สับสนกับเส้นทางที่เดินอยู่..
เรากำลังเรียนอยู่คณะวิศวะ ปี4แล้ว
ซึ่งเราซิ่วจากวิศวะอินเตอร์ มาเรียนวิศวะใกล้บ้าน

ตอนนั้นปรับตัวควบคุมอารมณ์ได้ไม่ดี
และเป็นโรคซึมเศร้าในที่สุด

ที่เลือกเรียนวิศวะอีกครั้ง 
เราไม่ได้เลือกเอง, แม่เลือกให้ 
เพราะเรามีคะแนนแค่นั้น
และ ณ ตอนนั้น เราก็ยังไม่พร้อมที่จะเรียน
ยังดาวน์ๆ ดิ่งๆ อยู่

แต่ก็เรียนตามที่แม่เลือกให้

มันก็เรียนได้แหละ แค่ไม่ชอบ
คะแนนก็ถือว่าดีเลยนะ 
เรียนวิศวะได้เกรดถึง3เนี่ย

แต่เรากลับไม่ชอบสิ่งที่ต้องเรียนอยู่เลย

รู้ไหมที่เกรดเราเยอะ เพราะเราลงเรียนภาษาด้วย
เราอยากเรียนภาษาอังกฤษมากกว่าวิชาภาคอีก

แต่เราก็ไม่ได้อยากเรียนลงลึกในศาสตร์ภาษา
แบบคณะศิลปศาสตร์หรืออักษรอะ

เราเลยทนๆเรียนในคณะวิศวะ
โดยจะมีความสุขมาก ถ้าวิชาไหนเนื้อหาเป็นภาษาอังกฤษ รู้สึกเหมือนได้เปรียบคนอื่น 
แต่ก็ไม่ได้เก่งภาษาถึงขั้นดีเยี่ยมขนาดนั้น 
แค่พอฟังพูดโต้ตอบได้น่ะ

เราชอบภาษาเพราะ
เราสามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตจริง
ซึ่งต่างจากเนื้อหาวิชาภาค
ที่เน้นแค่ในตำรา เน้นจำ ความเข้าใจบ้าง 
แต่ไม่ค่อยลงลึกการปฏิบัติ
ทำให้ไม่ค่อยเข้าใจแบบแท้จริงน่ะ

แต่ถ้าจะให้เราซิ่วตอนนี้ ก็คงไม่ซิ่วแล้ว
อย่างที่บอกตอนต้นว่า
เราไม่ได้อยากเรียนลงลึกภาษาขนาดนั้น

เราเป็นเหมือนเป็ด ที่พอทำได้หลายๆอย่าง
เก่งในระดับหนึ่ง เก่งเพราะความขยันมั้ง
เลยทำให้ไม่รู้ว่าจริงๆแล้วตัวเองชอบอะไรกันแน่

ก็ไม่รู้ว่าชีวิตปี4จะเป็นยังไง
แต่ก็จะสู้ต่อไป

เรากะว่าเรียนให้จบปริญญาตรีวิศวะก่อน
แล้วค่อยคิดต่อว่าชีวิตจะเอายังไงต่อ

จะไปเรียนต่อโทบริหาร โทภาษา
Work&Travel หรือเรียนต่อนอก
เป็นติวเตอร์สอนคณิตหรืออังกฤษเด็กเล็กๆ

หรือเราอาจจะขายลูกชิ้นขายกล้วยปิ้งก็ได้
ใครจะไปรู้อนาคตข้างหน้าเนอะ

ถึงแม้อนาคตอาจจะยังเลือนรางไม่ชัดเจน
แต่อยากจะเตือนตัวเองให้โฟกัสที่ปัจจุบัน

ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
เก็บเกี่ยวชีวิตช่วงวัยเรียนให้มากที่สุด

เพราะมันเป็นช่วงเวลาที่อิสระ
ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมาก
ไม่เหมือนชีวิตวัยทำงานหรอก

แค่ฝึกงาน2เดือนก็ได้ประสบการณ์เยอะแล้ว

เรารู้เลยว่าเราก็แค่เด็กตัวน้อยๆ
ที่กำลังจะไปเผชิญโลกกว้างหลังเรียนจบ 

แต่ตอนนี้ยังเรียนไม่จบ
ก็ตั้งใจเรียนไปก่อนละกันเนอะ

สู้เว้ยยยย! เธอทำได้อยู่แล้ว 😊

SHARE
Written in this book
My Diary
Writer
Primrose
Dreamer
INFJ ชอบภาษา ร้องเพลงบ้างตามอารมณ์🎵 ซึมเศร้าแต่พยายามจะคิดบวก ลองขอบคุณสิ่งเล็กๆในชีวิตดูนะคุณ😊

Comments

Napalai
1 year ago
เรื่องของคุณเป็นแนวทางชีวิตเราเลย เราก็สู้เหมือนกัน เป็นกำลังใจให้ค่ะ 
Reply
Poomkun
1 year ago
สู้ๆนะครับ :)
Reply
mmaykpt
1 year ago
สู้ๆนะคะ ✌🏻✌🏻
Reply
bluee
1 year ago
เป็นเหมือนเราเลยค่ะ วิศวะปีสอง แต่ดันชอบเรียนภาษามากกว่า กลับตัวไม่ทันแล้ว 😂
Reply
Primrose
1 year ago
จริงๆเราว่าปี2ยังทันนะ
ถ้าชอบด้านภาษาจริงๆ
เริ่มต้นใหม่ยังไม่สายน๊าาา

แต่เราพึ่งมารู้ตัวตอนปี3น่ะ
รู้ตัวช้าไปหน่อย 55

แล้วเราก็ไม่ได้อยากเรียนลงลึก
ศาสตร์ด้านภาษาขนาดนั้น
ก็เลยคิดว่า ไหนๆก็มาถึงขั้นนี้แล้ว
เรียนให้พอจบป.ตรีวิศวะก่อน
อาจจะเป็นกำไรชีวิตก็ได้

ถือว่าได้รูเศัพท์เฉพาะทางด้านวิศวะ
เผื่ออนาคตข้างหน้าจะได้รับงานแปลเปเปอร์
แปลวิจัยอะไรกับเขาได้ 5555
bluee
1 year ago
นี่เคยคิดจะเข้าค่ะแต่ว่าถ้าเป็นเอกอิ้งน่าจะต่อยอดอะไรไม่ได้มากเพราะทุกคนก็เรียนอิ้ง555555 ก็เลยคิดว่าเรียนวิศวะไปก่อน ภาษาไปต่อยอดทีหลังเอาดีกว่า ไม่น่ายากเพราะเราก็สนุกกับมัน😂 เราก็อยากไปแปลเปเปอร์เหมือนกันค่ะแฮ่ ศัพท์เฉพาะในคณะนี้ก็เยอะน่าจะเป็นประโยชน์ พี่สู้ๆนะคะ
Primrose
1 year ago
สู้ๆเช่นกันน๊าาา 😊✌
NaomiToey
11 months ago
อ้าวINFJเหมือนกันค่ะ​ เราก็เป็นเหมือนกันเรียนจบแล้ว​ ทำงานแล้วไม่ชอบ​ แต่ได้ตั้งเกียรตินิยมอันดับ2​ แต่เริ่มรู้สึกว่าไม่ชอบสิ่งที่เรียนก็ปี3เหมือนกันค่ะ​ แต่แนะนำว่าลองทำงานก่อน​ เพราะคิดว่าสิ่งที่เรียนกับตอนทำงานมันไม่เหมือนกัน​ เรียนไม่เก่ง​ ไม่ชอบ​แต่พอทำงานอาจจะชอบก็ได้ค่ะ​ ส่วนตัวทำงานตรงสายคือไม่โอเค​ คิดว่าจะต่อป.โทบริหารและทำงานด้านอื่นดีกว่าค่ะ​ เป็นกำลังใจให้​ สู้ๆนะคะ
Reply