จง(นิร)โทษกรรมตัวเอง
 เพราะมนุษย์มีสิ่งที่เรียกว่าความรู้สึก...ซึ่งเป็นสิ่งที่มองด้วยตาไม่เห็น แปรเปลี่ยนได้ง่ายและเข้าใจได้ยาก และเพราะความรู้สึกนั้นจะถูกรับรู้ได้แค่กับมนุษย์ด้วยกันเอง...มันจึงเป็นเหมือนโทษทัณฑ์สำหรับบางคน




 
มนุษย์ทุกคนมีหลายความคิด และเกินครึ่งของความคิดนั้นก็มาจากความรู้สึก ประสบการณ์ และการคาดหวัง ในโลกใบนี้ที่มีมนุษย์อยู่มากมายหลายร้อยล้านคนย่อมทำให้มีความคิดมากมายไหลสวนทางกัน บางความคิดเข้าขากันได้ดี แต่บางความคิดก็ไม่...และบางครั้งความคิดที่ไม่สามารถเข้ากับอะไรได้เลยก็กลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า ‘ความรู้สึกผิด’ และสิ่งนั้นก็กลายเป็นเหมือนโรคร้ายกัดกินผู้คน


ครั้งหนึ่งฉันเคยเป็นเหมือนกับคนอื่นๆ ที่เมื่อทำผิดพลาดก็จะรู้สึกผิด พยายามทำทุกอย่างให้มันดีขึ้น พยายามจะแก้ไขความผิดพลาดนั้นจนบางครั้งความรู้สึกที่มากเกินไปนั้นก็กลายเป็นการโทษตัวเองที่ไม่จบสิ้น เหมือนโรคร้ายที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด เป็นสิ่งที่เหมือนจะคุ้นชินแต่กลับไม่ต้องการ และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือ...ความคิดนั้นสามารถทำร้ายได้ทุกคน ไม่เพียงแค่เจ้าของความคิด แต่รวมถึงคนอื่นๆที่เกี่ยวข้องด้วย


การโทษตัวเองเหมือนเป็นกลไกอย่างหนึ่งของความรู้สึกนึกคิดที่คุ้นชินกับการหา ‘ความผิด’ และเมื่อไม่มีใครให้กล่าวโทษก็จะกลับมาโทษตัวเองในที่สุด ไม่ใช่เพียงแค่การทำผิดพลาด บางครั้งเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเองก็เป็นเหตุได้เช่นกัน หรืออย่างเลวร้ายที่สุด...คือการโทษตัวเองจากสิ่งที่ไม่ใช่ความผิดของตนเอง


ฉันเคยเหมือนกับคนเสียสติ ที่หยิบทุกคำพูดทุกสายตาของคนรอบข้างมาแบกรับเอาไว้ ทำเหมือนกับว่าพวกเขายินดีจะให้สิ่งเหล่านั้นกับฉัน ใส่ใจแม้กระทั่งเสียงพึมพำเพียงเล็กน้อย หรือแม้กระทั่งเสียงที่แว่วผ่านตามลมก็เช่นเดียวกัน บางคนมองว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ปัญหาที่หนักหนาอะไร แต่สำหรับฉันที่คลุกคลีกับสิ่งเหล่านี้จนเหมือนเป็นญาติสนิทกลับรู้ดีว่านี่เป็นเพียงชนวนเริ่มต้นของสิ่งที่อันตรายกว่า นั่นคือ...



‘ภาวะการเครียดเรื้อรัง’ 


ก่อนหน้านี้ฉันเคยคิดว่าสิ่งที่เป็นอยู่ไม่ใช่โรคร้ายอะไร เป็นเพียงความคิดที่ ‘ใครๆ’ ก็เป็นกันทั้งนั้น จนกระทั่งมันหนักหนาขึ้น รุนแรงขึ้น และทรมานมากขึ้น ความเครียดที่สะสมอยู่ในหัวไม่ได้ทุเลาลง รังแต่จะทวีคูณมากขึ้นไปอีก แม้เรื่องราวจะจบไปแล้วแต่บางครั้งฉันกลับเก็บประเด็นเหล่านั้นกลับมาคิดซ้ำเติมตัวเองอย่างไม่รู้จบ จากนาทีเป็นชั่วโมง จากชั่วโมงเป็นวัน จากวันเป็นเดือน และสุดท้ายก็ยาวนานหลายปีที่ฉันยึดติดและซ้ำเติมตัวเอง และแม้จะรู้ว่าการหยุดมันเป็นเรื่องง่ายๆที่ใครก็ทำได้ แต่ฉันกลับทำไม่ได้อย่างที่คิดเอาไว้


เหมือนกับว่าทางออกทั้งหมดถูกปิดตาย หากฉันยังไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์นี้ได้ก็จะถูกจองจำอยู่ในความรู้สึกที่ดำมืดเหมือนตะกอนขนาดใหญ่นี้ไปชั่วชีวิต ไม่มีทางออก ไม่มีทางหลุดพ้น ต้องจมอยู่ในความรู้สึกผิดที่บางครั้งตัวเองก็ไม่ได้ทำ แต่นี่ไม่ใช่เป้าหมายในชีวิตของใครแน่นอน ไม่มีใครต้องการอยู่ในสภาพแบบนี้ ไม่...


‘ฉันยึดติดอะไร ฉันต้องการอะไร...ต้องการการให้อภัยงั้นหรือ? จากใคร...ทำไม?’ ฉันถามตัวเองอยู่นานหลายเดือน เหมือนกับคนที่เดินวนไปมา ณ ตำแหน่งเดิมในกรงแคบๆที่สร้างมาจากความคิดของตัวเอง


ฉันยึดติดอะไร...ยึดติดว่าสิ่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองปรารถนาจะให้เป็น ปรารถนาจะให้เกิดขึ้น ฉันต้องการอะไร...ต้องการให้สิ่งที่ผิดพลาดนั้นเปลี่ยนแปลงไป แม้จะรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้แล้วก็ตาม ฉันต้องการการให้อภัย...ให้อภัยจากใคร จากคนที่ร่วมรับผิดชอบ...หรือจากตัวเองกันแน่?



ที่สุดแล้วความรู้สึกผิดนั้นก็เป็นเพียงการปฏิเสธสิ่งที่เกิดขึ้นโดยยอมรับมันเพียงครึ่งเดียวว่ามันผิด และมันจะต้องมีทางแก้ไข แม้ว่าหนทางนั้นอาจไม่เหลือแล้วแต่เมื่อเชื่อและปักใจว่ามันยังทำได้ก็ยึดติดในสิ่งนั้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมันไม่อาจแก้ไขอะไรได้ก็ไม่สามารถลบความรู้สึกนั้นในใจได้ และเมื่อไม่มีใครให้โทษก็กลายเป็นการกลับมาโทษตัวเอง...โทษตัวเองที่ทำผิด โทษตัวเองที่ตัดสินใจผิดพลาด โทษตัวเองที่ไม่สามารถทำได้เหมือนที่หวังเอาไว้ จอมจมอยู่ในความรู้สึกนั้นมาตลอดแม้ว่าตัวเองจะสามารถลุกขึ้นมาได้ด้วยเงื่อนไขเพียงข้อเดียวกลับไม่ยอมทำ


เพียงแค่ยอมรับ...เพียงแค่ให้อภัยตัวเองเท่านั้น


ความรู้สึกผิดที่เหมือนบาปอันหนักอึ้งนั้นจะคลายออก โคลนสีดำมืดที่ฉุดรั้งทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้จะหายไป ไม่ใช่จากการแก้ไข...แต่จากการ ‘ยอมรับ’ ยอมรับว่ามันได้เกิดขึ้นไปแล้ว เป็นไปแบบนั้นแล้ว และจะจบลงแบบนั้น ไม่มีใครแทรกแซงได้ ไม่มีใครเปลี่ยนได้ รู้ตั้งแต่แรกว่าแค่ยอมรับก็สามารถหลุดพ้นจากความรู้สึกแย่ๆเหล่านั้นได้...


แต่บางคนกลับไม่ยอมทำ ไม่ยอมแม้แต่จะยอมรับ เพราะสิ่งที่ยึดติดนั้นกลายเป็นเหมือนตราบาปฝังลึกในใจมาโดยตลอด เพียงแค่ไม่ชินที่จะยอมรับ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะหลุดพ้นจากความผิดและการโทษตัวเองไม่ได้...และสุดท้ายคนที่ให้อภัยตัวเอง ยอมรับตัวเองได้...ก็ไม่ต่างจากการยอมนิรโทษกรรมให้กับตัวเอง



-----------------------
---------------------------------------
SHARE
Written in this book
Queasiness
ความอึดอัดใจ  ความไม่สบายใจ  ความกังวลใจ เรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดผ่านอารมณ์อันขุ่นมัว
Writer
SIN-RayRin
Mortal
Failure

Comments