สวัสดีเพื่อนร่วมห้องของฉัน...

บางครั้งกว่าจะรู้ตัว อะไรบางอย่างก็กลับกลายเป็นเพียงความทรงจำในอดีตไปแล้ว...



คนบางคนแม้อยากจะรู้จัก อยากพูดคุยด้วย แต่ว่าก็ทำได้แค่ทำตัวเป็นปกติราวกับว่าไม่รู้สึกอะไร ความรู้สึกที่ว่าเหมือนอยู่ใกล้แค่เอื้อมแต่ก็เหมือนกลับอยู่ไกลแสนไกล...
จะสายเกินไปไหมน่่ะที่ฉันจะบอกว่าในตอนนั้นฉันมีความรู้สึกดีๆให้กับ ' เพื่อนคนหนึ่ง' โดยไม่รู้ตัวมาก่อน ฉััััันคิดเพียงแค่ว่่าเธอก็็็็็แค่เพืื่อนที่ฉััันชอบคนหนึ่่ง ไม่มีอะไรพิเศษ...จนกระทั่งเมื่่่่่อวานนี้ในเวลาตีีีีสองกว่าๆที่ได้ไปดูเรื่องราวในชีวิตของเขา ดูรูปของเขา เพื่อนของเขา หรือแฟนของเขา...กลับรู้สึกตัวว่า
 
ตอนนั้นฉันชอบเธอมาก ชอบมาโดยตลอด แต่ก็ได้แต่หลอกตัวเองว่าไม่ใช่
นึกถึงตอนสมัยเรียนฉันไม่เคยได้พูดหรือคุยกับเธอเลยสักครั้ง ไม่เคยแม้แต่จะเอ่ยทักตอนที่บังเอิญเดินผ่านกันหรือเจอกัน ฉันก็ได้แต่คอยหลบซ่อน แสดงท่าทีเฉยเมยราวกับไม่เคยแคร์อะไร แต่ใครจะรู้ว่าตัวฉันเองในตอนนั้นช่างงี่เง่าและขี้หวาดกลัวแค่ไหน หากฉันทำท่าทางอยากรู้จักเธอหรือแสดงว่าฉันสนใจเธอมากแค่ไหน
ช่วงเวลานั้นฉันกลัวว่าวันหนึ่งเธออาจจะไม่มองฉัน ฉันคนนี้ที่ดูเหมือนตัวประหลาด กลัวว่าเธอจะเกลียด กลัวว่าเธอจะไม่มองฉันเป็นเพื่อน...เพื่อนที่เรียนอยู่ห้องเดียวกันอีก...


นึกๆดูแล้วมีอยู่หลายๆครั้งที่ฉันได้คู่กับเธอในคาบเรียนภาษาอังกฤษวิชาหนึ่ง เธอซึ่งเป็นผู้ชายที่เรียนเก่งที่สุดในห้องกับผู้หญิงอย่างฉันที่ดูโง่เง่าเรียนงูๆปลาๆ เธอกับฉันช่างแตกต่างกันจริงๆน่ะ ในตอนนั้นฉันไม่เคยคิดเลยว่าจะจับได้ชื่อเธอ วินาทีที่เห็นชื่อเธอเป็นภาษาอังกฤษเพียงแค่ไม่กี่ตัวอักษรบนกระดาษสีขาวสะอาดตา ฉันกลับรู้สึกเหมือนมีใครมากลั่นแกล้ง ยิ่งพยายามออกห่าง กลับยิ่งเข้าใกล้เธอขึ้นทุกครั้งจนน่าอึดอัดยังไงไม่รู้ ตอนที่ฉันได้ชื่อเธอ แล้วเธอก็หันมาทางฉัน ฉันกับเธอได้คู่กัน...คู่สนทนากันในวิชาภาษาอังกฤษที่ฉันแสนเกลียด แล้วฉันก็ทำราวกับว่าไม่อยากจะคู่กับเธอ จนเธอหันมามองฉััััััััััััััััััันด้วยความไม่เข้าใจ ฉัััันรู้ว่าเธอคงอึดอัดและรู้สึกไม่ดีที่ฉันทำแบบนั้น แต่เพราะฉันก็ไม่รู้ว่าตัวเองควรต้องทำยังไง จะว่าดีใจก็ดีใจ แต่ในความดีใจนั้นมันกลับมีความอึดอัดและเส้นบางๆที่คอยกันฉันให้ออกห่างจากเธอ เพราะฉันรู้ดี รู้ดีว่าเธอไม่ได้คิดอะไร

ดังนั้นฉันจึงเลือกจะปกป้องหัวใจของฉันไม่ให้ถลำลึกไปมากกว่านี้...


ฉันย้ายที่นั่งประจำแล้วไปนั่งเก้าอี้ข้างๆเธอ ฉันรู้สึกประหม่าจนไม่รู้จะทำยังไงเลยได้แต่คอยมองดูโน่นดูนี่รอบๆตัว และก็พยายามช่วยเธอแต่งบทสนทนาภาษาอังกฤษที่ฉันแสนเกลียดอยู่ข้างๆเธออย่างเงียบๆ แต่แล้วจู่ๆเธอก็หันมาถามฉันว่า

" First เขียนยังไงเหรอ "

First...อ่ะเหรอ? ฉันถามเธอกลับ แล้วก็เริ่มเขียนให้เธอดูไปทีละตัวๆจนกระทั่งถึงตัวสุดท้าย ฉันที่ไม่เก่งภาษาอังกฤษเลยถามเธอว่า


"เขียนแบบนี้ถูกไหม "


ฉันเองไม่รู้ว่าตัวเองเขียนถูกหรือเปล่า อาจจะเป็นเพราะฉันดันเกิดมาฉลาดน้อยไปหน่อยเลยเลื่อนแผ่นกระดาษสีขาวที่มีตัวอักษรภาษาอังกฤษอยู่คำหนึ่งไปให้เธอดู แล้วเธอก็บอกว่าเขียนถูกแล้ว ฉันก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่ง

ก็ยังดีที่ไม่โชว์โง่ให้เธอเห็นไปมากกว่านี้



หลังจากที่เธอมาพูดกับฉันเพียงประโยคเดียวกับคำถามนั้น เธอก็หันไปสนใจกับบทสนทนาภาษาอังกฤษต่อโดยที่มีฉันที่เป็น Partner ไม่ได้ช่วยอะไรเธอเลย เธอนั่งทำอยู่คนเดียวจนฉันเองก็ได้แต่รู้สึกผิดต่อเธอที่ช่วยอะไรเธอไม่ได้เลย ก่อนที่ฉันจะย้ายมานั่งข้างๆเธอ ฉันได้ยินเพื่อนของเธอบอกเธอว่าช่วยดูแลฉันให้ดีๆด้วย แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไร ไม่เลยเธอไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำเดียว...



ฉันยังจำได้ว่าตอนที่สมัครเรียน ฉันเห็นเธอเป็นครั้งแรก เธอ...ในวันนั้นดูนิ่งๆจนดูเหมือนหยิ่งๆ แต่เธอก็ดูน่าค้นหา เธอใส่ชุดนักเรียนสีขาวสะอาดตาบวกกับหน้าตาที่ดูซื่อๆนิ่งๆและรูปร่างที่ผอมแต่ก็สมส่วนเมื่อเทียบกับส่วนสูงของเธอ  ฉันอดที่จะมองเธอไม่ได้ ฉันนั่งถัดจากเธอไปสองถึงสามแถวแต่ฉันก็ยังคงมองเห็นเธอ ฉันเองในตอนนั้นจะว่าเป็นโรคไร้ภูมิคุ้มกันคนหล่อก็ได้ ฮ่าๆ พอกลับมาบ้านฉันก็เริ่มเล่าเรื่องเธอให้พี่สาวฟังไปพอสมควร ฉันบอกพี่สาวไปว่าเธอเป็นผู้ชายที่หน้าตาดี แต่ติดตรงที่เธอนิ่งๆจนเกือบกลายดูเหมือนหยิ่งและเธอที่ไม่ค่อยจะยิ้มเลย จนฉันนึกอยากจะเป็นเพื่อนกับเธอ อยากรู้ว่าเธอจะมีนิสัยแบบไหนกันน่ะ...จนกระทั่งวันนี้ฉันก็ยังไม่รู้เลยเหมือนกัน เหมือนกับวันนั้นที่ผู้หญิงคนนั้นได้แต่เพียงแค่คิด เพียงแค่คิิิิิดเท่านั้นจริิงๆ...


วันรายงานตัว...
เธอ...คนที่ฉันไม่คิดว่าจะได้เจออีกแล้ว อาจจะเพราะเหตุผลอะไรๆหลายๆอย่างรวมถึงขนาดโรงเรียนที่ค่อนข้างใหญ่ ฉันก็ไม่คิดว่าจะได้เจอกับเธออีก แต่ฉันก็ได้เจอเธออีกครั้ง น่าหัวเราะที่ทันทีที่ฉันก้าวเท้าเข้ามาในห้องรายงานตัว ฉันกลับจำเธอได้ทันที แต่ว่าเธอคงจำผู้หญิงผมสั้นที่ดูบ้านๆอย่างฉันไม่ได้ แล้วฉันกับแม่ก็เดินไปนั่งที่เก้าอี้ ในตอนนั้นฉันไม่รู้ว่าต้องนั่งตามคิว ใครมาก่อนก็รายงานตัวก่อน ฉันไม่รู้อะไรเลยจนกระทั่งฉันได้รายงานตัวก่อนเธอ...เหมือนกับว่าฉันแซงคิวเธอยังไงไม่รู้ พอออกจากห้องฉันก็ได่แต่คิดว่าเธอจะหาว่าฉันแซงคิวเธอหรือเปล่า..แต่ฉันก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ ดีใจจังที่ฉันได้พบกับเธออีกครั้ง...



วันปฐมนิเทศ...

ผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างหน้าฉันใช่เธอหรือเปล่า...ถ้าใช่ช่างบังเอิญจริงๆ เธออยู่ข้างหน้าฉัน ใกล้ไปจนน่าแปลกใจ แค่ฉันเอื้อมมือออกไปข้างหน้าเพียงนิดเดียวฉันก็จะสามารถสัมผัสเธอได้แล้ว แต่ฉันก็ไม่ทำ ฉันก็ได้แต่มองเธอจากแผ่นหลังกว้างๆที่ดูอบอุ่นของเธออยู่อย่างนั้น ทำได้เพียงแค่นี้จริงๆ
แต่เหมือนยิ่งพยายามออกห่างเธอหนึ่งก้าว เหมือนมีอะไรทำให้เธอขยับเข้ามาหาฉันอีกก้าวอยู่เสมอ เมื่อรุ่นพี่ที่ปฐมนิเทศให้พวกเราเล่นเกมกัน โดยทำเป็นรถไฟ..โยกย้ายไปข้างๆไปข้างหลังและข้างหน้า...มีอยู่ครั้งหนึ่งที่คนข้างหลังเราจะต้องจับคนข้างหน้าเป็นแถวๆไป แต่ฉันมันขี้ขลาดเลยไม่กล้าแตะต้องเธอ ก็เลยได้แต่จับชายเสื้อพละของเธออยู่อย่างนั้น เธอคงไม่คิดว่าฉันรังเกียจเธอเหรอกใช่ไหม...



ช่วงเข้ามาเรียนแรกๆ ช่างบังเอิญอีกแล้ว...
เธอได้อยู่ห้องเดียวกับฉัน!! ฉันควรดีใจหรือเปล่า
แต่ก็เท่านั้น เพราะเธอดูวางตัวออกห่างจากทุกคนยังไงไม่รู้ อาจจะเพราะเธอเพิ่งเข้าเรียนได้ไม่นานหรืออะไรก็แล้วแต่ เธอ...ที่เป็นผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่ง แต่เธอกลับไม่เคยสนใจผู้หญิงเลย ไม่มีเพื่อนผู้หญิงเลย จนกระทั่งมีข่าวลือออกมาว่าเธอ...เป็นเกย์ หลังจากที่ฉันได้ยินข่าวลือนี้ ฉันเองก็ตอบไม่ถูกเหมือนกัน เธอดูเหมือนจะใช่ แต่ก็ไม่ใช่.. จนเมื่อเวลาผ่านไป ฉันและเธอโตขึ้นมาอีกปี ผ่านไปหนึ่งปีแล้วสิน่ะที่ฉันคอยมองเธออยู่ในมุมมืดๆมุมหนึ่งของห้อง โดยบางครั้งที่เธอเริ่มรู้สึกตัว ฉันก็หันหลังเดินกลับมาในจุดที่ฉันยืนอยู่โดยไม่คิดจะก้าวก่ายชีวิตของเธออีก กลัวเหลือเกินถ้าเธอหันมาแล้วรู้ว่าฉันกำลังรู้สึกอะไรบางอย่างกับเธอ เธอจะหนีหายไปจากชีวิตของฉันตลอดกาล...


แม้ฉันและเธอไม่ได้สนิทกันถึงขนาดเรียกว่าเพื่อนรัก ฉันคนนี้ที่เธอรู้จักเพียงแค่ว่า... เป็นเพื่อนร่วมห้องเพียงแค่นั้น แต่ฉันกลับอยากจะมีความกล้า กล้ามากพอที่จะชวนเธอคุยเรื่องทั่วๆไป ยิ้มหัวเราะอย่างบ้าบอกับมุกตลกที่ฉันเตรียมไว้ เพื่อรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเธอ แต่ทว่าความกลัวที่มันอยู่เหนือความกล้ากลับพาให้ฉันค่อยๆออกห่างจากเธอไปทีละน้อย จนกระทั่งฉันมารู้สึกตัวก็ตอนที่เธอกับฉันเหมือนกับคนแปลกหน้า แม้อยู่ห้องเดียวกัน เรียนที่เดียวกัน เป็นเพื่อนร่วมห้องเรียนเดียวกัน ฉันกลับรู้สึกว่าเธออยู่ห่างไกลจนฉันเอื้อมไม่ถึงเธอได้อีกต่อไป...


มีอยู่วันหนึ่งที่ฉันได้รับรู้ว่าเธอชอบเพื่อนผู้หญิงในห้องอยู่คนหนึ่ง และเพียงเวลาไม่นานเธอก็ขอเพื่อนคนนั้นเป็นแฟน...ฉันรู้มาตลอดว่าเธอไม่ได้เป็นเกย์อย่างที่ใครกล่าวหาเธอ ไม่ใช่เลยสักนิด 
น่าหัวเราะที่ฉันรู้อยู่แล้วแท้ๆว่าเธอ..เธอชอบเพื่อนคนนั้น...ในชั่วโมงเรียนวิทยาศาตร์ ฉันเห็นเธอแอบมองเพื่อนคนนั้น สายตาของเธอบ่งบอกถึงความรู้สึกอะไรบางอย่างที่ตัวฉันเองก็รู้ดี..
รู้ดีมาโดยตลอด ฉันได้แต่เย้ยหยันตัวเองแล้วรีบเก็บสายตาที่ฉันกำลังมองเธอ ไม่แล้ว...ฉันเหนื่อยจริงๆ พอแค่นี้ดีกว่าอย่าพยายามอีกเลย..



ครั้งหนึ่งที่ฉันแอบไปดูชีวิตหรือเรื่องราวของเธอในโลกโซเชียล ในขณะที่ฉันกำลังดูเรื่องราวของเธอ มีอยู่สเตตัสหนึ่งของเธอที่เหมือนกำลังหัวเราะเยาะฉัน สเตตัสนั้นที่เหมือนเธอกำลังแอบชอบใครสักคนอยู่ และคนๆนั้นมันก็ไม่ใช่ฉัน...

บางครั้งคนทีคุณเห็นว่าไม่ค่อยคุยกับคุณ อาจจะเป็นคนที่อยากคุยกับคุณมากที่สุดก็ได้..




อืม...ความรู้สึกในตอนนั้น ในวันนั้นช่างน่าขันสิ้นดี เธอ...เพื่อนที่ได้เรียนห้องเดียวกัน ไม่สนิทไม่เคยพูดคุยกัน เธอกับฉันที่เหมือนกับคนแปลกหน้าดีๆคนหนึ่ง เธอ...มีสิทธิ์อะไรมาทำให้ฉันเจ็บปวด มีสิทธิ์อะไรมาทำให้ฉันร้องไห้...มีสิทธิ์อะไรกันน่ะ...และฉันก็รู้ตัวว่า เป็นตัวฉันเอง...ฉันเองต่างหากไปมีสิทธิ์อะไรในชีวิตของเธอ ฉันเองที่เป็นเพียงผู้หญิงโง่เง่าที่แอบชอบเพื่อนที่อยู่ห้องเดียวกัน ฉันที่เป็นเพียงแค่เพื่อนร่วมห้อง...ที่ถูกมองข้าม ไปมีสิทธิ์อะไรไปโกรธเธอ มีสิทธิ์อะไรที่จะร้องไห้เพราะเธอ...แล้วฉันมีสิทธิ์หรือเปล่าน่ะ...



สุดท้ายนี้...
ฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเธอจะมีความสุข ร่างกายแข็งแรงและยิ้มหัวเราะไปกับคนที่เธอชอบ หวังว่าเธอจะมีความสุขมากๆในทุกวัน 

ขอให้ผู้ชายคนนั้นที่ฉันเคยชอบมีความสุขมากๆ


ฉันเองก็จะไปมีความสุขกับชีวิตของตัวเอง ไม่มีอีกแล้วสิน่ะ...ผู้หญิงบ้าบอคนนั้นที่ได้แต่แอบชอบเธออย่างเงียบๆ ไม่มีแล้ว...

ลาก่อน...เพื่อนร่วมห้องของฉัน









ปล.เธอคงคิดไม่ถึงหรอกว่า เพื่อนร่่่่่่วมห้องของเธอคนนี้...คิดไม่่่่่ซืื่อกับเธอนานแค่่่่ไหน..
ปล.1 ฉันเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกัน
ปล.2 มีคำบางคำที่ฉันไม่เคยได้บอกเธอเลย ว่า...


โชคดีน่ะ!!!










SHARE
Writer
imlizauuy
修炼爱情
“ I don't like the world, I only like you ” Qiaoyi

Comments

PamPEY
4 months ago
ชอบจัง อ่านเเล้วจุกเลยฮ่าๆ
Reply
imlizauuy
4 months ago
thank you for reading my story
Reply