[Short Fiction] Animals ตอนที่ 3 (บิ้นกยอง)



     รถจากัวร์สีซานโตรินี่แบลค์คันหรูของโรอาเคลื่อนตัวเข้ามาในที่ ๆ คนภายนอกเรียกมันว่าสลัม...


     ชุมชนแออัด บ้านเรือนเก่า ๆ ของค้าของขายที่วางกันเกลื่อนถนน แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สภาพแวดล้อมปกติที่เธอคุ้นชินเลยแม้แต่น้อย


     ผู้คนภายในซอยต่างมองมาที่รถของเธอเป็นตาเดียว บ้างก็อ้าปากค้างพร้อมกับชี้มาที่รถหรูอย่างกับไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน บ้างก็มองตาขวางที่ต้องมาขยับแผงขายของของตัวเองเพื่อให้รถของเธอผ่านเข้าไป 


     แต่สายตาเหล่านั้นก็ไม่ได้มีผลอะไรกับเธอเท่าไรนัก เพราะสิ่งเดียวที่เธอกำลังมุ่งความสนใจอยู่ในขณะนี้ก็คือ 'คัง เยบิน' กระต่ายน้อยของเธอที่ขี่เศษเหล็กนั่นมาจอดทิ้งไว้แล้วหายเข้าไปในร้านรับจำนำเก่า ๆ นั่นอยู่นานสองนานต่างหาก


     ปี๊ม! ปี๊ม!


     เสียงแตรรถที่ดังมาจากด้านหลังทำเอาเธอประสาทเสียจนต้องหันไปมองผ่านกระจกหลัง


     วัยรุ่นชายสองคนเดินลงมาจากเศษเหล็กขี่ได้คันเก่า ๆ แล้วยืนเท้าสะเอวอยู่ข้าง ๆ รถของเธอ


     "พวกแมลงหวี่เนี่ย น่ารำคาญจริง ๆ" ฉันเอ่ยด้วยความรำคาญก่อนจะลดกระจกลง


     "มีอะไร..." สายตาคมหันไปจ้องวัยรุ่นชายทั้งสองผ่านกระจกรถที่ถูกลดลงเมื่อครู่ ก่อนจะเอ่ยถาม


     "นี่คุณผู้หญิง คุณจะมาจอดแช่ตรงนี้อีกนานไหม ตรงนี้มันเป็นที่ตั้งแผงของพวกผมนะครับ" วัยรุ่นตัวสูงที่ดูก๋ากั่นเอ่ยอย่างหาเรื่อง


     "เหรอ..." ฉันเอ่ยกลับเสียงเรียงเรียบก่อนจะปรายตามอง 


     "อ้าว ๆ รู้แล้วก็ขับออกไปสิครับคุณ อย่าให้พวกผมต้องใช้กำลังนะ" วัยรุ่นผมหยิกอีกคนเอ่ยก่อนจะเอามือมาท้าวกับรถฉัน


     สำหรับฉันอะนะ นอกจากเงินแล้วก็มีรถเนี่ยแหละที่ฉันรักมากกว่าชีวิตเสียอีก...


     เท้าเรียวเหยียบคันเร่งทันทีที่เด็กวัยรุ่นคนนั้นเอนตัวพิงมา แรงของรถทำให้เขาเซจนหน้าคะมำ


     "เฮ้ย ทำบ้าอะไรวะ!" วัยรุ่นอีกคนรีบเข้าไปพยุงเพื่อนก่อนจะพากับวิ่งตามรถฉันมา แต่ก็ไม่ทันเสียหรอก


     'วุ่นวายจริง ๆ' ฉันคิดก่อนจะวนรถเข้าไปจอดที่ซอยข้าง ๆ นี่แทน


     ในตอนนี้ก็คงทำได้แค่รอจนกว่าคังเยบินจะออกมาจากร้านนั่นแหละนะ...



 * อั้ว 我 , ลื่อ 你 = สำเนียงแบบจีนแต้จิ๋วนะคะ ไม่ใช่อั๊วกับลื้อแบบที่เรา ๆ เคยได้ยินกันมา
 * อัตราเงิน 1 Chinese yuan = 5.06 Thai baht )



     "สองร้อยหยวน" เถ้าแก่เอ่ยขึ้นเมื่อฉันยื่นกำไลที่ฉกมาได้ให้เขาดู


     "จะบ้าเหรอเถ้าแก่ นี่น่ะโครมฮาร์ทเลยนะ...โครมฮาร์ทอะ" ฉันรีบเอ่ยเมื่อราคาที่เขาเสนอมามันต่ำเกินไป


     "โครมฮ้งโครมฮาร์ทอะไรอั้วไม่รู้จักหรอก กำไลวงแค่นี้เส้นละสองร้อยหยวนก็ถือว่าแพงพอแล้วหน่า" เถ้าแก่ค้านหัวชนฝา


     "โหเถ้าแก่ สองร้อยหยวนนี่ฆ่ากันชัด ๆ เถ้าแก่ลองดูให้ดี ๆ ก่อนเถอะ นี่น่ะของดีเลยนะ คนรวยเขาใส่กันเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด" ฉันรีบเซ้าซี้ต่อ

     
     เถ้าแก่มีท่าทีหงุดหงิดเล็กน้อยก่อนจะเข้าไปหยิบแว่นขยายมาส่องดูชัด ๆ


     "งั้น...สามร้อย" เขาส่องดูอยู่นานก่อนจะเอ่ยขึ้น


     "..."


     "ตกลงจะขายไหมเนี่ย ถ้าไม่ขายก็ออกไปได้แล้วอั้วจะได้ปิดร้านสักที นี่ถ้าไม่เห็นว่าเป็นลื่อก็คงไม่ลุกมาเปิดร้านให้ดึก ๆ ดื่น ๆ แบบนี้หรอกนะ" เถ้าแก่เอ่ยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด


     "งั้น...รออั้วแป๊บหนึ่งนะเถ้าแก่ อั้วขอเปิดนี่ให้ดูก่อน" ฉันเอ่ยก่อนจะรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วเสิร์ชหาอะไรบางอย่าง


     "นี่เถ้าแก่...นี่น่ะเขาเรียกว่าโครมฮาร์ท เห็นไหมมีแต่พวกดาราใส่กันทั้งนั้นเลย ถ้าเถ้าแก่เอาของอั้วไปปล่อยต่อยังไงก็มีแต่คุ้มกับคุ้มนะ" ฉันเอ่ยพลางยื่นโทรศัพท์ไปให้เถ้าแก่ดู 


     เถ้าแก่รับโทรศัพท์ฉันไปก่อนเลื่อนดูอย่างงง ๆ 


     "งั้นลื่อจะเอาเท่าไร ไหนลองเสนอมาสิ..." เถ้าแก่เอ่ยก่อนจะยื่นโทรศัพท์คืนฉันมา


     "ห้าพันหยวน..."


     "จะบ้าเหรอ! กำไลบ้าอะไรราคาเป็นพันหยวน พอๆๆๆ อั้วไม่เอาแล้ว ลื่อกลับไปเถอะเยบิน" เถ้าแก่เอ่ยเสียงดังพร้อมปัดมือไล่


     "โห ห้าพันนี่ก็ขูดเลือดกันแล้วนะเถ้าแก่ โครมฮาร์ทเขาก็ขายกันเกือบหมื่นแน่ะ ไม่งั้นจะมีแต่พวกคนรวยซื้อมาใส่กันเหรอ" ฉันรีบเอ่ยพร้อมบีบแขนเขาไปด้วย


     "นะเถ้าแก่นะ เถ้าแก่ซื้อของอั้วไปห้าพันแล้วเอาไปขายต่อเป็นหมื่นยังได้เลย นะๆๆๆ" ฉันรีบเข้าไปเซ้าซี้ต่อ


     "เยบิน...อย่าคิดว่าอั้วไม่รู้นะว่าลื่อไปเอามาได้ยังไง รอบนี้ก็คงขโมยเขามาอีกแล้วใช่ไหมล่ะ นี่อั้วมาซื้อของลื่อก็เข้าข่ายรับซื้อของโจรแล้วนะ อย่าทำให้อั้วต้องลำบากไปมากกว่านี้เลย" เถ้าแก่เอ่ยก่อนจะแกะมือฉันออก


     "งั้นสามพันก็ได้เถ้าแก่..." ฉันเสนอราคาที่ต่ำกว่าอย่างจำใจ 


     เพราะถ้าไม่มีเขา ก็คงไม่มีร้านไหนที่จะรับซื้อของที่ถูกขโมยมาแบบนี้อีกแล้ว


     "นี่น่ะ อั้วสัญญาว่าอั้วจะเอามาขายเป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะ ช่วยซื้อไว้หน่อยเถอะนะเถ้าแก่..." ฉันเอ่ยอย่างอ้อนวอนก่อนจะจ้องเข้าไปในตาเขา


     "สองพัน" เขาตอบก่อนจะหันหน้าหนี


     "สองพันห้านะเถ้าแก่...ถือว่าเจอกันครึ่งทาง" ฉันเสนอต่อ


     "เออๆ สองพันห้าก็สองพันห้าวะ!" เขากระแทกเสียงก่อนจะเข้าไปหยิบเงินด้านใน


     สำเร็จ...


     ถึงจะไม่ได้ราคาสูงอย่างที่หวังก็เถอะ แต่ของโจรที่เอามาขายต่อแล้วได้ราคาขนาดนี้ก็ถือว่าคุ้มแล้ว


     "อะ เอาไป" เถ้าแก่เดินออกมาพร้อมกับเงินจำนวนหนึ่ง


     "สองพันสอง สองพันสาม สองพันสี่ สองพันห้า...ครบ" ฉันยืนนับเงินที่เขาส่งมาก่อนจะส่งกำไลนั่นให้เขา


     "ขายกันมาตั้งกี่ครั้ง ทำเหมือนอั้วเคยโกงลื่ออย่างนั้นแหละ" เถ้าแก่เอ่ยก่อนจะรับกำไลไป 


     "เพื่อความแน่ใจหน่าเถ้าแก่..." ฉันเอ่ยขณะเก็บเงินเข้ากระเป๋าที่ขโมยมาด้วย


     เดี๋ยวนะ...


     กระเป๋าเงินเหรอ?


     "เออ เถ้าแก่!" ฉันรีบเรียกเขาไว้อีกรอบ


     "มีอะไรอีก" เถ้าแก่เดินเข้ามาหาด้วยท่าทีที่ดูเหมือนจะรำคาญฉันเต็มทน


     "ขอขายนี่ด้วยสิ" ฉันรีบเอาเงินและบัตรทุกใบออกจากกระเป๋าเงินของมินกยอง ก่อนจะยื่นมันไปให้เถ้าแก่ดู


     ไหน ๆ จะขายก็ขายไปให้หมดเลยแล้วกัน...


     "อันนี้ฉันไม่รู้ยี่ห้ออะ จะให้เท่าไรก็แล้วแต่เถ้าแก่แล้วกัน" ฉันเอ่ยพลางย้ายบัตรและเงินทั้งหมดลงไปในกระเป๋าสะพายของฉันแทน


     "เออ ๆ งั้นรออยู่นี่ก่อนก็แล้วกัน" เขาเอ่ยพลางดูทั่ว ๆ กระเป๋าใบนั้น ก่อนจะกลับเข้าไปหยิบเงินอีกรอบ


     บัตรกว่าครึ่งในกระเป๋าของมินกยองไม่ใช่บัตรกดเงินอย่างที่ฉันคิด แต่กลับเป็นคีย์การ์ดที่น่าจะใช้กันตามโรงแรมหรือพวกคอนโดหรูเสียมากกว่า


     ไอ้เราก็นึกว่าจะมีแต่บัตรที่พอเอาไปใช้ได้เสียอีก เฮ้อ...


     "อะ" เถ้าแก่ที่เพิ่งกลับออกจากจากด้านในยื่นเงินจำนวนหนึ่งให้ฉัน


     "เท่าไรเหรอเถ้าแก่?" ฉันเอ่ยถามพลางวุ่นอยู่กับการยัดบัตรทุกใบของผู้หญิงคนนั้นลงในช่องเล็กสุดของกระเป๋าสะพาย


     "สองพันหยวน" เขาเอ่ยพลางยืนเท้าเอวมองฉันไปด้วย


     'หืม...ก็ราคาพอ ๆ กับกำไลนั่นเลยสินะ' ฉันคิดพลางยิ้มย่อง


     "บัตรพวกนี้ลื่อก็ไปขโมยของเขามาเหรอ" เถ้าแก่เอ่ยก่อนจะมายืนกอดอกมอง


     "ขโมยที่ไหนล่ะเถ้าแก่ เจ้าของกระเป๋าน่ะ...เป็นคนยื่นมาให้อั้วเองเลยต่างหากล่ะ" ฉันตอบก่อนจะจัดการรูดซิปกระเป๋าแล้วเอามันขึ้นมาสะพายไว้


     ก็มันจริงนี่หน่า...กระเป๋านี่น่ะ มินกยองเป็นคนยื่นให้เธอเองกับมือ ไม่ถือว่าขโมยหรอกเนอะ :)


     "อั้วไปก่อนนะเถ้าแก่ หวังว่าจะได้เจอกันใหม่" ฉันเอ่ยขณะออกมาใส่รองเท้าที่หน้าร้าน 


     "เออ ๆ รีบไปได้แล้ว อั้วจะได้ปิดร้านนอนสักที" เถ้าแก่โบกมือไล่ ก่อนที่ฉันจะกลับไปขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์คันเก่าที่ขโมยจากร้านและขับมันออกไปยังจุดมุ่งหมายใหม่ทันที


     ยอมรับนะว่าเงินสี่พันห้าร้อยหยวนนี่ก็ไม่ใช่เงินน้อย ๆ สำหรับฉันเลย 


     แต่ถ้าจะให้เลือกแล้วล่ะก็ ฉันขอเอาเงินนี่ไปแลกกับการจ้างใครสักคนมาหาวิธีกดเงินจากบรรดาบัตรทั้งหมดของมินกยองดีกว่า 


     อย่างน้อยก็ต้องรีบไปจัดการให้เร็วที่สุด ก่อนที่เจ้าของบัตรอย่างมินกยองจะรู้ตัวแล้วไปอายัดบัตรไว้ได้ทันนั่นแหละนะ...






     เจ้าเสือจากัวร์ที่นอนซุ่มรอเหยื่ออยู่พักใหญ่นั้นถูกปลุกให้ตื่นมาไล่ล่าอีกครั้ง เมื่อ 'คัง เยบิน' กระต่ายน้อยของโรอาขับรถออกมาจากซอยนั่นแล้ว


     เศษเหล็กคันเก่าที่ดูจะพังแหล่ไม่พังแหล่ของคังเยบินนำเธอให้มุ่งหน้ากลับเข้าไปในตัวเมืองอีกครั้ง


     อันที่จริงเธอควรจะได้มีความสุขกับเหยื่อของเธออยู่ที่ไหนสักที่ไปแล้ว แต่นั่นมันก็น่าเบื่อเกินไป ทุก ๆ ครั้งที่เหยื่อพวกนั้นเห็นเงินของเธอก็มักจะยอมโดนจับกินแต่โดยง่าย และก็แน่นอนว่านั่นมันไม่เคยทำให้เธอรู้สึกเร้าใจขึ้นมาได้เลย


     เธอชอบ...ตอนที่คังเยบินแสดงท่าทีเจ้าเล่ห์ใส่เธอ


     เธอชอบ...ที่จะคอยไล่ตามกระต่ายน้อยของเธอแบบนี้


     เธอชอบ...เวลาที่เหยื่อของเธอคิดว่าตัวเองฉลาด ทั้งที่จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่เลย


     โรอาไม่ได้โง่ขนาดที่จะตามเกมของคังเยบินไม่ทัน เธอแค่อยากเห็นเวลาที่กระต่ายน้อยวิ่งหนีเธอไปทั่วต่างหาก 


     กระต่ายน้อยที่คิดว่าตัวเองกำลังจะเป็นอิสระ


     กระต่ายน้อยที่คิดว่าความสุขกำลังรอเธออยู่ข้างหน้า


     สิ่งที่เธอจะทำในตอนนี้ก็เพียงแค่รอ...


     รอเข้าไปตะครุบตอนที่เหยื่อของเธอเผลอ  


     เธอจะทำให้กระต่ายน้อยอย่างคังเยบินเผชิญกับความกลัวจนสุดขีด เสร็จแล้วก็ค่อยพาเธอไปพบกับความสุขสุดยอดที่เธอจะเป็นคนมอบให้ 


     พอถึงตอนนั้นมื้ออาหารของเธอก็คงจะถูกปิดได้อย่างสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว...




     
     เสียงดนตรีดังสนั่นนี้เป็นตัวบ่งบอกว่าคังเยบินเข้ามาถึงสถานที่ ที่เต็มไปด้วยผับบาร์มากมายในย่านกลางเมืองนี้แล้ว รถมอเตอร์ไซค์คันเก่าที่ขโมยมาถูกจอดทิ้งไว้อย่างไม่ใยดี ก่อนที่ตัวของเธอจะลงมาเดินเข้าไปยังถนนแห่งดนตรีสายนี้แทน


     เวลาสี่ทุ่มกว่า ๆ เป็นช่วงที่ผู้คนค่อนข้างคึกครื้น สถานบันเทิงมากมายก็ล้วนทำรายได้มหาศาลในคืนวันศุกร์เฉกเช่นกับวันนี้
 

     เยบินจัดการย้ายกระเป๋าสะพายของเธอมากอดไว้ด้านหน้า ก่อนจะเดินลัดเลาะไปยังร้านที่เป็นจุดมุ่งหมายทันที


     "เข้ามาข้างในก่อนไหมคะตัวเล็ก"


     "มาคนเดียวเหรอคะที่รัก"
 

     "เข้าไปสนุกกันไหมครับคุณผู้หญิง"


     ถ้อยคำเหล่านั้นไม่ได้ดูน่าเชิญชวนสำหรับเยบินเลย แต่มันทำให้เธอยิ่งอยากเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเพื่อที่จะได้ออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุดต่างหาก
 

     ตลอดทางที่เดินเข้ามา เยบินต้องคอยส่ายหน้าปฏิเสธและเดินหนีออกมาทุกครั้งที่โดนเด็กหน้าร้านเหล่านั้นชวนเข้าไปดื่มในร้านของตน ซึ่งนั่นก็ทำให้เธออึดอัดไม่เบา


     'อา...คนยั้วเยี้ยยิ่งกว่าที่เคยเข้ามาครั้งก่อนอีกนะเนี่ย' เธอคิดขณะเดินไปเรื่อย ๆ
 

     ป้ายนีออนสีชมพูอันใหญ่ตรงหน้า กำลังกะพริบให้เยบินรู้ว่าเธอใกล้จะถึงร้านที่เป็นจุดมุ่งหมายของเธอแล้ว


     คังเยบินรีบเดินฝ่าฝูงชนมากมายเพื่อตรงไปยังบาร์ที่ว่านั่นทันที


     "เข้ามาก่อนสิคะที่รัก..." เสียงหวานจากพนักงานที่หน้าร้านดังขึ้นก่อนจะเดินมาโอบเธอเข้าร้านไป
 
 
     สายตาคมของหญิงสาวสอดส่องไปทั่วร้านเพื่อมองหาคนที่ทำให้เธอดั้นด้นมาถึงที่นี่


     "เอากี่คนดีคะ" เสียงหวานที่ชวนขนลุกเล็กน้อยดังขึ้น ก่อนที่เยบินจะรู้สึกได้ถึงสัมผัสเล็กน้อยตรงช่วงเอวและหูของเธอ
 

     "เอ่อ...ฉ ฉันมาหาอึนอูน่ะ ไม่ทราบว่าเธอยังทำงานอยู่ที่นี่หรือเปล่าคะ?" เยบินหันกลับไปเอ่ยถามหญิงสาวที่เป็นคนเดินเข้ามาโอบเอวของเธอ

 
     "อา...แขกของอึนอูสินะ งั้นเชิญไปนั่งรอก่อนนะคะ เดี๋ยวฉันจะไปตามเธอมาให้" สาวเจ้าเอ่ยก่อนจะพาเธอมายังห้องว่างที่ดูเป็นส่วนตัวห้องหนึ่ง

  
     "เอ่อ คุณคะ ฉันแค่จะมาหาเธอเฉย ๆ น่ะ ไม่ต้องพาฉันเข้ามาก็ได้" เยบินรีบเอ่ยแต่ดูเหมือนพนักงานสาวจะไม่ค่อยฟังที่เธอพูดสักเท่าไหร่
 

     "เครื่องดื่มก็สั่งได้ไม่อั้นเลยนะคะบาร์เราเปิดยันเช้าเลยล่ะ เดี๋ยวฉันจะไปตามอึนอูมาให้ แล้วถ้าคุณลูกค้าอยากดื่มอะไรก็สั่งผ่านเธอได้เลยนะคะ" พนักงานสาวเอ่ยอย่างยิ้มแย้มก่อนจะเดินออกไปโดยไม่ฟังสิ่งที่เยบินเอ่ยสักคำ

 
     "อึนอู แขกแกมารออยู่ที่ห้อง A3 น่ะ!" เสียงของเธอที่เพิ่งเดินออกไปดังลอดเข้ามา


     "ขอบใจที่มาบอกนะยะ" น้ำเสียงเดิมที่เยบินคุ้นเคยเป็นอย่างดีดังขึ้นตามมา
 

     "วันหลังก็แบ่ง ๆ เพื่อนบ้างนะ ฉันเนี่ยเดินเสิร์ฟทั้งวันยังไม่มีแขกประจำแบบแกเลย" พนักงานคนเดิมเอ่ยด้วยน้ำเสียงตัดพ้อปนน้อยใจ
 

     "ย่ะ ๆ ไว้ฉันจะแนะนำให้ก็แล้วกัน งั้นฉันไปแล้วดีกว่าเดี๋ยวแขกรอนาน"


     "ย่ะ!" เสียงพนักงานคนเดิมเอ่ยก่อนที่เยบินจะรีบเข้ามานั่งรอที่โซฟาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


     "ขอเข้าไปนะคะ" เสียงหวานของคนที่เธอตั้งใจมาหาดังขึ้นที่หน้าห้องของเธอ ก่อนที่ประตูบานเล็กจะถูกเปิดเข้ามา
 

     "เยบิน..." เสียงหวานนั้นเปลี่ยนไปทันทีเมื่อเห็นว่าคนที่กำลังรอเธออยู่คือใคร


     สาวหน้าหมวยรีบหันไปล็อคประตูก่อนจะเดินเข้ามาเยบินที่อ้าแขนรออยู่
 

     "มาที่นี่ได้ไงน่ะ?!" สาวเจ้าเอ่ยถามก่อนจะดันแขนของเยบินออกอย่างไม่ใยดี

 
     "บอกแล้วไงว่าถ้าจะมาให้บอกกันก่อน" สาวหน้าหมวยเอ่ยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดก่อนจะลงไปนั่งที่โซฟาตัวยาว
 

     "ก็มีเรื่องด่วนให้ช่วยน่ะสิ ขอโทษที่ไม่ได้โทรมาบอกก็แล้วกัน" เยบินเอ่ยก่อนจะเข้าไปนั่งข้าง ๆ เธอ

 
     "เรื่องด่วนให้ช่วยเหรอ?" สาวหน้าหมวยเอียงคอถาม ก่อนที่เยบินจะจัดการเปิดกระเป๋าสะพายนั่นให้สาวเจ้าที่เธอเรียกว่า 'อึนอู' สำรวจดู
 

     ตลอดเวลาที่เข้ามาอยู่ในประเทศนี้ เยบินมีแค่อึนอูเป็นเพื่อนสนิทคนเดียวของเธอ และถึงแม้ว่าพวกเธอจะเข้ามาในประเทศนี้พร้อม ๆ กัน แต่ชีวิตของอึนอูนั้นต่างกับเธอมาก


     เยบินถูกส่งไปทำงานหลังขดหลังแข็งจนแทบไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันในภัตตาคารบ้านั่น เพื่อแลกเงินเดือนเดือนละไม่กี่พันหยวน ในขณะที่เพื่อนสาวของเธอได้ทำงานในบาร์ใหญ่ใจกลางเมือง และทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ ได้รู้จักผู้คนมากหน้าหลายตา ในชนิดที่ว่าเยบินนั้นไม่เคยได้สัมผัสความรู้สึกนี้เลยด้วยซ้ำ


     นั่นแหละ...เหตุผลที่ทำให้เยบินต้องดั้นด้นมาหาเธอถึงที่นี่


     "นะ นี่มีเท่าไรกันเนี่ย" สาวหน้าหมวยเอ่ยถามอย่างตกใจก่อนจะหยิบกระเป๋าสะพายนั่นมาค้นดู


     "ทั้งหมดนี้ก็เกือบ ๆ จะสองหมื่นหยวนเลยมั้ง" เยบินตอบอย่างโอ้อวด
 

     "แล้วแกไปเอามาจากไหนเยอะแยะน่ะ" สาวหน้าหมวยเอ่ยถามพลางหยิบขึ้นมานับดูด้วยความอยากรู้


     "เรื่องนั้นน่ะ แกไม่ต้องรู้หรอก" เยบินเอ่ย แต่ดูเหมือนสาวหน้าหมวยจะสนใจอยู่กับธนบัตรตรงหน้ามากกว่าคำตอบของเธอเสียอีก


     "ฉันแบ่งให้เอาไหม?" คังเยบินเสนอเมื่อเห็นเพื่อนสาวของเธอนั่งนับเงินอย่างสนอกสนใจ ก่อนที่อึนอูจะมองเธออย่างสงสัย


     "หะ ให้ฉันเหรอ?!" สาวเจ้าเอ่ยถามเสียงดัง


     "แต่ก็หลังจากที่แกช่วยฉันนะ" เยบินว่าต่อก่อนจะรีบหยิบเงินนั่นคืน
 

     "ช่วยอะไร?" สาวหน้าหมวยรีบถามต่อ
 

     เยบินเอาธนบัตรพวกนั้นเก็บเข้าไปแล้วรูดซิปให้สนิท ก่อนจะเปิดกระเป๋าอีกช่องที่เต็มไปด้วยบัตรที่เธอได้มาจากกระเป๋าเงินของมินกยองให้สาวหน้าหมวยดู


     "ทั้งหมดนี้มีห้าใบเป็นบัตรกดเงินสด ส่วนที่เหลือเป็นพวกคีย์การ์ด" สาวหน้าหมวยนั่งฟังสิ่งที่เยบินเอ่ยอย่างตั้งใจ พลางพยักหน้าตามไปด้วย
 

     "แล้ว?" สาวหน้าหมวยถามต่อเมื่อเห็นเยบินเงียบไป


     "ฉันอยากให้แกช่วยหาคนที่จะมาแฮ็ครหัสอะไรพวกนี้ให้ฉันหน่อยน่ะ?" เธอเอ่ย ก่อนที่อึนอูจะทำทีเป็นคิดอะไรอยู่พักใหญ่
 

     "แล้วฉันจะได้ส่วนแบ่งเท่าไร?" สาวหน้าหมวยไม่ตอบแต่ถามกลับแทน
 

     "ก็เงินสดครึ่งหนึ่งในกระเป๋านี้...ฉันให้แกไปเลย" เยบินเอ่ย
 

     "หืม แกเป็นคนขโมยมา แต่ยกให้ฉันครึ่งหนึ่งเลยเนี่ยนะ?" สาวหมวยถามต่ออย่างไม่ไว้ใจ


     "สำหรับฉันน่ะ ฉันอยากได้เงินในบัตรพวกนี้ต่างหากล่ะ นี่ถ้าแกหาคนมาแฮ็ครหัสให้ฉันได้ฉันก็กะว่าจะแบ่งให้แกด้วยใบหนึ่งเลยนะ" เยบินเอ่ยอย่างโอ้อวด
 

     "หึ แล้วแกไปเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าไอ้บัตรพวกนี้มันจะมีเงินให้แกกดมาใช้เยอะขนาดนั้นยะ" อึนอูเอ่ยถามด้วยความหมั่นไส้
 

     "ก็ดูนี่สิ...นี่น่ะแบล็คการ์ดเลยนะ คนที่จะมีแบล็คการ์ดใช้ก็ต้องมีเงินเป็นหลายล้านหยวนเลยรู้ไหม ในประเทศเนี่ยมีถึงพันคนหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย" เยบินเอ่ยพลางหยิบบัตรใบหนึ่งขึ้นมา


     เพื่อนสาวหน้าหมวยจ้องมองมันอยู่นาน จนในที่สุดก็ตัดสินใจเอ่ยไป
 

     "ฉันก็พอจะรู้จักคนที่ทำอะไรแบบนั้นได้อยู่นะ ไว้จะช่วยหามาให้แกก็แล้วกัน" 

 
     "ภายในคืนนี้เลยได้ไหม คือ...ฉันกลัวว่าเจ้าของบัตรนั่นจะรู้ตัวแล้วรีบไปอายัดบัตรก่อนน่ะ" เยบินรีบเอ่ยเมื่อเพื่อนสาวของเธอตอบตกลง


     "เออ ๆ เข้าใจแล้ว" สาวหน้าหมวยเอ่ยก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วเลื่อนหาเบอร์ของใครบางคน


     "งั้นแกก็รอในนี้ไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันมา" สาวเจ้าเอ่ยก่อนจะหายออกไปพร้อมโทรศัพท์นั่นแล้วปล่อยให้เยบินนั่งรออยู่เพียงลำพัง
 

     อีกนิดเดียวเงินจากบัตรพวกนี้ก็จะตกเป็นของเธอแล้ว 


     เงินในบัตรนั่นจะมีสักกี่พัน หมื่น แสน หรือล้านหยวนกันนะ?


     แค่คิดก็อดที่จะใจเต้นรัวไม่ได้แล้ว...


     ก๊อก ก๊อก ก๊อก
 
 
     "เอาเครื่องดื่มมาเสิร์ฟค่ะ" เสียงพนักงานผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นก่อนจะเปิดประตูเข้ามา


     "เอ่อ...ฉ ฉันไม่ได้สั่งนะคะ" เยบินรีบเอ่ย


     "อึนอูเป็นคนฝากให้เอาเข้ามาดื่มรอไปก่อนค่ะ เห็นว่าออกไปคุยโทรศัพท์อยู่ ถ้าคุณลูกค้าอยากได้อะไรก็บอกฉันได้เลยนะคะ" เธอเอ่ยก่อนที่ฉันจะรับแก้วค็อกเทลนั่นมาจากเธอ
 
 
     "ขอบคุณมากนะคะ" เยบินเอ่ยก่อนที่พนักงานสาวจะยิ้มตอบ


     "ยินดีค่ะ" พนักงานสาวสวยเอ่ยก่อนจะเดินออกไปแล้วทิ้งให้เยบินนั่งดื่มในห้องเพียงลำพัง
 

     'ถือว่าฉลองที่จะได้เป็นเศรษฐีล่วงหน้าแล้วกันนะ...' เยบินคิดก่อนจะจัดการกับเครื่องดื่มตรงหน้าจนหมด


     .

     .

     .


     "ฮัลโหล เธอมาที่นี่ตามที่คุณบอกจริง ๆ ด้วยค่ะ"


     "จะให้ฉันทำอย่างไรกับเธอต่อดีคะ?"


     "คุณโรอา..."





     ถ้าชอบก็ฝากติดตามกันต่อด้วยนะคะ คิดว่าจะลงจนจบภายในอาทิตย์นี้ไม่ก็อาทิตย์หน้าเนี่ยแหละค่ะ ^^
    

SHARE
Writer
minimon
A to Z
HIgh

Comments

Icecoffee13
10 months ago
กยองดูแอบน่ากลัวแต่ก็อยากรู้ว่ากยองจะทำยังต่อถ้าได้ตัวบิ้นมา น้ำที่เอามาเสิร์ฟนั้นต้องเป็นจากที่กยองสั่งให้แน่ๆ🧐
Reply
myfoxmk
10 months ago
กยองคือตลบหลังเก่ง เยบินตามพี่เค้าให้ทันนะลูกกก
Reply
jiw523
9 months ago
รอไรท์อยู่นะคะ😂
Reply
chaeim
9 months ago
รอตอนจบอยู่นะคะ รับมาต่อนะ จะรอด้วยหัวใจรัก
Reply
Nevfang
9 months ago
ผออ๊บยกยปใไบ ลุ้นมาก รอติดตามต่อนะคะ แงงง
Reply