หมูปิ้ง-สุนัข
กินหมูปิ้งไหม?เสียงคำถามเรียบ ๆ พร้อมยื่นมือที่ถือหมูปิ้งแหว่ง ๆ จากรอยกัดแล้วไปให้
ไม่มีเสียงตอบรับจากฝ่ายตรงข้าม
หากไม่นับหางที่กระดิกจนแทบจะบินได้และน้ำลายที่ไหลยืด พร้อมกับตาที่จ้องแป๋วมาที่มือ..

คุณคงกำลังเห็นภาพมิตรภาพแสนดีของคนใจดีหนึ่งคนกำลังหยิบยื่นอาหารให้สุนัขจรจัดผู้ยากไร้ล่ะซี่ ถ้าใช่ก็ดูจะเป็นภาพที่น่ารักดี...

แต่มันไม่ใช่!

ฝั่งตรงข้ามเป็นสุนัขต่างชาติ หน้าตาสะอาดสะอ้าน(ถ้าไม่นับน้ำลายที่ย้อยจนเต็มอก) ขนยาวสลวยพลิ้วปลิวสะบัดตามจังหวะที่ห่างแกว่ง สุนัขตัวนี้ถ้าเปรียบเป็นคนก็ถือว่าเจ้าเนื้อน่าดูเชียว

แล้วมันต่างกับภาพแรกอย่างไรกันล่ะ?
สุนัขเป็นสัตว์ที่สามารถกินได้ทั้งพืชและสัตว์เหมือนกับมนุษย์ แต่!! การที่ให้สุนัขกินอาหารที่เราเรากินกัน ไม่ใช่เรื่องถูกต้องเสียที่เดียว เพราะร่างกายของสุนัขเลี้ยงไม่ได้เอาพลังงานไปใช้เสียทั้งหมด ก็เหมือนคุณ ๆ ที่สนุกปากแต่ไม่ออกกำลังกายนั่นแหล่ะ

แล้วทีนี้คุณพอจะเห็นภาพหรือยังล่ะ สุนัขเจ้าเนื้อ หุ่นกลมน่ารัก ที่มาพร้อมกับของสมนาคุณจากการขุนหุ่นจนหน้าฟัดด้วยโรคสารพัดจะนึกออก ทั้งเบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดัน ไหนจะไขข้อกระดูกอีีกล่ะ

ตอนนี้คุณคงกำลังเถียงในใจแล้วล่ะ ว่าตาแป๋วๆจ้องมาขนาดนั้น สายตาจ้องมาขนาดนี้ ใครเล่ามันจะอดใจไหว ขอเจียดให้สักหน่อยจะเป็นไรไป?

คุณกำลังฆ่าเขาอย่างช้าๆก็เหมือนที่ได้บอกไปแล้วไม่กี่บรรทัดก่อนหน้า ว่าข้อเสียของสุนัขอ้วนมันแค่ไหน เพราะเช่นนั้นแล้ว การที่คุณสงสาร เอ็นดู หยิบยื่นหมูปิ้งชิ้นเล็กๆให้เจ้าหมูของคุณ ไม่ได้ต่างอะไรเลยกับการค่อยๆยื่นโรคร้ายให้ไปสะสมรอวันที่จะปะทุออกมา แล้ววันนั้นใครกันจะเสียใจที่สุด?

ไม่ใช่ห้ามเด็ดขาด แต่ต้องรู้จักความพอดี

SHARE
Written in this book
คิด•พิมพ์
ความคิดล่องลอยมากมาย ตกตะกอนออกมาเป็นตัวหนังสือผ่านปลายนิ้วจิ้มพิมพ์ออกมาเป็นตัวอักษร.

Comments