บันทึกเดินทาง ตอนที่ 26 จตุรัสแห่งฮาร์วาร์ด
Squares of Harvard

เวลาเราพูดถึงสถานที่ที่เป็นสแควร์ น่าจะหมายถึงพื้นที่กว้างที่สามารถทำกิจกรรมหรือเป็นศูนย์รวมอะไรบางอย่างได้ สแควร์ที่โดดเด่นและเป็นรู้จักในไทย น่าจะเป็นสยามสแควร์ ย่านร้านค้าที่ทันสมัยที่ประกอบด้วยร้านค้า ร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ เป็นที่พบปะชุมนุมของคนที่มีรสนิยมเดียวกัน หรือ สามย่านที่ผันตัวเองมาเป็นจามจุรีสแควร์ ที่ประกอบด้วยร้านอาหาร ร้านหนังสือสำหรับคนที่อยากหาหนังสือดีๆ อาหารอร่อยรับประทาน

จากตัวเมืองบอสตัน ขึ้นไปทางเหนือ ไปยังเมืองเคมบริดจ์ เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงระดับโลก 2 แห่ง คือ ฮาร์วาร์ด และ MIT โดยสองแห่งนี้ห่างกันแค่ป้ายรถไฟใต้ดินป้ายเดียว รถใต้ดินสายสีแดงที่มุ่งขึ้นเหนือออกนอกเมือง ป้าย Kendall คือป้ายมหาวิทยาลัย MIT ส่วนป้ายถัดไป Harvard คือ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด อันลือลั่นนั่นเอง

ค่าโดยสาร 2.75 เหรียญ พาเราไปถึง Harvard Square ในเวลาเพียงไม่กี่นาที สถานีดูเก่า พอโผล่ขึ้นไป ก็เห็นความพลุกพล่านของย่านการค้าที่เป็นแหล่งทานอาหาร พักผ่อน ซื้อสินค้าของชาวฮาร์วาร์ด ร้านอาหารมีให้เลือกมากมายตามอัธยาศัยและกำลังทรัพย์ น่าจะครบเกือบทุกชาติทั้ง อาหารจีน อินเดีย เกาหลี อิตาลี เลบานอน เม็กซิกัน ไทย หรือ แซนวิซแฮมเบอร์เกอร์ของอเมริกา ก็มีมากมายหลายร้านให้เลือก 
 
ร้าน co-op หรือร้านสหกรณ์ของมหาวิทยาลัยนั้นใหญ่โต หลายตึกหลายชั้น เชื่อมต่อถึงกันแบบว่าเข้าจากถนนหนึ่งเดินไปเดินมาไปโผล่อีกถนนหนึ่งให้งงเล่นได้ มีของที่ระลึกและหนังสือมากมายให้ไปเสาะหา ในส่วนที่เป็นร้านหนังสือดูใหญ่โตโอ่อ่า โถงเพดานสูงห้อยธงสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยดูแล้วไม่ผิดอะไรจากฉากห้องประชุมโรงเรียนฮอกวอตส์ในหนังแฮรีพอตเตอร์ที่เหล่าพ่อมดแม่มดน้อยมาชุมนุมกันอย่างไรอย่างนั้น ในแต่ชั้นพอมีเก้าอี้แบบโบราณให้นั่งหยิบหนังสือมาอ่านตามแต่จะชอบ นานเท่าไรไม่มีใครว่า

หนังสือที่มีน่าจะนับแสนเล่ม แยกหมวดหมู่ต่างๆให้คนที่สนใจแตกต่างกันไปค้นหาได้ ได้หยิบ ได้พลิก ได้จับ ได้กวาดสายตาอ่านทำให้รู้ว่าเล่มไหนที่ตรงกับความต้องการของเรา พอได้หนังสือสักเล่มสองเล่มที่กำลังจะซื้อ พลันนึกถึง Amazon เลยลองเช็คราคาผ่านโทรศัพท์มือถือ อ้าวที่นี่ไม่ลด แต่อเมซอนลดราคา 30-35% ดังนั้น หนังสือที่ตั้งใจซื้อจึงกลับไปวางไว้ที่หิ้งตามเดิม นึกในใจว่า ความยิ่งใหญ่ของที่นี่ ไม่นานน่าจะเป็นอดีตด้วยเทคโนโลยีและวิถีการดำรงชีวิตที่เปลี่ยนไป เช่นเดียวกับร้านหนังสือดังๆอย่าง Borders หรือ Noble and Barnes และห้างสรรพสินค้ามากมายที่ค่อยๆล้มหายตายจากไปเนื่องจากสิ่งใหม่ที่มาทดแทนสิ่งเก่า หรือนี่คือที่เรียกว่า disruptive business

เดินวนไปมาในย่าน Harvard Square ก็พบกับสิ่งเราตั้งใจค้นหา เป็นสแควร์ที่อยู่ระหว่างถนนสองสาย คือถนนเบนเน็ท (Bennett) กับถนนอีเลียด (Eliot) มีแท่นคล้ายอนุสาวรีย์ขนาดเล็กพร้อมป้ายข้อความจารึกตั้งอยู่ ฐานของป้ายมีช่อดอกไม้ของผู้คนที่มาแสดงความอาลัยต่อการจากไปของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลก เรารีบสาวเท้าข้ามถนนไปยังสแควร์ดังกล่าว เห็นป้ายที่เขียนเด่นชัดว่า King Bhumibol Adulyadej of Thailand Square หรือ จตุรัสกษัตริย์ภูมิพลอดุยเดชแห่งประเทศไทย

“จตุรัสนี้สร้างเป็นอนุสรณ์วันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชแห่งประเทศไทย ณ โรงพยาบาลเมาท์ออเบิร์นในเคมบริดจ์ แมสซาชูเซตต์ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 1927 ซึ่งในขณะนั้นพระราชบิดา เจ้าชายมหิดล ได้เป็นนักศึกษาอยู่ที่โรงเรียนแพทย์แห่งฮาร์วาร์ด

“จตุรัสนี้มาจากการอุทิศถวายในวันที่ 8 เมษายน 1990 โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ พระราชธิดาองค์เล็กสุดของกษัตริย์และราชินีแห่งประเทศไทย และจะกลายเป็นสิ่งเตือนใจถึงความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดระหว่างประชาชนแห่งเคมบริดจ์และประชาชนแห่งประเทศไทย

ป้ายนี้มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 14 พฤศจิกายน 1992 โดยสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร ในฐานะตัวแทนส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุยเดชและประชาชนแห่งประเทศไทย”

นี่คือข้อความที่จารึกบนแผ่นป้ายเป็นภาษาอังกฤษแล้วถอดความเป็นไทย

แตกต่างจากฮาร์วาร์ดสแควร์ที่พลุกพล่าน ส่วนที่เป็นคิงภูมิพลสแควร์กลับไร้ร้านค้า ไร้ร้านอาหาร ไร้ความพลุกพล่านของผู้คน มีแต่ตึกๆหนึ่งยืนโดดเด่นอยู่ในฉากหลังชื่อ Harvard Kennedy School of Government หรือสถาบันที่สอนด้านการเมืองการปกครองที่ลือชื่อของฮาร์วาร์ด ที่ศิษย์เก่าจำนวนมากได้กลายเป็นผู้นำของประเทศต่างๆทั่วโลก

แม้ไร้ความพลุกพล่านของผู้คน

แต่ คิงภูมิพลสแควร์ คืออนุสรณ์สติที่สำคัญแก่ผู้เรียนด้านการเมืองปกครองในการเป็นแบบอย่างของคำว่า “เราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรม”







SHARE
Writer
SomchaiSri
Thinker
คิดเขียนไปเรื่อย หากยังไม่เหนื่อยที่จะคิด

Comments