ป่วยแล้วก็ต้องรักษา
หมายเลข 204 เชิญรับยาที่ช่อง 11 ค่ะฉันรับถุงยามาจากเภสัชที่เคาน์เตอร์ช่อง 11 ในถุงมียา 3 ชนิดด้วยกัน คือ Nortriptyline 10mg, Mianserin (Mealin) 30mg และ Risperidone (Neuris) 1mg

"Nortriptyline ทานหลังอาหารเช้า-เย็นนะคะ ส่วน Mianserin และ Risperidone ทานหลังอาหารก่อน 2 ทุ่ม เพื่อที่ยาออกฤทธิ์พี่จะไม่ได้นอนดึกจนเกินไปค่ะ" 

ฉันยืนฟังเภสัชอธิบายวิธีการรับประทาน ในใจยังคงเต็มไปด้วยคำถามเราจะหายจากโรคนี้ด้วยยาพวกนี้จริงๆ เหรอหลายคนที่ฉันรู้จักในกลุ่มซึมเศร้า ยังคงรับการรักษาและรับยามากกว่า 3 ปี บางคนต้องรับยาตลอดชีวิตก็มี จึงทำให้ฉันเองรู้สึกหวั่นใจอยู่ไม่น้อย

ฉันกลับมาถึงบ้าน ตัดสินใจที่จะปิดบังความจริงคนในบ้านว่าฉันป่วย เพราะถ้าขืนแม่รู้เข้า คงจะรบเร้าให้ฉันสอบเป็นทหารอย่างแน่นอน ฉันไม่อยากเข้าไปทำงานที่เดียวกับแฟนเก่าของฉัน ฉันไม่อยากรับรู้เรื่องราวอะไรเกี่ยวกับเขาอีก

คืนนั้นฉันทานยาตามหมอสั่ง ประมาณ 3 ทุ่มก็เริ่มง่วงหงาวหาวนอนทันที และเป็นคืนแรกที่ฉันนอนไวและหลับสนิทจนเช้า

ช่วงอาทิตย์แรกของการรับยา จะมีอาการมึนๆ อึนๆ เพราะผลกระทบจากฤทธิ์ยา แต่ยังดีที่ไม่มีผลทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน พออาทิตย์ถัดมา ฉันก็เริ่มปรับตัวเข้ากับยาได้ และใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แต่จะ Slow Life เล็กน้อยกับการทำกิจกรรมทุกอย่าง ยิ่งกิจกรรมใช้ความคิด สัมผัสได้ว่าคิดอะไรช้าลงไปเล็กน้อย หรือบางทีคิดไม่ออกเลย จึงทำให้ฉันทำงานช้าลงพอสมควร แต่การรับยาก็ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะการทำอะไรช้าลง คิดช้าลง ทำให้เราใจเย็นมากขึ้น และคิดอะไรถี่ถ้วนรอบคอบมากขึ้น

นอกจากการรับยา สิ่งที่ต้องปรับเพื่อให้การรักษาได้ผล คือ ทัศนคติและความคิดที่มองตนเอง ก่อนจะรับการรักษา ฉันเป็นคนคิดมากและมองตนเองในแง่ลบ เวลามีปัญหาอะไรมักจะโทษตัวเองเป็นคนผิดก่อนเสมอ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ไม่ดีกับตัวเองเลย ฉันจึงตัดสินใจใช้โอกาสนี้เปลี่ยนแปลงความคิดที่มีต่อตัวเอง และค้นหาความชอบหรือกิจกรรมที่จะบรรเทาอาการของฉันได้้ การทำกิจกรรมจะช่วยให้ฉันไม่ว่างที่จะคิดเรื่องฟุ้งซ่าน เพราะสมาธิของฉันจะไปโฟกัสที่สิ่งที่กำลังทำหรือกำลังสนใจอยู่นั่นเอง

ฉันค้นพบว่า การแต่งหน้าและเรียนรู้เทคนิคด้านความสวยความงาม คือสิ่งที่ฉันชื่นชอบอย่างหนึ่ง ฉันจึงตัดสินใจทำ fanpage ใน facebook เพื่อเล่าประสบการ์ต่างๆ ในการใช้เครื่องสำอางและสกินแคร์ของฉันเอง และนั่นทำให้ฉันค้นพบความสุขเล็กๆ ที่จะเยียวยาจิตใจอันเศร้าหมองได้

อีกกิจกรรมหนึ่งที่ฉันชอบ คือ การปลูกต้นไม้ ฉันค้นพบความสุขเล็กๆ จากการที่เห็นต้นไม้ทุกต้นที่ฉันปลูกมีการเจริญเติบโต​และออกดอก เป็นกิจกรรมที่ฉันมักจะแนะนำคนในกลุ่มโรคซึมเศร้าให้ลองทำยามว่าง


ฉันเองก็ได้แต่หวังว่า สักวันหนึ่งฉันจะหายดีเป็นปกติ และบันทึกนี้จะกลายเป็นเรื่องราวความทรงจำที่ฉันมองย้อนกลับไป คงยิ้มออกว่าตัวเองผ่านเรื่องราวเห่านั้นมาได้ยังไง
สู้เขานะ เธอจะต้องหายดี 😊
SHARE
Written in this book
บันทึกจิตป่วย
Diary ของคนอัธยาศัยดีที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า
Writer
Sweetpigiiz
Who's depressed
สาวไอทีผู้อัธยาศัยดี แต่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า

Comments