เมฆที่ไร้ฟ้า
ในตอนที่ประตูดาดฟ้าเปิด เมฆกำลังจุดไฟบุหรี่มวนที่สามของวัน เงาตะคุ่มค่อยๆเคลื่อนออกมาจากเงามืดหลังประตูบานนั้น ไม่รู้เป็นเพราะอะไรแต่เมฆรู้สึกได้ว่าต้องเป็นเธอเท่านั้น

“เมฆ”
เขาเงยหน้าขึ้นมา จ้องมองไปที่ต้นเสียงแผ่วเบา

ฟ้าในชุดราตรีตัวจิ๋วของเธอกำลังก้มลงมองมาที่เขา
เธอค่อยๆเดินเข้ามาก่อนทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเขา เธอวางแก้วเบียรพลาสติกลงบนพื้นก่อนจะเริ่มจุดบุหรี่ 
แสงไฟวาบอาบใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มอย่างพิถีพิถัน นับว่าเป็นความงามที่ไม่คุ้นตาเขาสักเท่าไหร่
เธอที่เขารู้จักมักขี้เกียจเกินกว่าที่จะแปลงโฉมตัวเอง สักพักฟ้าก็เอ่ยถาม

“เท่าที่จำได้ เมฆเคยบอกว่าจะเลิกแล้วหนิ”
เมฆดับไฟบุหรี่ก่อนจะโยนทิ้ง ใช้เท้าเหยียบก้นบุหรี่อย่างทุลักทุเล

“เลิกไปแล้วจริงๆ เห็นวันนี้เป็นวันพิเศษเลยสูบเล่นๆระลึกความหลังสักหน่อย แก้คิดถึง”

“ที่คิดถึง ใช่ฟ้าปะ”
เมฆหันขวับ พยายามประเมินอีกฝั่งอย่างระมัดระวัง
ทั้งคู่จ้องหน้ากันอยู่พักหนึ่ง

“ล้อเล่นน่า ทำหน้าจริงจังไปได้ ฟ้ารู้อยู่แล้วว่าเมฆหมายถึงคิดถึงสมัยเรียน”
“ฟ้าก็คิดถึงนะ นี่เราจบกันมาได้กี่เดือนแล้วนะ”

“สามเดือน” เมฆตอบในใจ ทำไมเขาจะจำไม่ได้ สามเดือนคือระยะเวลาที่เขากับเธอเลิกกัน เธอจำไม่ได้หรอ

“แล้วเมฆช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง ทำงานที่ไหน ไม่เห็นส่งข่าวมาบ้างเลย”

“ก็เหมือนเดิมนั่นแหละ ยังไม่ได้ทำอะไร ว่าจะเริ่มหางานหลังรับปริญญา”
“ว่าแต่ ฟ้ายังทำที่เดิมใช่ไหม พวกพี่อ้วนดูแลฟ้าดีปะ อุตส่าฝากฝังไว้”

“ก็ดี พี่อ้วนเก่งมากเลย  ฟ้าโชคดีมาก ต้องขอบคุณเมฆด้วยแหละ ไม่งั้นฟ้าคงไม่ได้งานนี้หรอก”

เขาได้แต่หลบสายตาของเธอ เขาแทบจะสู้หน้าเธอไม่ได้เลย เพราะไม่นานมานี้ เขาพึ่งโพสสาบแช่งเธอ ที่ทิ้งเขาหลังจากที่เขาช่วยหางานให้ เขาใช้คำพูดที่แย่มากๆ ได้แต่หวังว่าเธอจะไม่เห็น

“แต่เรียกฟ้าว่า”กะหรี่”นี่มันก็เกินไปหน่อยนะ ไม่เคยคิดเหมือนกันว่าเมฆจะใช้คำแบบนี้เป็นกับเขาด้วย”
เชี่ย แม่งเห็นว่ะ เมฆคิดในใจ ก่อนจะโพล่งออกไป

“เมฆก็ไม่คิดเหมือนกันว่าฟ้าจะเป็นคนแบบนี้”

“เป็นคนแบบไหน?”
“ฟ้าเป็นคนแบบไหน พูดมาสิเมฆ”

“เปล่า”
“ไม่มีไรหรอก”
เมฆพึ่งรู้ตัวว่าเขากำลังจะทำอะไรโง่ๆอีกแล้ว บางทีเขาก็เกลียดตัวเองเหลือเกิน

ความเงียบเข้ากลืนกินดาดฟ้า ทั้งคู่ไม่สามารถส่งเสียงอะไรออกมาได้เลย เสียงดนตรีจากชั้นล่างยังคงส่งเสียงดังอยู่ไกลลิบๆ เมฆจุดไฟบุหรี่มวนที่4ของเขา

“เมฆยังวาดรูปอยู่ใช่ไหม ฟ้าไม่เห็นเมฆโพสงานมาสักพักแล้ว”
“แบบนี้ไม่ได้นะ ถ้าไม่โพสงานบ้าง จะมีงานได้ไง ให้ฟ้าช่วยไหม”

“พอเหอะ”
“เมฆขอร้อง เลิกพยายามช่วยได้แล้ว แค่นี้ก็น่าสมเพชมากพอแล้ว ไม่ถือหรอกที่เคยช่วยฟ้า ไม่เคยนับเป็นบุญคุณอะไร เลิกก็เลิกไปแล้ว ไม่ติดค้างอะไรกัน กูอยู่ของกูได้ กลับไปเหอะ!”

“แต่... ฟัาแค่อยากช่วยจริงๆ”

“ไม่ต้องมาสอน กูรู้ว่าต้องทำอะไร”

“เมฆ นี่มันไม่ใช่เมฆเลยนะ เกิดอะไรขึ้น เมฆเปลี่ยนไปนะ”

“เปลี่ยนไปดิวะ จะเป็นคนเดิมได้ไง อยากให้เหมือนเดิมก็กลับมาคบกันเหมือนเดิมได้ไหมล่ะ”

ฟ้าเริ่มร้องไห้ ชิบหายและ เมฆที่เกลียดตัวเองมากขึ้นทุกวินาทีที่ผ่านไป ได้แต่หยิบผ้าเช็ดหน้ายื่นให้เธอเงียบๆ เขามักจะทำอะไรไม่ถูกเสมอ ต่อหน้าเธอเขาเหมือนจะเลือกทุกอย่างผิดไปหมด นั่นอาจจะเป็นเหตุผลนึงที่ทำให้ต้องเลิกกัน เขาเงยหน้ามองท้องฟ้า ไร้ดวงดาว เช่นเดียวกับตัวเขา มืดมนไปหมด

อะไรทำให้ชีวิตเขามาถึงจุดนี้ได้นะ

ฟ้าเช็ดหน้าเช็ดตาก่อนจะลุกขึ้นมายืนหน้าเขาอีกครั้ง

“เมฆเคยบอกฟ้า”
“ว่าเมฆจะเป็นศิลปินที่เก่งที่สุด”
“เมฆฝันมาตั้งแต่เด็ก พยายามมาตลอด ก่อนที่..”

“ก็ใช่ไง รู้ แต่มันไม่อยากทำแล้ว ไม่อยากเป็นแล้วจะให้ทำไง”

“หยุดใช้ฟ้าเป็นข้ออ้างสักทีเถอะ”
“เมฆมันขี้แพ้ เลิกเอาฟ้ามาเป็นข้ออ้างให้ตัวเองเละเทะแบบนี้ได้แล้ว”
“จะด่าฟ้ายังไง ฟ้าไม่ว่าหรอก ฟ้าแค่ไม่อยากเห็นเมฆเป็นแบบนี้”
“ถึงฟ้าจะไม่ได้รักเมฆแล้ว แต่ฟ้ายังรักงานเมฆเหมือนเดิมนะ “
“ได้โปรด ... อย่าเป็นแบบนี้เลย”

เธอเดินจากไปเงียบๆ  หลังจากที่พูดสิ่งที่อยากพูดจนหมด ทิ้งเขาให้ครุ่นคิดอยู่ที่เก่า

ให้ตายเหอะ เธอเข้มแข็งชะมัด
อย่างเข้มแข็งได้อย่างเธอ

เขาพยายามควานหาบุหรี่ แต่เหมือนมันจะหมดแล้ว เช่นเดียวกับข้ออ้างของเขา
เขามองไปรอบๆ ข้างๆตัวเขามีดินสอแท่งนึงหล่นอยู่ คงมีเด็กปีหนึ่งที่ไหนสักคนลืมทิ้งไว้
เขาหยิบมันขึ้นมา ตัวดินสอสั้นทู่จนแทบจะหมดแท่ง แถมยังสกปรก เปื้อนฝุ่นผงจนดำไปหมด 
เมฆจับดินสอยื่นไปจนสุดแขน เขาคิดดังๆกับตัวเอง

ตอนนี้เขาอยากได้กบเหลา






SHARE
Writer
LettersPart
designer
story about him and her

Comments