คนชายขอบ
         ผมกำลังเป็นอะไร จนมารู้ตัวอีกทีในตอนนี้มันก็เลยเถิดไปไหนไกลเสียแล้ว ผมรู้แต่เพียงว่าสิ่งที่ผมเต็มใจที่จะพบปะเป็นประจำอยู่เสมอก็คือเสียงเพลงที่เข้าปะทะโสตประสาทหูทั้งสองข้างอย่างเบาสบาย กับโต๊ะเก้าอี้ว่างๆและกีต้าร์ที่วางพิงผนังอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม มันกวักมือเรียกผมให้ไปนั่งอยู่อย่างนั้น เป็นประจำทุกวัน นั่นแหละคือการพักผ่อนหย่อนใจของผม ชีวิตประจำวันของผมอาจจะดูฉีกกฏบางอย่างออกไป ในตอนนี้ผมรู้ตัวว่าผมไม่เหมือนคนอื่น แล้วคนอื่นก็ไม่เหมือนผม ถึงเวลาที่จะต้องไปไหน ทำอะไร ผมทำมันด้วยหน้าที่อย่างเต็มใจแล้วก็รีบด่วนกลับไปนั่งยังโต๊ะกับเก้าอี้ตัวเดิม ไม่แม้แต่จะพบปะใครเหมือนครั้งหลายเดือนก่อน
        ผมจะหลุดพูดออกมาก็ต่อเมื่อถึงเวลาที่จะต้องพูด ไม่ว่าจะพูดคุยกับคนอื่นหรือคุยคนเดียว ผมเป็นอย่างนั้นทั้งสองอย่าง มันอาจจะฟังดูตลก ผมมักจะสบถอออกมาอย่างแผ่วเบาทุกครั้งในยามที่เรื่องแย่ๆมันแล่นเฉียดเข้ามาในหัวโดยที่มันไม่แม้แต่จะบอกถึงที่มาที่ไปของความวิกลจริตนี้
        ช่วงหลายๆเดือนทีผ่านมา ผมเป็นอย่างที่บอก ผมเปลี่ยนไปอย่างมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ผมพยายามคิดถึงต้นตอของไอ้ความชายขอบที่มันเข้ากอดรัดผม นับวันเข้าแรงบีบของมันยิ่งแน่นมากขึ้น มากขึ้น จนผมรู้สึกตัวว่าหากปล่อยไปอีกสักระยะหนึ่งผมคงจะเป็นคนที่ไม่มีที่ยืนในความเป็นตัวของตัวเอง และอาจจะคิดทำเรื่องบ้าๆลงไปในที่สุด


แต่เชื่อเถอ.. ผมจะไม่ทำแบบนั้น
SHARE

Comments