญ เขาก็จำได้งี้แหละ ว่ากินอะไร ไม่มีทางพลาด” 


       แล้วทั้งโต๊ะก็ต้องทนฟังเสียงบ่นตัดพ้อการเป็นคนไม่สำคัญของป้าร้าน 3 จากปากเกลือไปอีก 10 กว่านาที...


SHARE
Written in this book
เรื่องเล่าของอาหาร
"เรื่องเล่าของอาหาร" - เรื่องสั้นจบในตอนของเกลือกับแป้ง และกลุ่มคนรอบตัวที่เกี่ยวพันกับอาหาร
Writer
m--mm-m
Lazy person
ทุกอย่างที่อยากเล่า ทุกเรื่องที่ไม่อยากพูดตรงๆ

Comments