Game Legend #1 : ความก้าวหน้าของการทรยศ.


“พวกเขาคือคนทรยศ” Sony กล่าวถึง Nintendo

“พวกเขาหักหลังเรา” แฟน ๆ Nintendo สบถใส่ Square

“เพื่อสิ่งที่ดีกว่า เราต้องเลือก” Hironobu Sakagushi แถลงข่าว

“Fighting Fantasy” คือชื่อของเกมที่ Hironobu Sakagushi นำเสนอต่อบอร์ดบริหารในปี 1986 เขามีประสบการณ์มากมายในการสร้างสรรค์เกมให้บริษัทเพราะเขามาอยู่ที่นี่ตั้งแต่อายุ 21 ปี
.
ทุกเกมล้วนได้คำชม แต่สิ่งเดียวที่เขาทำไม่ได้คือ ”เกมที่ขายได้จริง ๆ”

เขาเสนอในที่ประชุมว่า เกมที่เขาจะทำต่อไปได้รับแรงบันดาลใจจากหลายเกม รวมทั้ง Dragon Quest คู่แข่งคนสำคัญ
.
ในเกมของเขาบรรจุเรื่องราวของการออกท่องโลกกว้าง ผจญภัย คริสตัล
.
ทุกอย่างคือความหวัง ด้วยบริษัทที่เขาทำงานด้วย ประสบสภาวะทางการเงินและเกมนี้อาจเป็นเกมสุดท้ายของพวกเขาถ้าทำไม่สำเร็จ บอร์ดบริหารอนุมัติการสร้าง
.
แต่เนื่องด้วยชื่อ Fighting Fantasy นั้นไปซ้ำกับเกมอื่น ๆ และดูไม่มีเอกลักษณ์
.
ถ้าจะไม่มีโอกาสทำเกมแล้ว
ก็ให้มันเป็นจินตนาการครั้งสุดท้ายแล้วกัน
.
พวกเขาจึงเปลี่ยนชื่อเป็น
.
“Final Fantasy”

.
Nintendo มองหาคู่ธุรกิจที่จะมาพัฒนาอุปกรณ์ Build In ให้กับเครื่อง Super Famicom รุ่นใหม่ และบริษัทที่คู่ควรที่สุดตอนนั้นก็หนีไม่พ้น Sony
.
หลังจากที่ปู่นินฯ ประสบความสำเร็จมากมายในการสร้างเครื่องคอนโซล ที่โด่งดังไปทั่วโลกในปี 1983 สร้างยอดขายกว่า 2.5 ล้านเครื่องเมื่อสิ้น 1984
.
เครื่องเกม 8-bit Famicom (NES หรือ Nintendo Entertainment System) เปิดตัวพร้อมเกม Dongky Kong และระเบิดวงการเกมด้วย Super Mario Bros.
.
หลังจากเป็นเจ้าตลาดกว่า 6 ปี Nintendo ก็ออก Super Famicom อเมริการเรียกว่า Super Nintendo ในปี 1990 ซึ่งผลตอบรับก็ดีเช่นเคย จึงมีการพูดคุยเรื่องการสร้างอุปกรณ์ ที่ทำให้เจ้าคอนโซลตัวนี้เล่นเกมจากแผ่น CD
.
Sony มองเห็นช่องทางทำเงิน เลยทุ่มสุดตัวพัฒนาเจ้าอุปกรณ์ตัวนี้ ด้วยบุคลากรและทุนมหาศาล
.
กระทั่งปี 1991 ในงาน Customer Electronics Show (CES) ทาง Sony มีการนำเจ้า CD-Rom ที่ใช้สำหรับเสริมประสิทธิภาพเครื่อง Super Famicom มาโชว์ในงานสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนเกมของปู่นินฯ เป็นอย่างมาก

.
แน่นอน เราเลือกเครื่อง Famicom ที่มี Dragon Quest, Phantasy Star มากกว่าจะทำลง Arcade และคงไม่ดีต่อกระเป๋าเงินลูกค้าเท่าไหร่ การหยอดเหรียญไม่ใช่เรื่องดีแน่ ๆ “ Sakagushi ประกาศหลังจากเริ่มพัฒนา Final Fantasy
.
การพัฒนาเกมสุดท้ายที่เดิมพันชีวิตของ Square คืบคลานไปด้วยความหวัง ในขณะที่คู่แข่งคนสำคัญอย่าง Enix ก็กำลังจะปล่อย Dragon Quest III ที่มี Toriyama Akira ผู้เขียนมังงะดราก้อนบอลเป็นผู้ออกแบบตัวละคร ทาง Sakagushi เลือก Yoshitaka Amano ที่มีเอกลักษณ์ไม่แพ้กัน
.
เส้นด้ายของ Square ยิ่งบางเข้าไปอีก เมื่อกำหนดการวางจำหน่ายของ Final Fantasy คือ 18 ธันวาคม 1987 เป็นสัปดาห์เดียวกับ Phantasy Star ของ Sega และออกก่อน Dragon Quest ภาคใหม่เพียงสามสัปดาห์
.
แต่หยาดเหงื่อของเขาและทีมงานไม่เสียเปล่า เพราะ Final Fantasy ของเขาทำยอดขายถึงสี่แสนก๊อปปี้ในญี่ปุ่น และสามปีต่อมาก็บุกเบิกตลาดต่างประเทศได้อีก
.
ด้วยรูปแบบการเล่นที่เข้าใจง่ายกว่า Dragon Quest จึงสามารถเข้าไปอยู่ในใจของเกมเมอร์ชาวอเมริกันได้ และนั่นก็เป็นมาตรฐานใหม่ของ RPG
.
ด้วยยอดขายขนาดนี้ Square รอดตายด้วยปาฏิหาริย์ครั้งสุดท้าย
.
แน่นอนเกมนี้ส่งผลกระทบไปถึงยอดขายเครื่อง Famicom ของ Nintendo ด้วย และนั่นจึงทำให้ทางปู่นินฯ ไม่รอช้าที่จะจับมือกับ Square เป็นพันธมิตรร่วมกันอย่างชื่นมื่น

.
นี่มันหักหลังกันชัด ๆ “ เหล่าเกมเมอร์ที่ได้ชมการประกาศร่วมมือของ Sony กับ Nintendo อุทาน
.
เพราะหลังจากจบงาน CES ทาง Nintendo ออกมาประกาศหักหน้า Sony ว่าพวกเขาจะใช้เทคโนโลยี CD-Rom กับคอนโซลของพวกเขา แต่จะให้ Philip เป็นผู้ผลิต
.
แบบนี้พวกเขาจะทำยังไงกับอุปกรณ์ที่พวกเขาพัฒนา ทาง Sony จึงมอบหมายให้ Ken Tokuraki สานต่อโครงการ พร้อม ๆ กับเข้าไปเจรจาเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจด้วยกันต่อไปได้
.
แต่ทางปู่นินฯ บ่ายเบี่ยงและจะให้ทาง Sony เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจ็กต์ในส่วนของ Non-Gaming Role
.
แน่นอน Sony ไม่เล่นด้วย
.
Ken Tokuraki ใช้ความรู้ความสามารถทั้งหมดที่มี พัฒนาอุปกรณ์ Build in CD ด้วยเวลาที่จำกัด และทรัพยากรที่น้อยมาก
.
Ken สามารถนำเอาเทคโนโลยี 3D Graphics 32 Bit มาผสานกันกับเครื่องเล่น CD Rom และนำออกมาโชว์ให้ผู้บริหารชม
.
ทุกคนชื่นชอบ แต่ก็มีการถกเถียงกันว่าจะนำเทคโนโลยีนี้มาใช้เลย หรือจะใช้ 2D แบบเดิมกับสินค้าตัวใหม่
.
เพราะเครื่อง Super Famicom ยังเป็นแบบ 2D 16 bit อยู่ แต่พอเหลือบมองไปยัง SEGA ที่ปล่อยเกม Virtua Fighter ที่เป็น 3D Polygon ออกมาก่อนหน้าในเครื่อง Arcade
.
ที่ประชุมก็ตัดสินใจนำเทคโนโลยีตัวนี้มาสร้างเครื่องเกมคอนโซล และให้ชื่อว่า
.

PlayStation

.
“เราต้องสร้างให้มันดีกว่านี้” Sakagushiกล่าวหลังจากประสบความสำเร็จกับ Final Fantasy และเขาก็นั่งแท่นเป็นผู้สร้างและผู้กำกับ ที่ปรึกษา ในภาคต่อ ๆ มา
.
ทำยอดขายในการวางจำหน่ายบนเครื่อง NES ถึง 4.6 ล้านก๊อปปี้ ในภาค 1-3
.
พวกเขาก็ยกระดับทั้งวิธีการเล่น กราฟฟิค จนกระทั่งชนะคู่แข่งคนสำคัญอย่าง Enix เจ้าของซีรี่ย์ Dragon Quest และสร้างยอดขายอีก 7.5 ล้านก๊อปปี้ ใน Final Fantasy ภาค 4-6 ให้เครื่อง Super Famicom
.
ความสัมพันธ์ระหว่าง Square และ Nintendo ยังคงดำเนินไปอย่างราบรื่น จนกระทั่งมาถึงการพัฒนา Final Fantasy VII ทีมงานของ Sakagushi พัฒนาเกมในรูปแบบ 2D เพื่อลง Super Famicom เช่นเดิม
.
เมื่อเกมต้นแบบเสร็จสิ้น พวกเขาก็พักงานไว้เพื่อไปช่วยอีกทีมทำ Chorono Trigger และเมื่อเสร็จภารกิจในปี 1995 พวกเขาก็กลับมาสานต่อเกมในตำนาน
.
แต่การกลับมาครั้งใหม่ ก็มีคำถามเกิดขึ้นมาว่า อนาคตของพวกเขาควรไปในทิศทางใด

.
ธันวาคม 1994 Sony PlayStation ก็เผยตัวให้โลกได้ยลโฉม ด้วยการใช้ CD แทนตลับเกมแบบเก่าในการเล่น ราคาเครื่องที่ถูกกว่าคู่แข่ง และประสิทธิภาพของเครื่องที่ทรงพลัง
.
ทำให้บรรดาบริษัทผู้สร้างเกมทยอยลงเล่นในสนามนี้ ทั้ง Takken ของค่าย Nemco และ Battle Arena Toshinden เป็นต้น
.
ปี 1996 Nintendo ตอบโต้ด้วยคอลโซลแห่งโลกอนาคต ด้วยกราฟฟิคระดับ 64 Bit ด้วยเครื่อง Nintendo 64 ซึ่งยกระดับของเกมไปอีกขั้น เปิดตัวพร้อม ๆ กับเกมคู่บุญอย่าง Mario 64
.
ในขณะที่ฝั่ง PlayStation ยังรันระบบด้วย 32 Bit
แต่คอนโซลของฝั่ง Sony ก็ไม่ได้สะทกสะท้านเพราะยุคที่เครื่องคอนโซลเจ้าอื่นใช้ CD Rom
.
แต่ปู่นินฯ ยังยืนยันจะใช้ตลับ

.
Square ได้ปรึกษาหารือกันเกี่ยวกับการพัฒนา Final Fantasy VII เรื่องการอัปเกรดให้เป็น 3D ซึ่งทางทีมรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องเล็ก การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้พวกเขาจะต้องสร้างตำนาน
.
ทางNintendo ทราบเรื่องการอัปเกรดนี้ จึงส่งระบบ Nintendo 64 ของพวกเขามาให้ทางทีมผู้สร้าง และขอให้ Square สร้างภาคใหม่ลงคอนโซลตัวนี้
.
Sakagushi พิจารณาตัวเลือกที่เขาจะพัฒนา FF VII ลง ซึ่งตอนนี้มีตัวเลือก Sega Saturn, Sony PlayStation และพันธมิตรหลักอย่าง Nintendo 64
.
เขาบอกว่าปัจจัยในการเลือกมีอยู่ 2 อย่าง คือ
.
1 ระบบการแสดงผล แน่นอนทีมงานต้องการการแสดงผลที่ดีที่สุดเพื่อสร้างสรรค์เกมในตำนานอันนี้ และ
.
2 ค่าใช้จ่ายของระบบการจัดเก็บข้อมูล เพราะการพอร์ทเกมลงแผ่น CD และการทำเกมลงตลับนั้น ค่าใช้จ่ายต่างกันมหาศาล ทั้งในแง่ของต้นทุน และกำลังการซื้อของนักเล่นเกม
.
และแล้ว พ่อดาบใหญ่ในตำนานอย่าง Cloud Strife ก็ได้มาปรากฏโฉมใน PlayStation โดยทีมงานใช้งบในการพัฒนาเกมนี้มากกว่า 60 ล้านเหรียญ
.
พวกเขาสร้างตำนานสำเร็จ สามารถขาย Final Fantasy VII ได้ถึง 11 ล้านก๊อปปี้ เกือบเท่ายอดขาย ภาค 1-6 รวมกันเสียอีก แน่นอนช่วยให้ Sony ขายเครื่อง PlayStation ได้มากมาย
.
จนเมื่อหมดอายุขัยของและยกเลิกสายการผลิตของ PlayStation 1 ทาง Sony ทำยอดขายไปกว่า 120 ล้านเครื่อง
.
ยังส่งผลให้ แบรนด์ PlayStation อยู่คู่กับนักเล่นเกมมาจนถึงทุกวันนี้

.
“ไม่ใช่แค่ RPG ที่ย้ายมาลงระบบ CGI 3D กระทั่ง Capcom ก็ยังสร้าง Resident Evil ด้วย ซึ่งก็แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเครื่อง PlayStation ได้เป็นอย่างดี” Sakagushi กล่าว
จากคำพูดนี้
.
เหมือนทาง Nintendo จะโดนตบหน้าหงายบ้าง จนสาวกปู่นินฯ ออกมากล่าวว่า นี่เป็นการหักหลังครั้งยิ่งใหญ่ และหลายปีจากนั้น Square ก็ไม่ได้สร้างเกมลงคอนโซลของ Nintendo เลย
.
แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า คุณปู่เองก็สร้างความเจ็บแสบไว้กับชาวบ้าน และผลกรรมนั้นก็สร้างศัตรูตัวฉกาจ ให้กลับมาทำร้ายพวกเขาเอง

.
โลกปัจจุบัน การที่ค่ายเกมจะไม่ค่อยทำสัญญากับเครื่องไหนเป็นพิเศษ แสดงให้เห็นโลกทุนนิยมอันแข็งแกร่ง และเรื่องที่เล่ามาก็สอนให้รู้ว่า โลกของธุรกิจการแข่งขันนั้น มักมีส่วนผสมของเรื่องราวหักเหลี่ยม ชิงไหวชิงพริบกันแบบนี้เสมอ
.
วิวัฒนาการของการหักหลังก้าวหน้ามาพร้อมปัญญามนุษย์
.
และที่สำคัญพล็อตเรื่องมันสนุกและซับซ้อนกว่าเกมที่เราเล่นเสียอีก
.
บทความจากเพจ KooCast

https://www.facebook.com/LKKGaming/

ฝากติดตามผลงานและร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันครับ

#GameLegend
KooCast
--- --- ---
.
อ้างอิง
http://www.ign.com/articles/2009/06/18/ign-presents-the-history-of-final-fantasy?page=4
https://en.wikipedia.org/wiki/Square_Enix
http://vgsales.wikia.com/wiki/Final_Fantasy
https://en.wikipedia.org/wiki/Hironobu_Sakaguchi


SHARE
Written in this book
Gaming Room
บทความเกี่ยวกับเกมไงละ จะอะไรเสียอีก
Writer
imonkey7
นักเขียนไม่เสร็จ
มีเรื่องมากมายจะเขียนแต่ก็เขียนไม่เสร็จ Blog : https://imonkey.blog/ และ https://bookster.blog/

Comments

Azimuths
6 months ago
จะดีใจหรือเสียใจดี คนซื้อยังงงเองเลย
เริ่มเล่นไฟนอล 3 แล้วก็เก็บเงิน
สมัยนั้นซื้อเครื่องซุปเปอร์+หัวโปร เพราะต้องการมาเล่นไฟนอล 4 5 6 แถมด้วยโครโนทริกเกอร์ ยังไม่รู้จักเครื่องเพลย์ด้วยซ้ำ

ไม่นานไฟนอล 7 ออก ลงเครื่องเพลย์ รู้สึกเซ็งๆ เงินเก็บเอาไปลงเครื่องซุปเปอร์หมดละ แต่ก็ได้เล่นอีกหลายเกม รวมถึงสมบัติรูโดร่า พอหลังจากนั้นก็ไม่ค่อยได้เล่นเกมแล้ว เรียนอย่างเดียวเลย

ไฟนอล 8 9 ออกก็ไม่ได้เล่น มาเล่นเอาตอน emu ในคอมฯ ก็แปลกดี เด่วนี้ก็ไม่คิดจะซื้อเครื่องเพลย์เลย เลิกเล่นเกมแต่ดันไปซื้อ NDS กะ Wii อีก 555 มีแถม PSP ด้วย แต่เล่นแค่ไม่กี่เกมเอง จะว่าไป พักหลังๆ มานี้เกมออกแนวๆ 3D แต่คุณภาพไม่ค่อยดีเลย เหมือนๆ สมัย 2D ปู่นิน เกมก๊อกแก๊กเพียบ
Reply
imonkey7
6 months ago
แยกประเด็นนิด
1 เซ็งเรื่องเปลี่ยนเครื่อง ff7 ลง เพลย์
อันนี้ก็ทำใจอะครับเพราะโปรโตไทป์ของ FF7 มันเครื่องซุปเปอร์จริง ๆ เป็นผมก็ซื้อ ซุปเปอร์

2 พอมีเกมแล้วจริง ๆ ไม่ค่อยเล่น
คงตามอายุแหละครับ-- มีเวลาไม่มีเกมเล่น พอมีเกมเล่นไม่มีเวลา (หรือมีอย่างอื่นทำ)

3 เกม 2D/3D
เกม 2D มีระบบเล่นไม่เยอะครับ จึงต้องสู้ด้วยเรื่องด้วยไอเดีย พอมาระบบ 3D มีอะไรเล่นเยอะทั้งระบบ รูปแบบ CG บางอันทำซับซ้อนไปจนไม่สนุก บางอันทำสนุกแต่โดนกลบด้วยอย่างอื่นไรแบบนี้อะครับ ^^