Midnight train
     เราบอกรักใครบางคนตอนกลางวัน และร่วมรักกับใครอีกคนตอนกลางคืน พร่ำเพ้อถึงอุดมการณ์เมื่ออยู่ต่อหน้าฝูงชน ก่อนจะเหยียบย่ำมันในที่ลับตาคน หยิบยื่นความดีให้กับตัวเอง เพื่อตัดสินใครคนอื่นที่คิดไม่เหมือนกัน ป่าวประกาศถึงความรักชาติ และก่นด่ามันเมื่อทุกอย่างไม่เป็นไปดั่งใจ
     ดิ้นรนสร้างอย่างเปลืองเปล่า เพื่อรอคอยให้ทุกอย่างพังทลายในตอนจบ

     ธารลืมตาตื่นบนเตียงสีขาวพร้อมกับความรู้สึกคิดถึงใครบางคน ความฝันที่มีเพียงถ้อยคำหยุดลงในช่วงเวลาเดียวกัน เขาคว้าสมุดเล่มเล็กข้างตัวจดมันลงไปเพื่อไม่ให้ถูกลืม ตระหนักว่าตัวเองกำลังนอนอยู่ในผ้าห่มผืนเดียวกับหญิงไร้อาภรณ์ข้างกาย เขาทวนความทรงจำคืนก่อนเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ ปาร์ตี้ริมหาดทรายใต้แสงจันทร์เกือบเต็มดวง เสียงเพลงกระหน่ำดังจนต้องตะโกนพูดคุย ความรู้สึกร้อนผ่าวบนใบหน้าจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ ภาพเบลอๆ ของทะเลที่มืดดำ จวนจบการสนทนาที่ถูกคอกับคนแปลกหน้า ซึ่งใครคนนั้นก็กำลังหลับสนิทอยู่ข้างเขาในตอนนี้
     ธารมองออกไปนอกหน้าต่าง ปราศจากร่องรอยของแสงอาทิตย์ เขาเก็บข้าวของและแต่งตัวอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะทิ้งโน๊ตสั้นๆ เป็นคำบอกลาและเปิดประตูออกไป เขาลืมใบหน้าของเธอทันทีที่ประตูปิดลง หรือบางทีเขาอาจไม่เคยจำมันได้
     ดวงจันทร์ยังลอยเด่นอยู่บนนั้น นาฬิกาบอกเวลาใกล้หกโมงตรง โทรศัพท์ถูกหยิบขึ้นมา ธารเปิดดูช่องสนทนากับเจนแล้วพบว่าเธอเห็นบทพรรณนาที่เขาส่งไปให้เมื่อวันก่อนแล้ว ทว่าไม่มีคำตอบใดๆ กลับมา บางทีเธออาจยังไม่ได้เปิดมันอ่าน บางทีเธออาจเกลียดสิ่งที่เขาเขียน บางทีเธออาจชิงชังที่ชื่อจริงของตัวเองถูกนำไปเป็นชื่อเรื่องของคำพร่ำเพ้องี่เง่าพวกนั้น
     ธารหยุดคิดสิ่งที่เขาไม่อาจรู้คำตอบ ก้าวไปทิ้งตัวลงนอนบนหาดทราย สีฟ้าของชั้นบรรยากาศเริ่มปรากฏทางทิศตะวันออก แต่ยังคงมีดาวดวงหนึ่งเปล่งประกายให้เห็น เขาเฝ้ามองมันในช่วงเวลาสุดท้ายก่อนประกายนั้นจะถูกกลบด้วยแสงอาทิตย์ นี่เขากำลังค้นหาอะไรอยู่ ธารถามตัวเองโดยรู้ดีว่าไม่มีคำตอบ
     เพื่อนร่วมรุ่นทุกคนกำลังวิ่งหางานอย่างบ้าคลั่ง ใครที่คว้าโอกาสมาได้ก็ป่าวประกาศอย่างภาคภูมิ ชีวิตของผู้คนในวัยยี่สิบสองคือช่วงเปลี่ยนผ่าน เปลี่ยนไปสู่อะไรเขาไม่อาจทราบได้ เขาเพียงแต่รู้ว่ามันจะไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิม เป็นอีกครั้งที่ธารรู้สึกแปลกแยกออกมาจากคนอื่น ไม่มีครั้งใดเลยที่เขารู้สึกได้ว่าตนเป็นหนึ่งเดียวกับคนเหล่านั้นอย่างสนิทใจ
     ธารไม่ได้กังวลหรือรู้สึกเศร้าอะไร ความโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงาก็ไม่ใช่สิ่งที่ทำร้ายเขาเช่นครั้งอดีตอีกแล้ว เขารู้สึกสงบกับช่วงเวลาตอนนี้ ความจริงก็คือเขาไม่ได้ต้องการค้นหาอะไรทั้งนั้น ธารทิ้งการผูกพันตัวเองกับโลกวัตถุได้นานแล้ว อย่างน้อยก็ในระดับหนึ่ง เขาไม่ขวนขวายหาสิ่งภายนอกใดๆ มาเติมเต็มตัวเองอีกต่อไป ในขณะเดียวกันเขาก็กำลังให้อิสระกับการยึดมั่นในความคิดตัวเอง
     เขาไม่ได้มองโลกอย่างจงเกลียดจงชังในความบกพร่องของมันอีกแล้ว เขาไม่ได้อยากเปลี่ยนแปลงอะไรให้ดีขึ้นเช่นกัน ความดีเป็นเพียงสิ่งประดิษฐ์ทางศีลธรรมที่เปลี่ยนไปตามบริบท มันไม่ใช่สิ่งสมบูรณ์แต่อย่างใด เขากำลังเลิกยึดโยงตัวเองกับมัน ธารกำลังเฝ้ามองตัวเองและโลกใบนี้ในแบบที่มันเป็น เขาไม่ได้เอาแต่ตัดสินดีร้ายเช่นที่เคย นี่คือช่วงเปลี่ยนผ่านของธาร การเปลี่ยนผ่านที่แตกต่างจากใครต่อใครอย่างสิ้นเชิง

     หากธารกลับรู้ดีว่าเขาไม่อาจปกคลุมตัวเองไว้ได้ด้วยความสงบเช่นนี้ตลอดไป เขายังมีความสัมพันธ์กับผู้คนในที่ที่จากมา มีหน้าที่และความรับผิดชอบต้องกลับไปแบกรับ สักวันข้างหน้าเขาจะกลับมาสู่สถานที่แบบนี้ ที่ที่ไม่มีใครรู้จักและไม่มีพันธนาการใดๆ ที่ที่เขาพบเจอความสงบทั้งภายนอกและภายใน
     ธารกลับเข้าที่พักและเก็บของใส่กระเป๋าเป้ เมื่อแสงแรกของวันเผยเฉดขึ้นเขาเดินเข้าห้องอาหาร สั่งชุดขนมปังไข่ดาวทานคู่กับอเมริกาโน่ เฝ้ามองผู้คนที่เริ่มทยอยเข้ามา เกือบทั้งหมดคือมนุษย์วัยกลางคนทั้งไทยและเทศ มีเด็กวัยกำลังซนแซมมาประปราย คนเหล่านั้นดูมีความสุข หรืออย่างน้อยพวกเขาก็กำลังยิ้มแย้มและหัวเราะ แสร้งว่ามีความสุข
     ธารปล่อยสายตามองดูพร้อมจัดการมื้ออาหารตรงหน้า ก่อนที่ชายผมขาวเสื้อผ้าขาดวิ่นจะโผล่แทรกเข้ามาในห้องนั้น เขาเร่ขายล็อตเตอรี่ด้วยเสียงอันดังลั่นอย่างไม่อายสายตาใคร เหตุการณ์ดำเนินไปเพียงชั่วครู่ก่อนบริกรจะดึงตัวเขาออกไป
     ผู้คนใช้เวลาพักหนึ่งเพื่อดึงอารมณ์กลับคืน รอยยิ้มและเสียงหัวเราะกลับมาอีกครั้ง แต่ไม่ใช่สำหรับธาร เขาลุกขึ้นและเดินตามชายคนนั้นไป ชายเฒ่าเร่ขายโอกาสแห่งโชคชะตาอย่างไม่เหนื่อยหน่าย ภาพนั้นช่างขัดแย้งกับความสุขสงบที่เกิดกับนักท่องเที่ยวต่างถิ่น ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ในฝันสำหรับทุกคน ใครบางคนยังต้องดิ้นรนในความฝันของใครอีกคน ทุกอย่างมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ กระทั่งความงดงามอันไร้เดียงสาก็มีเงามืดซึ่งซ่อนตัวอยู่ ความสงบที่ธารคิดว่าตนพบก็อาจเป็นแบบนั้น
     ชายเฒ่านั่งลงบนขอนไม้ริมหาดทรายหลังจากขายโชคให้ผู้มีความหวังไปได้สองใบ ขอนไม้เดียวกันกับที่ธารนั่งลงเพื่อเหม่อมองเส้นขอบฟ้าในยามเย็นวันก่อน ภาพนั้นทำให้เขาตระหนักว่าความสงบของสถานที่เป็นสิ่งลวงตาที่เขาคิดขึ้นมาเอง
     ธารซื้อน้ำเย็นจากร้านค้าริมหาดและยื่นมันให้ชายผมขาว แววตาของชายเฒ่างุนงงทว่าก็รับมันในทันที
     "ขอบใจมากหนุ่ม"
     ธารพยักหน้าและทิ้งตัวนั่งบนขอนไม้เดียวกัน
     "อยากได้โชคสักใบไหม โอกาสมีน้อยแต่ถ้ามันผ่านเข้ามา ชีวิตนี้หนุ่มก็ไม่ต้องดิ้นรนอีกแล้ว"
     "การมีชีวิตอยู่คือเรื่องดิ้นรนเสมอแหละครับ ขึ้นอยู่กับว่าจะดิ้นรนเพื่ออะไร"
     ชายเฒ่านิ่งเงียบ ธารรับรู้ได้ว่าเขาทำผิดพลาดที่พูดอะไรแบบนั้นออกไป เราไม่สามารถพร่ำบอกใครต่อใครได้ว่าชีวิตเป็นยังไง ภาษาที่ประณีตละเอียดที่สุดก็ไม่สามารถถ่ายทอดสารัตถะพวกนั้นได้ ปัจเจกต้องเรียนรู้และผ่านมันไปด้วยตนเอง นี่ไม่ใช่สิ่งที่ถ่ายทอดได้ด้วยคำพูด และคำตอบก็มีมากเกินกว่าจะจินตนาการ
     "มาเที่ยวคนเดียวเหรอ"
     "ครับ เพิ่งจะเรียนจบมาได้สักพัก เลยมาพักผ่อนที่นี่"
     "ทำไมไม่รีบไปหาทำงานล่ะ"
     สายตาของชายชรามองมาที่ธาร แต่สายตาของเขามองตรงไปสู่ท้องทะเล
     "ผมอยากทบทวนตัวเองสักพักครับ"
     "อย่าเสียเวลาคิดเรื่องไร้สาระนาน คุณค่าของคนอยู่ที่การทำงาน ดูเหมือนหนุ่มจะเรียนมาสูง รีบกลับไปใช้ความรู้ให้เป็นประโยชน์เถอะ"
     คำพูดเหล่านั้นกระตุกใจเขาจนก่อให้เกิดความรู้สึกต่อต้าน หากเขากลับไม่พูดอะไรออกไป ทำเพียงพยักหน้าตอบรับ ชายเฒ่าตบแผ่นหลังเขาและเอ่ยลาขอตัวไปทำหน้าที่ของตนต่อ
     ในเวลาที่แสงแดดเริ่มร้อนแรงนั้น เขารู้สึกว่าตัวเองอยู่คนเดียวมานานเกินไป ราวกับเป็นเด็กชายที่เกิดและเติบโตเพียงลำพังในป่าใหญ่ เขาละทิ้งคุณค่าสากลของสังคมมานานเกินไป นั่นเป็นข้อตกลงร่วมของทุกคนในยุคสมัยนี้ หากต้องการออกจากป่ามาหาคนอื่น มันเป็นวิถีทางเดียวที่เขามีสิทธิ์จะเลือก มันคือข้อบังคับเพื่อให้ทุกคนกลมกลืนและอยู่ร่วมกันได้
     ธารกำลังกลับสู่เงื่อนไขพวกนั้น เขาหลับตาลงเพียรดึงความคิดทั้งหมดสู่ครรลองกระแสหลัก พาตัวเองที่ถอยห่างออกมาแสนไกลให้กลับเข้าใกล้เรื่องสมมุติของผู้คน คล้ายกับดวงดาวที่ปราศจากการพันธนาการด้วยกฎฟิสิกส์ กลับเข้าไปสู่วงโคจรของแรงโน้มถ่วงร่วมกับดาวดวงอื่นๆ

     ธารต่อรถจากริมหาดทรายเข้าสู่สถานีขนส่ง จองตั๋วเที่ยวแรกที่จะกลับสู่เมืองหลวง เฝ้ามองใครต่อใครที่เดินไปมาบนชานชาลา เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและเห็นข้อความจากเจน
     "แกหายไปนานนะ ตอนนี้อยู่ไหน" ข้อความถูกส่งมาเมื่อเจ็ดนาทีก่อน
     "ภูเก็ต กำลังจะกลับ" เขาพิมพ์ตอบไป อีกฝ่ายเปิดอ่านมันในทันที
     "นี่หางานยัง"
     "กลับไปจะเริ่มหาแล้ว"
     "เร็วๆ เถอะ คนอื่นเข้าไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว"
     เขาส่งสติ๊กเกอร์รูปหน้ายิ้มกลับไป
     "เรื่องที่แกเขียนล่าสุด เราไม่ค่อยอินว่ะ"
     "อืม"
     "เอาตรงๆ คนอื่นเขาเขียนแล้วพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ แต่แกมันเหมือนแย่ไปเรื่อยๆ"
     ธารยิ้มออกมาลำพัง เขารู้ดีว่ามันเป็นแบบนั้น "ทำไมล่ะ"
     "เหมือนแกอัดอั้นอะไรสักอย่าง ไม่พอใจคน ไม่พอใจโลก แล้วก็ระบายออกมาผ่านตัวหนังสือ"
     "อืม"
     "ช่วงแรกที่แกเขียน มันเหมือนคนมีไฟที่อยากเปลี่ยนอะไรๆ ให้ดีขึ้น แต่ตอนนี้แกเหมือนชายหัวล้านวัยกลางคนอ้วนลงพุงที่พ่ายแพ้และเกลียดสังคม เลยหันมาด่ามันแทน"
     "แกเหยียดคนอื่นอยู่นะ"
     "โทษที เราแค่อยากให้แกเห็นภาพ"
     "เอาเถอะ... แต่เดี๋ยวนะล่าสุดเขาเขียนเรื่องรัก"
     "อืม ถึงแกจะเขียนอะไร กลิ่นพวกนั้นมันก็มาออกกับทุกเรื่องนั่นแหละ"
     "อืม"
     "กลับมาเป็นแบบเดิมเถอะ"
     เขาส่งสติ๊กเกอร์แมวพยักหน้าไป
     "ไม่ได้หมายถึงเฉพาะงานเขียนนะ ชีวิตของแกด้วย"
     "อืม รู้แล้ว"
     "เอาเถอะ กลับมานัดเจอหน่อยละกัน เดี๋ยวเราจะเร่ิมงานละ คงไม่มีเวลาเจอกันบ่อยๆ"
     "ได้ดิ ไว้ถึงละจะทักไป"
     "อืม"
     เขาเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า มองเด็กชายสายคนที่วิ่งไล่ตะโกนโหวกเหวกอย่างเฮฮา ฉากเหล่านั้นก่อตัวเป็นความรู้สึกอบอุ่นของความสุขอันไร้เดียงสา ธารปล่อยให้บรรยากาศของชานชาลาเข้าสู่ทุกห้วงสัมผัส รับรู้มันในมิตินั้นและไม่ผูกโยงอะไรกับความทรงจำส่วนตัว
     แน่นอนเขาจะกลับไปเป็นเหมือนคนอื่นอีกครั้ง ทว่าในขณะเดียวกันก็แตกต่างจากคนอื่นอย่างสิ้นเชิง
SHARE
Written in this book
- Jane -
อย่าถามหาเหตุผล จากเรื่องที่ไม่มีวันตกตะกอน
Writer
Stardust1723
Learner and Dreamer
เราเขียนเพื่อเติมเต็มตัวเองและแบ่งปันกับใครสักคน

Comments

Girlwearsblue
2 years ago
ยังฟัง midnight train วนอยู่ป่าวธาร
Reply
Stardust1723
2 years ago
วนไปวนมาอยู่พิม 555
Stardust1723
2 years ago
คืนนี้เดี๋ยวช่วยเชียร์โครแอต
Girlwearsblue
2 years ago
เราเชียร์อะไรก็หายนะหมด โอยยย 5555
ชอบย่อหน้าแรกมากๆเลยย
Reply
Stardust1723
2 years ago
ตั้งใจใส่ไปเพื่อดึงคนอ่านโดยเฉพาะเลย 555