ตึกเรียนหลอน
ย้อนไปสมัยเรียนมัธยมต้นเมื่อปี พ.ศ. 2548 โรงเรียนชื่อดังในเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ช่วงเวลานั้นเป็นความทรงจำที่สวยงาม เพื่อนที่จริงใจต่อกัน ความรักครั้งแแรก และเรื่องสยองสุดขนหัวลุก 
 
อาคารเรียนเก่าอายุเกือบร้อยปี อาคารภายนอกสร้างสไตล์โคโลเนียล ข้างในสร้างด้วยไม้ แบ่งออกเป็นสองชั้น และแบ่งเป็นห้องเรียนย่อย ๆ ห้องเรียนของฉันอยู่ชั้นสองตรงหัวมุมสุดของตึก เมื่อมองออกจากทางประตูห้องเรียน จะเห็นต้นมะพร้าว สวนหย่อม เสาธงและสนามที่ไว้สำหรับเคารพธงชาติ 
 
สมัยก่อนฉันไม่ใช่คนเรียนเก่งอะไร เรียนไม่เก่งเลยด้วยซ้ำ ออกแนวเกเร คบแต่เพื่อนเกเรด้วยกัน พวกเด็กเรียนไม่กล้าเข้าใกล้

ตอนเย็นฉันมักนั่งรอแม่มารับหน้าตึกเรียนเก่าแก่แห่งนี้กับเพื่อนอีกสี่คน และเย็นวันนั้นเองที่แม่ฉันโทรมาบอกว่าจะไปรับช้า อาจจะไปรับประมาณหนึ่งทุ่มครึ่ง ปกติแม่มารับห้าโมงกว่าอยู่แล้ว ฉันคิดว่ารอต่อไปอีกหน่อยก็คงไม่เป็นไร เพราะเงินที่แม่ให้เป็นค่าขนมก็หมดแล้ว อีกอย่างเพื่อนเองก็ไม่มีเช่นกัน คงไม่มีเงินขึ้นรถแดงกลับบ้าน

เพื่อนทยอยกลับไปทีละคน จนเหลือแค่ฉันคนเดียว บรรยากาศยามเย็นและต้นมะพร้าวสูงหลายต้นที่ปลูกเรียงกันอยู่ริมถนนและต้นไม้อีกหลายต้นที่อยู่รอบอาคารทำให้อากาศหนาวและดูวังเวง พระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า ความมืดสลัวเข้ามาแทนที่ ฉันเปลี่ยนไปนั่งที่ริมฟุตบาทเพราะมีแสงจากเสาไฟส่องสว่าง และอีกอย่างจากตรงนี้สามารถเห็นห้องพักครูที่เปิดไฟอยู่ตึกด้านข้าง จึงรู้สึกปลอดภัยมากกว่า

ฉันค้นหาหูฟังในกระเป๋าเป้ อยากฟังเพลงฆ่าเวลา ฉันหายังไงก็หาไม่เจอ ฉันคงลืมไว้ในเก๊ะโต๊ะแน่ ๆ ฉันหันหลังกลับไปดูอาคารโคโลเนียลที่มืดจนมองไม่เห็น อาคารเก่าแก่แห่งนี้ไม่มีประตูเหล็กปิดเหมือนตึกเรียนอื่น ในหัวความคิดหนึ่งที่แวบเข้ามาคืออย่าขึ้นไปเด็ดขาด แต่เพราะหูฟังมีอันเดียวและกลัวว่าพรุ่งนี้เช้าจะมีคนเห็นแล้วขโมยไป ฉันจึงตัดสินใจเดินเข้าไป ก้าวแรกเมื่อฉันเหยียบเข้ามาในอาคาร จู่ ๆ ลมเย็นก็พัดผ่านท้ายทอย จนฉันเสียวสันหลังไปหมด ฉันเดินไปเรื่อย ๆ พยายามไม่มองด้านข้าง เสียงไม้ดังเอียดอาดทุกครั้งเมื่อย่างเท้า ยิ่งทำให้บรรยากาศน่ากลัวมายิ่งขึ้น ฉันเดินมาถึงหน้าบันได พยายามคลำหาสวิตซ์ไฟ แต่ก็หาไม่เจอ เพราะไม่เคยสังเกตว่าสวิตซ์ไฟเปิดปิดนั้นอยู่ตรงไหน

ฉันลังเลว่าจะเดินขึ้นไปหรือหันหลังกลับ บันไดขึ้นชั้นสอง ไม่ใช่บันไดกว้าง แต่เป็นบันไดที่แคบ สามารถเดินเรียงกันได้แค่สองคนเท่านั้น ฉันเดินขึ้นบันไดตึกเรียนที่มืดสนิทอย่างช้า ๆ จนมาถึงชั้นสอง ห้องเรียนที่หัวมุมของตึก ทางเดินที่เงียบและมืดสลัว ฉันพยายามคลำหาสวิตซ์ไฟตรงทางเดิน ขณะนั้นเองที่ความเย็นเยือกอย่างเหมือนลมหนาวพัดผ่านตัวไป พร้อมกับเสียงดังเหมือนเสียงกระทืบพื้น ฉันหันหลังไปมองทันที ไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้น ทุกอย่างเงียบจนได้ยินเสียงหายใจตัวเอง ฉันเดินตรงไปยังห้องเรียน โชคดีที่ประตูห้องเรียน ไม่ได้ล็อคไว้ ฉันเปิดประตูห้องแล้วตรงไปที่โต๊ะและคว้าเอาหูฟังออกมาแล้วยัดลงในกระเป๋ากระโปรงอย่างรวดเร็ว จู่ ๆ ก็มีเสียงดังกระซิบข้างหูว่า “เจ้ากำลังรบกวนพวกเรา” ประตูห้องเรียนปิดดัง ปั้ง ฉันรีบวิ่งไปที่ประตู ชนโต๊ะกับเก้าอี้จนล้มไปหมด ฉันพยายามเปิดประตูผลักออกสุดแรง เสียงหัวเราะหลายเสียงดังเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ “เจ้ารบกวนพวกเรา เจ้าเด็กบ้า” ฉันกลัวจนแทบบ้า ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ จนเสียงแหบแห้ง ฉันอธิฐานพระเจ้า ทั้งผลักทั้งถีบประตูสักพักจนเปิดออก ฉันรีบออกมาห้องนั้นทันที แต่ก็ต้องเดินถอยหลังไปติดชิดระเบียง เพราะสิ่งเห็นเบื้องหน้า 

เงาขาวขุ่นยิ่งสว่างท่ามกลางความมืดกำลังยืนเรียงรายปิดกลั้นทางเดิน บ้างก็เดินผ่านทะลุกำแพง ฉันยืนหลังติดระเบียงหน้าห้องเรียนตรงหัวมุมห้อง ขาทั้งสองข้างแข็งจนก้าวไม่ออก เงาขาวขุ่นเหล่านั้นยังคงยืนอยู่กับที่ บ้างก็เดินไปมา แต่ทันใดนั้น พวกเขาก็หยุดเหมือนจ้องมองมาทางฉัน ฉันกลัวจนทำอะไรไม่ถูก ฉันก้มหน้าอธิฐานพระเจ้า เปล่งเสียงออกมา เงาขาวขุ่นก็ยังคงมีเหมือนเดิม ฉันไม่กล้าทำอะไรแม้กระทั้งส่งเสียง เสียงแวบแรกที่เข้ามาในหัวคือ ถ้าไม่ยุ่งกับพวกเขา พวกเขาก็ไม่ยุ่งกับเราเช่นกัน สักพักฉันถึงตัดสินใจเดินตรงไปโดยไม่สนใจเงาขาวขุ่นที่อยู่เบื้องหน้า ฉันเดินผ่านเงาขาวขุ่นไป มีเงาขาวขุ่นอยู่ทุกที่แม้แต่ทางเดินลงบันได ฉันไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ถึงแม้จะมีเสียงพูดหรือหัวเราะอะไรก็ตาม ฉันเดินผ่านไป ทำเหมือนไม่สนใจและหลังจากที่ฉันเดินออกนอกอาคารนี้แล้ว ฉันรีบวิ่งไปอยู่ที่สว่างมากที่สุดพร้อมกับโทรหาแม่ทันที 
 
ฉันคิดว่าผีเองก็มีเวลาของพวกเขา มีกิจวัตรประจำวันเหมือนตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่ บางทีพวกเขาอาจไม่อยากให้เราเห็นก็ได้ ถ้าหากว่าเราไม่เข้าไปรบกวนพวกเขาก่อน 

ปล. ความจริงคือกลัวมากจนฉี่แทบแตก แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลย แล้วจะทำยังไง ไม่มีใครมาช่วย จำเป็นต้องเดินฝ่าฝูงผีไปอย่างนั้นแหละค่ะ T T
 
SHARE
Writer
Skywalker93
Dark Writer
Shit happens all the time! Welcome to my shit life!

Comments

ongsa
1 year ago
เก่งมาก เป็นคนอื่นช๊อกหลับไปละ 
Reply
Skywalker93
1 year ago
ไม่งั้น ไม่ได้กลับบ้านค่ะ กลัวจนถึงขีดที่ทนต่อไปไม่ไหวแล้ว 5555