วันที่ฉันป่วย

"หมอขอแจ้งให้ทราบว่า คุณป่วยเป็นโรคซึมเศร้าค่ะ"
สิ้นเสียงของหมอ ฉันนั่งตัวชา ความรู้สึกจุกอยู่ที่อก น้ำตาเอ่อ ในสมองที่เดิมมึนอยู่แล้ว ยิ่งมึนเข้าไปอีก
นี่ฉันกลายเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้าจริงๆ เหรอ... 
ฉันถามตัวเองอีกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าคำตอบนั้นออกมาจากปากหมอเรียบร้อยแล้ว


"แต่คุณยังมีโอกาสหายจากโรคนี้ได้นะ มันเป็นความผิดปกติของสารเคมีในสมองของคุณ อาจจะใช้เวลารักษา 6-8 เดือน... หรือมากกว่านั้น"

หมอพูดให้ความหวังในการรักษากับฉัน คงเห็นสีหน้าของฉันในตอนนี้ไม่สู้ดีนัก พอฉันได้ฟังหมอก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้าง


ทุกอาการป่วยล้วนมีสาเหตุ ส่วนสาเหตุที่ทำให้ฉันป่วยเป็นโรคซึมก็คือ...

"เลิกกันเถอะ เรามันคนเห็นแก่ตัวแบบที่เธอว่า เรามันไม่เหมาะสมจะมีใคร เราสมควรอยู่คนเดียว"

ความรัก 5 ปีของฉันถูกพังทลายลงด้วยน้ำมือของเขา.. แฟนเก่าที่ฉันรักมาก

เรา 2 คนพบรักกันตอนฝึกงานตอนเรียนมหาวิทยาลัย ฉันเป็นเด็กปี 4 มาจากมหาวิทยาลัย​เกษตร​ศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ส่วนเขาเป็นเด็กปี 5 มาจากมหาวิทยาลัยไทย -​ญี่ปุ่น

ความบังเอิญ คือ เราต้องกลับบ้านทางเดียวกันทุกวัน และฉันเป็นคนอัธยาศัยดี ชอบชวนคนนั้นคนนี้คุยเพื่อผูกมิตรอยู่เสมอ แต่ฉันไม่เคยคิดว่า มันจะเป็นการผูกรักไปโดยไม่รู้ตัว

"เราชอบเธอนะ"

ก่อนที่เรากำลังจะแยกย้ายกันกลับบ้าน เขาสารภาพว่าชอบฉันตรงป้ายรถเมล์แถวอนุสาวรีย์​ชัย

ยอมรับว่าตอนนั้นใจเต้นแรงมาก เกิดมาไม่เคยมีผู้ชายมาบอกชอบหรือสารภาพรักในที่่สาธารณะแบบนี้มาก่อน และจากนั้นเราก็เริ่มปลูกต้นรักกันเรื่อยมา

ปีที่ 1-3 มันดีมาก เรามาฝึกงาน กินข้าวเที่ยง และกลับบ้านพร้อมกันเสมอ พ่อแม่ของฉันและแม่ของเขาได้ทำความรู้จักกัน ฉันไปถือหมอนในงานบวชเขา ทำขนมไปให้เขาตอนเป็นทหารเกณฑ์ และเขาก็เข้ามาเป็นทหารในที่ทำงานที่เดียวกับพ่อแม่ของฉัน และเมื่อเขาติดยศ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

ปีที่ 4 ฉันจับได้ว่าเขาแอบคุยกับผู้หญิงคนอื่นถึง 3 คน เพราะรักเขามาก จึงยอมให้อภัย แต่กลับจำฝังใจไม่เคยลืม เพราะเหตุผลที่เขาไปคุยกับคนอื่น คือ...

"เธอชอบบ่นเรื่องหน้า จิตตกเรื่องหน้า ทำหยั่งกะว่าบ้านโดนไฟไหม้เหลือแต่ตออย่างงั้นแหละ"

ช่วงนั้น หน้าฉันพังเพราะแพ้เครื่องสำอาง ต้องกดสิวอุดตันสิวอักเสบออก และสิวปะทุบนหน้าจนไม่มีที่ว่างเหลือ เดิมก็เป็นคนไม่มั่นใจในตนเองอยู่แล้ว พอมีปัญหาแบบนี้ยิ่งไปกันใหญ่

หลังจากนั้น เราก็มีปากเสียงทะเลาะเบาะแว้งกันมาตลอด เขาก็เริ่มบอกเลิกฉันหลายครั้ง แต่ฉันก็ร้องขอกอดเขาเอาไว้ แล้วบอกว่า อย่าไปจากฉันเลย เขาจึงยังไม่ไปไหน

แต่ครั้งนี้ฉันไม่อยากรั้งเขาไว้อีกต่อไปแล้ว ฉันจึงยอมปล่อยเขาไป ทั้งที่ใจยังรักไม่เปลี่ยนแปลง


จากนั้นมา ชีวิตของฉันที่ไม่มีเขา ก็ไม่เคยมีความสุขอีกเลย ทั้งเรื่องงานที่ย้ายไป ก็ถูกบีบให้ลาออก หน้าก็กลับมาแพ้อีกครั้ง ฉันรู้สึกเหนื่อยล้า และอ่อนแอ ฉันนอนร้องไห้แทบทุกคืนจนหมดแรงผลอยหลับไป

รู้ตัวอีกที ฉันก็เริ่มควบคุมความคิดของตนเองไม่ได้ เอาแต่คิดถึงเรื่องราววันวานที่มีเขา ตอนเลิกรา ฉันไม่สามารถควบคุมให้ตนเองหยุดคิดเรื่องแย่ๆ ได้ และเริ่มโทษตัวเองหนักขึ้น 

จนในที่สุด... ฉันมีความคิดอยากจะกรีดข้อมือฆ่าตัวตาย เริ่มเอามือลูบไล้ข้อมือหาจุดหรือร่องที่กรีดข้อมือได้พอดี แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ลงมือกรีดข้อมือจริงๆ เพราะห่วงแมวกับพ่อแม่มากกว่า

ฉันถึงได้นั่งอยู่ตรงหน้าหมอที่ รพ.ศรีธัญญา นี่ไง
SHARE
Written in this book
บันทึกจิตป่วย
Diary ของคนอัธยาศัยดีที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า
Writer
Sweetpigiiz
Who's depressed
สาวไอทีผู้อัธยาศัยดี แต่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า

Comments