ร้านหนังสือเที่ยงคืน - 50 แผนการ
นกกระสาเร่งสรรหาหีบไม้ขนาดใหญ่มาหลายใบ ในความรีบร้อนต้องหาทางเก็บร้านหนังสือให้ทันก่อน ‘พวกนั้น’ จะตามมาพบ กีตะรู้ว่าหากหนนี้ตนทำพลาดไปและตัวตนที่แท้จริงถูกเปิดเผย คราวนี้ลำบากของจริงแน่

เขาตรงดิ่งเข้ามาในร้าน ไม่พูดพร่ำทำเพลงกับผู้จัดการก็เริ่มต้นรื้อหนังสือโยนใส่หีบไม้ที่ไม่มีก้นเหล่านั้น กีตะบอกว่า เราต้องซ่อนตัว เขาจะเผาร้านนี้ทิ้งและพาปูนหนี

“แล้วพิมพ์ล่ะ?” ผู้จัดการถาม

“เธอถูกกำหนดว่าจะต้องตายในเร็ววันอยู่แล้วนี่”

“ตอนแรกที่นายบอกฉันมันไม่ใช่แบบนี้นี่หว่า!” ปูนตรงเข้าคว้าคอเสื้อของกีตะ ยังจำคำเชิญชวนของนกกระสาในวันแรกที่พบกันได้ดี

กีตะปัดแขนของผู้จัดการออกให้พ้นทางอย่างไม่ใยดี ต้องเร่งมือให้เร็วกว่านี้แล้ว

เปลวไฟในโคมแก้วสั่นระริกตามแรงเหวี่ยงของหนังสือปริมาณมหาศาลที่ถูกโยนฝ่าอากาศทยอยร่วงหล่นลงสู่หีบไม้ กีตะง่วนอยู่กับการเก็บของ ไม่สนใจน้ำเสียงเกรี้ยวกราดของผู้จัดการเลยแม้แต่น้อยจนปูนเหลืออด

“จะหนีไปทำไม” ผู้จัดการพยายามระงับอารมณ์ เปลี่ยนมาพูดเสียงเย็น “ในเมื่อหน้าที่ของร้านนี้ ที่แท้ก็คือที่ดักดวงวิญญาณหนีหนี้ค้างชำระให้กลับเข้าสู่ระบบไม่ใช่เหรอ?”

กีตะหยุดมือ มุมปากยกขึ้น หน้าตาน่าขยะแขยงมากขึ้นทุกที

“ไม่เลวนี่ มนุษย์ ถ้านายจะรู้มากขนาดนั้น แต่เราไม่รู้ว่าแมวตัวที่มารู้ข้อเท็จจริงนี้มากหรือน้อยกว่านาย และร้านดึงดูดวิญญาณเร่ร่อนก็ยังต้องมีต่อไป เพราะไม่ว่าจะช้าจะเร็ว สุดท้ายวิญญาณทุกดวงก็ต้องกลับเข้าสู่ระบบจนกว่าจะถึงวันหลุดออกจากระบบไปชนิดไม่ต้องหวนคืนอีก”

“แต่ถ้าพิมพ์ตายตอนนี้ แล้วพิมพ์ชนกที่เปิดร้านกังหันล่ะ? ฉันยังจะได้กลับมาเจอพิมพ์แล้วใช้ชีวิตกับพิมพ์อีกนี่”

“นั่นอยู่นอกเหนือความสามารถของฉัน” กีตะยักไหล่ หันกลับไปดึงทึ้งหนังสือออกจากชั้นต่อ

คิดสิคิด! มันต้องมีทางสิ วิธีให้พิมพ์ชนกมีชีวิตอยู่ต่อไป

ผู้จัดการกวาดตามองไปรอบร้าน กีตะเพียงสะบัดมือ ฝาหีบก็คว่ำปิดติดสลักแน่น ชั้นหนังสือว่างเปล่าไปแถบหนึ่งแล้ว เคาน์เตอร์ตอนนี้ไม่มีกองเอกสารและกล่องพัสดุวางอยู่อีกต่อไป โต๊ะเก้าอี้ที่เฮียหยูชอบนั่งไม่มีกระดานกับตัวหมากแล้ว

วิธี... มันต้องมีอยู่สิ

เสียงคุณลี่ขณะเดินหมากกับเฮียหยูลอยขึ้นมา

“หมากรุกไม่เหมือนหมากชนิดอื่น ถึงจะถูกอีกฝ่ายกินจนแทบหมดเกลี้ยงกระดาน แต่หากยังไม่รุกฆาต ก็ถือว่ายังไม่จบเกม”

เปลวไฟในครอบแก้วโยกไหว ผู้จัดการจ้องมองพื้นที่ที่ตนใช้ทำงานมาตลอดหลายปี

SHARE
Written in this book
ร้านหนังสือเที่ยงคืน
after dark เปิดทำการหลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า เพียงมองหา คุณจะพบร้านแห่งนี้ซ่อนตัวตามมุมตึกมืดมิด ลองนึกถึงหนังสือบางเล่มที่คุณหลงลืมไปแต่ยังติดค้างในความทรงจำสิ ร้านหนังสือแห่งนี้ จะเปิดไว้คอยต้อนรับคนเช่นคุณ
Writer
nananatte
storyteller
nananatte (นานานัตเต) ...ทำอาหารไม่เก่ง ...ชอบแมว โดยเฉพาะแมวดำ ...เป็นนักเขียนนิยายแนว slice of life กึ่งโรแมนติก กึ่งชิลล์ เพราะชอบเรื่องราวของคนธรรมดาที่อาศัยอยู่ในเมืองเล็กๆ นิยายที่เขียนก็เลยมีแต่เรื่องราวของผู้คนเหล่านี้ ...ชอบเครื่องเขียน ชอบกาแฟดำ ชอบอ่านหนังสือ ชอบสวน ชอบเดินเล่นในวันอากาศดีๆ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ขอบคุณที่แวะมาทักทายค่ะ ผลงานนิยายของเราตอนนี้มี 2 เรื่อง คือ Say You Love Me และ ร้านหนังสือเที่ยงคืน ติดตามอ่านกันได้ที่ fictionlog นะคะ :-)

Comments

nananatte
8 months ago
พอเตรียมเนื้อหาที่จะโพสต์วันนี้เสร็จ ก็ตกใจค่ะ เราเดินมาถึงตอนที่ 50 แล้วเหรอ
เราเข้ามาโพสต์ storylog ทุกวันจันทร์-ศุกร์ โพสต์ไปเรื่อยๆ วันละ 1 ตอน
ก็เท่ากับ 10 สัปดาห์ หรือ 2 เดือนครึ่งสินะ ที่ใช้เวลาในนี้ทุกวัน


เราพลิกกลับไปย้อนดูบันทึกของตัวเอง เราเริ่มโพสต์ คืนวันที่ 12 เมษายนค่ะ
ยังโน้ตไว้เลยว่า Timing การโพสต์แย่สุดๆ ใครจะมาอ่านเนียะ... นั่นสิคะ มาโพสต์นิยายตอนวันสงกรานต์ เรานี่บ้าบอจริงๆ

แต่ก็เพราะคืนนั้นรู้สึกว่าไม่ได้อีกแล้ว ต้องโพสต์แล้ว จะรอต่อไปแม้แต่วันเดียวก็ไม่ได้อีกแล้ว
ก็เลยเข้า storylog มาโพสต์ "ร้านหนังสือเที่ยงคืน" ตอนที่ 1 ค่ะ


พลิกๆ บันทึกของตัวเอง คำที่ปรากำขึ้นมา... ตื่นเต้น กังวล มีความสุข ดีใจ กลัว
5 คำนี้หมุนมาเรื่อยๆ สลับกันไปในแต่ละวัน

คำว่า "กำลังใจ" มันสำคัญอย่างนี้นี่เอง :-)
ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันมาตั้ง 2 เดือนครึ่งนะคะ ดีใจและรู้สึกขอบคุณมากๆ เลย


อย่างที่บอกไปตั้งแต่ต้น เรายังอ่อนประสบการณ์
ที่ใช้เวลาเขียนเรื่องนี้นานขนาดนี้ เนิ่นนานกว่าที่คาดการณ์ไปมาก ก็แสดงถึงทักษะที่ยังมีไม่พอจริงๆ
แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น เราก็ยังไม่หยุดนะคะ ยังค่อยๆ เดินเตาะแตะไปด้วยสปีดของหอยทากนี่แหล่ะ



ดีใจจัง... ลงมาถึง 50 ตอนแล้ว
เป็นกำลังใจให้เด็กๆ ในร้าน after dark / กังหัน ด้วยนะคะ

ถ้ามีโอกาสได้แวะซื้อหนังสือที่ไหนก็ตาม ลองแอบมองตามและส่งยิ้มให้พนักงานในร้านได้นะคะ
ชีวิตในร้านหนังสือเป็นชีวิตที่ไม่เหมือนใครเลยดีจริงๆ :-) 
Reply