บทที่ 3 เมื่อฉันรอผลตรวจ
หลังจากจุดเริ่มต้นทางความคิดในตอนนั้น กลายมาเป็นฉันที่โรงพยาบาลตอนนี้ 

ฉ ตอนนี้ที่มาถึงโรงพยาบาลด้วยสภาพ มือกุมท้อง นั่งรถเข็น หน้าตายังดูโอดอวยจุกท้องอย่างบอกไม่ถูก ก็จัดการลงทะเบียนผู้ป่วยใหม่ (เพราะเปลี่ยนโรงพยาบาล(อีกแล้ว)) คราวนี้มาโรงพยาบาลที่ได้ชื่อเสียงส่วนใหญ่จากหมอโรงพยาบาลศิริราชเลย เพื่อความชัวร์จริงๆในการรักษา 

ได้คิวตรวจมาแล้ว เนื่องจากเข้าไปหาหมอก็ทุ่มกว่าแล้ว ก็เลยได้เจอหมอเวร ที่แผนกอายุรกรรม 
พอถึงคิวตรวจ ก็เข้าไปบอกอาการหมอ 
จุกท้อง คลื่นไส้ อาเจียน และอาการสุดท้ายที่มีมาสักพักละคิดว่าตัวเองอ้วนก็คือ อาการบวมป่องที่ท้องไล่ลงไปถึงขา มีลักษณะเหมือนบวมน้ำ 

พอหมอตรวจๆ ก็เริ่มเขียนใบสั่งยาของอาการจุกท้องละ ทีนี้ก็เหลืออาการบวม หมอบอกให้ฉันขึ้นไปนอนบนเตียงตรวจ หมอเอามือมาวางบนท้องของฉันและเคาะๆ เพื่อเช็คว่า ข้างในท้องของฉันนั้นเป็น ลม หรือ น้ำ 
"น้องมีอาการบวมน้ำนะคะ เดี๋ยวหมออาจจะให้ยาขับปัสสาวะไป แล้วกลับไปนอนพักที่บ้านก่อน ละหมอจะนัดมาอีกที" 
"คุณหมอคะ น้ำเยอะขนาดนี้ จะให้กลับบ้านหรอคะ"
"ต้องตรวจอัลตร้าซาวด์ค่ะ แต่เบื้องต้นหมอจะให้ยาขับไปก่อนละค่อยกลับมาดูอาการอีกที หรือคนไข้อยากตรวจมั้ย?"
"โอเคค่ะ นอนโรงพยาบาลและตรวจเลยค่ะ" 

หลังจากนั้นฉันกลายเป็นผู้ป่วยใน ที่กำลังจองห้องพัก และรอการตรวจอัลตร้าซาวด์อย่างละเอียด ฉันเปลี่ยนเสื้อเป็นชุดผู้ป่วย และมันคือครั้งแรกที่ฉันถอดเสื้อผ้าต่อหน้าคนที่ฉันไม่รู้จัก...มันน่าอายมาก (คิดถึงตอนนั้นละก็เขิลนะ) 

ฉันถูกส่งตัวเข้าไปรอที่ห้องพักผู้ป่วยเพื่อรอคิวทำอัลตร้าซาวด์ ตอนนั้นพ่อกับแม่ฉันวุ่นวายมากต้องขับรถไปกลับที่บ้านเพื่อเอาของใช้ต่างๆ และแม่จะมานอนเฝ้าฉันที่โรงพยาบาล พี่พยาบาลก็วุ่นวายไม่แพ้กัน เดินเข้าออกห้องฉันมาเจาะเลือดฉันไป ละก็ดูติดต่อกับคุณหมอวุ่นวายไปหมด

แต่สำหรับตัวฉันแทบจะลืมความจุกท้องนั่นไปเลย ฉันกลับแอบตื่นเต้นด้วยซ้ำ ที่ได้นอนโรงพยาบาลครั้งแรก ก็ฉันแค่บวมน้ำ จุกท้องเอง ทำไมต้องอะไรวุ่นวายขนาดนั้น ฉันยังแข็งแรงอยู่เลยนะ ดูสิ หน้าตาเริ่มรื่นเริง ตื่นเต้น

ฉันกำลังนอนรอคิวตรวจอัลตร้าซาวด์อยู่ พี่พยาบาลบอกฉันว่าต้องรอให้ปวดฉี่มากๆก่อนถึงจะสามารถเข้าห้องตรวจได้ พยาบาลจึงให้ฉันกินน้ำเข้าไปละรอจนกว่าฉันจะปวดฉี่ (ต้องมากๆจนเกือบทนไม่ไหวด้วยนะ) 

พอฉันเริ่มได้ที่ ฉันก็กดกริ่งเรียกพี่พยาบาลว่าฉันปวดแล้วนะ มาพาฉันไปเร็วๆ ไม่งั้นจะฉี่ราดแล้ว พี่พยาบาลได้พาฉันเข้าไปที่ห้องตรวจอัลตร้าซาวด์ ฉันขึ้นไปนอนบนเตียงตรวจ ในใจคิดว่า เอ้ะ ตรวจอัลตร้าซาวด์นี่ตรวจยังไง 
"รอแปปนึงนะคะ คุณหมอกำลังมา"พี่พยาบาลเดินออกไป ทิ้งฉันไว้ในห้องที่ทั้งหนาวเงียบและโคตรเย็น ฉันนอนห่มผ้าอยู่บนเตียง มองไปรอบๆห้อง บนกำแพงห้องนั้นมีรูปของการกำเนิดเด็กทารก การเจริญเติบโตของเด็กทารกในครรภ์ มีรูปของคนท้อง รูปของการให้นมเด็ก ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ 
ฉันก้มลงมองท้องของตัวเองที่สภาพป่องๆ (ด้วยน้ำ) ละคิดในใจ


ฉันไม่ได้ท้องหนิ...ละฉันมาทำอะไรที่นี่


คุณหมอเดินเข้ามาในห้อง พร้อมพูดกับฉันว่า "อ่ะ เปิดเสื้อครับ ถกกางเกงลงให้หมอหน่อย"

'ครับ' คุณหมอลงท้ายด้วยครับ หมอเป็นผู้ชาย! นี่ฉันต้องมาถกอะไรให้ผู้ชายที่ไม่เคยรู้จักกัน
โอเอมจี! 
ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก มือของพี่พยาบาล ถกกางเกงฉันลงและเอาเจลเย็นๆ มาทาที่ท้องของฉัน คุณหมอหยิบจับเครื่องอะไรก็ไม่รู้มาลูบๆไล้ๆอยู่ตรงบริเวณท้องน้อย 
'หมอคะ...หนูเขิล หมอแอบหล่อ หมอคือคนแรกของหนู' นี่คือสิ่งที่ฉันคิด 
คุณหมอใช้เวลาลูบไล้อยู่สักพัก ความเย็นของเจลทำให้ฉันจั้กจี้แต่ก็ต้องกลั้นเอาไว้ คุณหมอพึมพำๆกับพยาบาลไปมาว่า 
"ไม่เห็นมีเลย" "ไม่เห็นเจออะไรเลย" 


'มี' 'เจอ' เอ้ะ? มีอะไร? เจออะไร? สายตาฉันเหลือบไปมองกำแพงรอบๆห้อง 
หมอคะ หนูไม่ได้ท้องนะ มันจะมีอะไรได้ไง...

ใช้เวลาแบบนี้อยู่สักพักจนคุณหมอพูดขึ้น "โอเคครับ ไม่เจอเลย" คุณหมอพูดเสร็จก็ปิดเครื่อง พี่พยาบาลเช็ดเจลเย็นๆออกให้ฉัน ฉันรู้สึกโล่งอกทันทีที่ฉันไม่ได้ท้อง (...?)
เดี๋ยว...ฉันไม่ได้มาตรวจหาเด็ก! 

ฉันกลับขึ้นไปบนห้องพัก พ่อกับแม่กำลังรอฉันอยู่ที่ห้องพัก ฉันเล่าเรื่องราวครั้งแรกของฉันให้พ่อกับแม่ฟัง ทั้งคู่ทั้งสงสารทั้งขำฉัน อาการจุกของฉันเริ่มหายไป ฉันก็ขึ้นเตียงนอนรอ 

ระหว่างนั้นก็มีคุณหมอจากหลายแผนกเข้ามาเยี่ยมฉัน ละถามไถ่อาการฉันต่างๆนา
หมอแผนกไต
หมอแผนกผิวหนัง
หมอระบบประสาท
หมอแผนกอะไรอีกก็ไม่รู้เยอะแยะไปหมด เยอะมากๆ จนฉันไม่าสามารถจำได้หมด 

ตอนนั้นฉันก็ไม่เข้าใจว่า หมอจะเยอะอะไรขนาดนี้ วุ่นวายจัง 
คุณหมอบอกว่า ให้ฉันนอนอยู่ที่โรงพยาบาลก่อนเพืี่อรอผลตรวจเลือด ที่ค่อนข้างจะใช้เวลาประมาณ 2-3 เลย 

ในคืนนั้น คืนแรกที่โรงพยาบาลหมอก็บอกกับฉันว่า ฉันมีโปรตีนรั่วออกมาทางฉี่ ทำให้้้ไตไม่สามารถขับน้ำออกมาจากร่างกายได้ น้้ำก็เลยท่วมอยู่ข้้้้้้้้้้้้้้้างในตัวแบบนี และถ้ามาช้ากว่านี้น้ำอาจจะเข้าไปท่วมในปอดฉััน (น้ำเกือบท่วมปอดฉัน...) นั่นเลยเป็นสาเหตุที่ฉันจุกท้อง เพราะน้ำมันท่วมอยู่ในท้องฉัน อวัยวะภายในเลยแกว่งไปมา เลยอ้วกแตกออกมา และหมอถามฉันถึงอาการอื่นๆ ฉันเลยบอกหมอเกี่ยวกับอาการในเดือนที่ผ่านๆมา 

คุณหมอหวังว่าน้องจะไม่ได้เป็นอะไรมากนะครับ หมอกำลังตรวจว่าน้องอาจจะเป็นแค่อาการอักเสบบางอย่างในร่างกาย หรือ โรคบางโรคอย่าง เช่น โรค SLE หรือ โรคพุ่มพวง
... 'โรค' หรอ? ฉันอาจจะเป็นโรคพุ่มพวงหรอ? มันคือโรคอะไร...

ฉันฟังหมอพูดในคืนนั้น ฉันก็ได้แต่หวังว่ามันจะไม่ใช่อะไรร้ายแรง พอคุณหมอกลับไป ฉันยังหันไปนั่งหัวเราะกับแม่อยู่เลย เรื่องเด็กลมในท้องของฉัน 

ณ ตอนนั้น ตัวฉันเองยังไม่เข้าใจสถาการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นเลย...

ติดตามบทต่อไป บทที่4 >>>
SHARE
Written in this book
คนเราอยู่ได้ด้วย 'ความคิด'
หนังสือเล่มนี้จะมาเขียนบอกเล่าประสบการณ์ในชีวิตและบทเรียนต่างๆที่ได้รับมาจากเรื่องราวที่เป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตของคนคนนึง โดยการแฝงกำลังใจและข้อคิดต่างๆ ไว้ให้กับคนที่กำลังท้อ :) 
Writer
sudtha
Writer
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในชีวิตของคุณ ของเพียงรู้ไว้ ถ้ายังมีความศรัทธาวันพรุ่งนี้ก็เริ่มใหม่ได้เสมอ. "จงศรัทธาในตัวเอง"

Comments