Bitcoin แบบง่ายๆฉบับเด็กห้าขวบ
สมมุติว่าวันหนึ่งอากาศดี ผมกับคุณชวนกันไปนั่งเล่นกันที่สวนสาธารณะ บังเอิญว่าวันนั้นผมมีส้มอยู่ในมือทั้งหมด 1 ผล ผมยื่นมันให้กับคุณ หลังจากคุณรับมันไว้ผมก็เหลือส้มทั้งหมด 0 ผล และในทางกลับกันคุณก็มีส้มอยู่ทั้งหมด 1 ผล ซึ่งต่อจากนี้คุณจะทำอะไรกับมันก็ได้ เอาให้เพื่อนที่โรงเรียน ให้แฟน ให้ปู่ยาตาทวด ได้หมด หรือแม้กระทั่งเอาคืนให้ผมก็ได้ การส่งมอบสิ่งของที่มีตัวตน (physical) มันเข้าใจง่าย เพราะเรารู้เราเห็น มันมีอยู่จริง เราไม่ต้องการบุคคลที่สามมาเป็นพยาน ผมให้ คุณรับ ผมเหลือศูนย์คุณมีหนึ่ง จบแค่นั้น ไม่ว่าจะเป็นส้ม กล้วย หนังสือ เหรียญบาท หรือแบงค์พัน ฯลฯ

ตอนนี้มาลองจินตนาการกันต่อว่าถ้าส้มที่ผมมีเป็นส้มดิจิตอล ถ้าผมจะเอาส้มดิจิตอลให้คุณจะเกิดอะไรขึ้น เรื่องราวมันน่าสนใจตรงนี้แหละ

คุณจะแน่ใจได้อย่างไรว่าส้มดิจิตอลของผมที่ให้คุณตอนนี้จะเป็นกรรมสิทธิ์ของคุณ แค่คุณเท่านั้น โดยที่ผมไม่ได้เอาให้คนอื่นด้วย โดยไม่ได้สร้างก็อปปี้ของส้มดิจิตอลขึ้นมาสองผลและเอาเก็บไว้ผลหนึ่งและให้คุณผลหนึ่ง การส่งส้มดิจิตอลมันเป็นเรื่องที่ซับซ้อนขึ้นมาอีกหน่อย ไม่เหมือนกับการที่ผมยื่นส้มเป็นผลจริงๆให้กับมือ

ซึ่งที่จริงแล้วปัญหานี้มันมีชื่อเรียกว่า “double-spending problem” (ปัญหาของการจ่ายเงินดิจิตอลหนึ่งหน่วยไปสองแห่ง-ลองค้นหาบน google ต่อนะครับถ้าสนใจ) มันเป็นปัญหาที่มีคู่กับสกุลเงินดิจิตอลมาตลอด เป็นปัญหาที่เหล่าเนิร์ดทั้งหลายพยายามแก้ไข และดูเหมือนว่าตอนนี้มันมีทางออกแล้ว

กลับมาในโลกของความเป็นจริงกันอีกครั้ง คราวนี้ลองนึกดูว่ามีวิธีไหนบ้างที่เราสามารถลงบันทึกการถ่ายโอน ส่งมอบส้มเป็นผลจากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่งได้บ้าง? ถ้าเกิดเราจดบันทึกขึ้นมา ทำเป็นบัญชีการถ่ายโอนส้มหล่ะ? ใช่ครับมันเหมือนเป็นการทำบัญชี (ledger) เพื่อบันทึกรายการเปลี่ยนแปลง (transaction) ของผลส้มจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ไอเดียนี้น่าจะใช้ได้ แต่....

พอกลับมาในโลกของดิจิตอล บัญชีก็เป็นดิจิตอลด้วย เรื่องมันก็จะยุ่งยากขึ้นมาอีกนิดหน่อย (เหมือนว่าเจ้าโลกดิจิตอลนี่ปัญหาเยอะตลอด) เพราะบัญชีในโลกดิจิตอลเราต้องมีคนควบคุมขึ้นมาคนหนึ่งเพื่อดูแลการเดินของบัญชี (ให้ลองนึกถึงพวกเกมส์ดิจิตอลที่มีไอเทมสุดหายากก็จะมีคนควบคุมดูแลบัญชีไอเทมเหล่านี้เหมือนกัน) เป็นคนดูแลการโอนย้ายส้มดิจิตอลของเรา แต่ปัญหาคือหนึ่งเราจะเชื่อใจได้ยังไงว่าคนที่ดูแลจะไม่สร้างส้มดิจิตอลขึ้นมาอีกด้วยตัวเอง ตอนนี้เหมือนว่าเราจะกลับมาสู่จุดเริ่มต้นของปัญหาเดิม ส้มดิจิตอลนั้นอาจจะถูกดัดแปลงสร้างใหม่ขึ้นมาเพื่อผลประโยชน์ของใครสักคน จะมีทางไหมที่ทำให้การส่งมอบส้มดิจิตอลนั้นเรียบง่ายเหมือนการยื่นส้มจริงๆให้ใครสักคนหนึ่ง เหมือนวันที่อากาศดีๆในสวนสาธารณะวันนั้น?

มีครับ...

เอาแบบนี้สิ ในเมื่อเชื่อใจเอาบัญชีฝากไว้ที่ใครคนใดคนหนึ่งไม่ได้ ก็ฝากไว้ให้กับ “ทุกคน” เลยเป็นไงหล่ะ? ทุกรายการการเคลื่อนไหวของส้มดิจิตอลจะถูกบันทึกไว้บนบัญชีของคอมพิวเตอร์ของทุกคนที่ใช้ ตั้งแต่เริ่มแรกจนถึงตอนนี้ มีบันทึกไว้หมด ผมเอาส้มให้คุณ เพื่อนคุณก็รู้ คุณเอาส้มให้เพื่อน ผมก็รู้ เพื่อนคุณไม่อยากกินส้มเอามาคืนผม คุณก็รู้ (ก็ไปเคลียร์กันเองนะ)

มันเป็นระบบที่โกงไม่ได้ ผมไม่สามารถส่งส้มดิจิตอลที่ผมไม่มีให้คนอื่นได้เพราะบัญชีจะไม่ตรงกับเครื่องอื่นๆบนเครือข่ายทันที และยิ่งมีผู้ใช้มากขึ้นเท่าไหร่ ความปลอดภัยก็มากขึ้นเท่านั้น มันไม่ได้ถูกควบคุมด้วยคนใดคนหนึ่ง กฎถูกตั้งมาไว้แบบนี้ตั้งแต่แรก โดยโค้ดต่างๆที่ถูกสร้างขึ้นมานั้นเป็น Open Source (ลองนึกถึง Wikipedia) คนที่คอยดูแลก็จะมีหลายหูหลายตา ฉลาดๆและเนิร์ดๆกันทั้งนั้น คุณเองก็สามารถร่วมวงในเน็ตเวิร์คนี้ได้เช่นเดียวกัน อาจจะช่วยเป็นหูเป็นตา คอยอัพเดทบัญชีและเช็คยอดการโอนถ่ายส้มดิจิตอล โดยผลที่ได้คือระบบที่ปลอดภัยมากขึ้น และมีค่าตอบแทนเล็กๆน้อยๆเป็นส้มดิจิตอลกลับคืนมาด้วย (นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Bitcoin Mining เดี๋ยวมาอธิบายต่อในบทต่อไป)

อาจจะข้ามรายละเอียดปลีกย่อยไปบ้าง แต่ระบบนี้มีอยู่จริงเรียกว่า “Bitcoin Protocol” โดยที่ส้มดิจิตอลคือ “Bitcoin” นั้นแหละครับ

ตอนนี้บัญชีดิจิตอลแบบสาธารณะ (Public Ledger) ได้เข้ามาช่วยให้ระบบนั้นแข็งแกร่ง เพราะเรารู้ว่ามีส้มดิจิตอลหมุนเวียนในระบบเท่าไหร่ การเปลี่ยนถ่ายจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งก็ปลอดภัย ซึ่งวกกลับไปที่สวนสาธารณะอีกครั้ง มันเหมือนผมยื่นส้มผลหนึ่งให้คุณจริงๆนั้นแหละ แต่มันคูลตรงที่ว่ามันเป็นดิจิตอลและสามารถส่งไปที่ไหนก็ได้บนโลกใบนี้

ตอนนี้มีหลายคนกำลังถกเถียงกันถึงเรื่อง Bitcoin ถึงขั้นมีการถกเถียงกันระหว่างนักการเมือง ระหว่างโปรแกรมเมอร์​ ระหว่างธนาคาร ฯลฯ บ้างก็บอกว่ามันเป็นทองของโลกดิจิตอล บ้างก็บอกว่ามันไม่มีค่าอะไรเลย บ้างก็บอกว่ามันกำลังจะเปลี่ยนแปลงโลก บ้างก็บอกว่ามันเป็นเหมือนความบ้าคลั่งคล้าย Tulip mania ในประวัติศาสตร์ชาวดัตช์ บ้างก็บอกมันแค่แฟชั่นบ้าบอที่แห่ตามกันเท่านั้น

แต่ไม่ว่ายังไง ถ้าคุณสนใจเจ้าส้มดิจิตอลผลนี้ สิ่งหนึ่งที่อยากให้จำไว้คือลองศึกษาให้มากกว่า และตัดสินมันด้วยตัวเอง เพราะทุกอย่างแม้จะปลอดภัยแค่ไหนก็ยังต้องมีช่องโหว่และความเสี่ยงที่คาดเดาไม่ได้ แม้ตอนนี้ยังไม่เห็นก็ตามที
SHARE
Written in this book
Nerd Talks
Talk nerdy to me
Writer
sopons
writer
ผมมีความสุขกับการอ่านหนังสือ ชอบเดินทางไปในที่ใหม่ๆ เรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่าง พบเจอเรียนรู้ผู้คน รักการถ่ายรูปและธรรมชาติ มีความสุขทุกครั้งที่ได้นั่งมองเหม่อดูเมฆเคลื่อนตัวบนท้องฟ้า นอนบนทุ่งหญ้าแล้วดมกลิ่นดินที่ลอยคลุ้ง รักและมีความสุขกับการได้คลุกตัวอยู่กับการเขียนหนังสือ ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนและพร้อมรับฟังความคิดเห็นเสมอครับ - โสภณ ​ศุภมั่งมี ผลงานหนังสือ : The Nerd of Microsoft, คิดสุดปลายเท้า, สวิสที่ฝัน ในวันที่ตื่น, คิวชู | ภูเขา | เงาจันทร์ | blog : aftertomorrow.co | fb/tw/ig : sopons | Columnist : The Matter, the101.world, GQ Thailand, Don't Magazine | Writer : สนพ. Salmon | Work Contact : 0891919698

Comments