บันทึกเดินทาง เรื่องที่ 25 เมื่อหุ่นยนต์ปรุงอาหาร

Spyce ร้านอาหารร้านแรกร้านเดียวในโลก ที่ใช้หุ่นยนต์ในการปรุงอาหาร ตั้งอยู่ใจกลางเมืองบอสตัน บนถนนวอชิงตันใกล้กับที่ทำการสภาเก่าของเมือง ช่วงเที่ยงถึงบ่ายสองเราจะเห็นคนยืนเข้าคิวกันเพื่อเข้าไปซื้อหาอาหารยาวออกมาถึงถนน แอบดูเมนูแล้วทุกรายการราคาเดียวกัน 7.50 เหรียญ ถือว่าไม่แพงเลยสำหรับประสบการณ์ในการไปชิมฝีมือกุ๊กไร้วิญญาณสักครั้ง

ขณะเข้าแถว พนักงานเอาเมนูมาให้ดูไปพลาง มีเมนูให้เลือกราว 7 รายการ สะดุดตาเมนูที่ชื่อ Thai ถามไถ่ก็ได้รับคำตอบว่าเป็นเมนูยอดนิยมอันดับหนึ่งของที่นี่ด้วย รองลงมาคือ India ที่เหลือก็เป็นชื่อตามชาติต่างๆ เช่น Moroccan , Lebanese , Latin และอีกสองรายการคือ Hearth (ครอบครัว) และ Chicken and rice (ข้าวหน้าไก่มั้ง) ไม่ต้องลังเลใจด้วยความเป็นชาตินิยม เราเลือก Thai แน่นอน

คิวขยับไปจนถึงคิวของเรา ก็ได้ไปยืนหน้าจอทัชสกรีน เป็นเมนูให้เราเลือกตามเมนู หรือจะตามใจลูกค้าผสมตามใจชอบ (Customize) กดเลือกอาหารเลือกเครื่องดื่มแบบไม่ยาก พอลงตัวเครื่องก็บอกให้เราเสียบบัตรเครดิต รวมอาหารเครื่องดื่ม 10 เหรียญพอดี เครื่องพิมพ์ใบเสร็จออกมาจากนั้นไปยืนลุ้นว่า กุ๊กเครื่องไหนจะทำรายการของเรา

หุ่นยนต์ที่ปรุงอาหารอยู่ตรงหน้า จำนวน 7 ตัว เป็นกระทะเหมือนบาตรพระที่หมุนไป ผัดไป ด้วยความร้อนที่มาจากด้านข้าง ส่วนผสมและเครื่องปรุงต่างๆถูกเครื่องหยอดมาจากด้านบนตามรายการที่เราสั่งไม่ผิดเพี้ยน แถมเวลาที่จะปรุงยังมีมอนิเตอร์ให้เราดูว่า เครื่องไหนเป็นของเราตามชื่อที่เราคีย์เข้าไป 
 
Hi, Somchai มอนิเตอร์ของหุ่นยนต์ตัวที่สองทักเราแล้ว เครื่องปรุงต่างๆถูกหยอดลงไปในกระทะ
Now cooking Thai bowl for Somchai มีบอกอีกว่ากำลังผัดให้ ใช้เวลาผัดและเติมโน่นเติมนี่โดยการคำนวณของสมองกลราว 3 นาที
Somchai We’re completing cooking กระทะก็พลิกลงมาใส่ชามกระดาษ แขนกลก็ทำหน้าที่ส่งต่อมายังด้านหน้าให้พนักงานใส่เครื่องปรุงที่เป็นผักสด พร้อมปิดฝาติดสติ๊กเกอร์ที่มีชื่อเราบนหน้ากล่อง พร้องบอกว่าเป็นลูกค้าคนที่เท่าไรของวันนี้ และในเวลาใด 
 
อาหารที่ได้เป็นอาหารสุขภาพ ประกอบด้วยผัก ไก่ มากกว่าข้าว ปรุงรสแบบที่เรายังนึกไม่ออกว่า Thai ตรงไหน เขาบอกเป็นเครื่องแกงมัสมั่นไทย ซึ่งก็ยังนึกไม่ออกว่ามัสมั่นตรงไหน เอาเป็นว่าพอทานได้ในราคาไม่แพง 
 
ร้าน Spyce ร้านนี้ เกิดจากสี่นักศึกษาของสถาบัน MIT ที่อยู่ไม่ไกลจากบอสตัน ที่เรียนสาขาวิศวกรรมหุ่นยนต์แล้วอยากประดิษฐ์หุ่นยนต์มาปรุงอาหาร จึงเขียนจดหมายไปยังกุ๊กมิชลินมีชื่อว่าสนใจร่วมธุรกิจกันหรือไม่ สมการความอร่อยเลยเกิดขึ้นดังนี้

4 MIT Grads + A Robotic Kitchen + Chef Daniel Boulud = Spyce แปลความว่า
ผู้จบการศึกษา MIT 4 คน + ครัวหุ่นยนต์ + ตาเชฟมิชลินคนนึง = ร้าน Spyce

ทานไป คำนวณไป ร้านเปิด 10.30 น. ตอนเราทาน 12.44 น. เป็นลูกค้ารายที่ 542 ของวัน เท่ากับเปิดสองชั่วโมงได้ห้าร้อยคน หนึ่งคนจ่ายสิบเหรียญ สองชั่วโมงได้ห้าพันเหรียญ แม่เจ้า 162,500 บาท ต่อสองชั่วโมง ร้านเปิดถึงสี่ทุ่ม วันนึงน่าจะขายได้อย่างน้อยห้าแสนบาท เดือนหนึ่ง 15 ล้านบาท จบ MIT ไปเปิดร้านอาหาร ดีกว่าไปเป็นลูกจ้างเขามากมาย

ทานไปก็คิดไป ใช้จอทัชสกรีน รับคำสั่งอาหาร ใช้หุ่นยนต์แทนพ่อครัว แทนที่จะต้องมีเด็กจดรายการสี่ห้าคน ก็ไม่ต้องใช้ ประหยัดพ่อครัวไปอีก 7 คน หนึ่งชามทำสามนาทีเสร็จ ไม่เหนื่อย ไม่เมื่อย ไม่บ่น ไม่ต้องมีสวัสดิการสังคม สูตรส่วนผสมก็เป๊ะคงที่ ฝีมือสม่ำเสมอ มิน่าเล่าจึงสามารถขายได้ในราคาถูกกว่าอาหารทั่วไป หากแนวคิดนี้ขยายตัวไปเรื่อยๆ คงทำให้คนตกงานอีกมิใช่น้อย

ทานไปไม่หมดชาม พอได้ความรู้มาเล่าให้ฟัง
ไม่อร่อยถูกปากนัก แต่ก็คุ้มค่าที่จะไปทานสักมื้อครับ
SHARE
Writer
SomchaiSri
Thinker
คิดเขียนไปเรื่อย หากยังไม่เหนื่อยที่จะคิด

Comments