บทที่ 2 เมื่อฉันมีอาการ


หลังจากที่ในความคิดฉันได้สร้างเรื่องอันตรายขึ้นมาในหัว
มีใครหารู้ไม่ ว่าความคิดฉันได้สั่งร่างกายให้มันเกิดขึ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เวลาผ่านไปเป็นเดือน ฉันเริ่มมีอาการแปลกๆ เกิดขึ้นตามร่างกาย 
เริ่มมีผื่นสะเก็ตแดงๆอ่อนๆ ขึ้นตามตัว
หลังหูของฉันเริ่มลอกเป็นเกร็ดขาวๆ
มันมีตุ่มเล็กๆแดงๆใสๆขึ้นตามนิ้วมือ 
ผมเริ่มแห้ง กรอบ ไม่เป็นทรง 
 
ฉันไปหาหมอด้วยอาการเหล่านี้ หลายต่อหลายครั้ง อาการมันไม่ได้รุนแรงถึงขั้นไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้
      เมื่อไปหาหมอตามอาการแรก หมอบอกว่า ฉันมีอาการผิดปกติทางผิวหนังที่เรียกว่า ผื่นกุหลาบ ผื่นนี้มันจะเป็นสะเก็ตอ่อนๆ ขึ้นตามร่างกายของฉันเป็นจุดๆ ไม่ใหญ่มากขนาดเท่าเหรียญสิบ ฉันถามหาสาเหตุจากหมอ หมอบอกว่า โรคนี้ไม่สามารถหาสาเหตุได้และไม่ต้องเป็นห่วงเพราะเดี๋ยวผื่นก็จะหายไปเอง 
ฉันก็โอเคร โ่ล่งใจ


เวลาผ่านไปอีกเดือนกว่าๆ


      ฉันไปหาหมอครั้งที่สองด้วยอาการตุ่มเล็กๆแดงๆใสๆที่ขึ้นตามนิ้วมือ หมอเอาเลือดของฉันไปตรวจ หมอพบจำนวนเม็ดเลือดขาวที่มีมากกว่าคนปกติ จึงให้ยาฆ่าเชื้อมาเพราะเกรงว่าอาจจะติดเชื้ออะไรสักอย่างมา กินไปได้สักสองสามวันก็หยุดกิน เพราะรู้สึกว่าไม่ได้ดีขึ้น เลยเปลี่ยนโรงพยาบาล และกลับไปหาหมอใหม่ด้วยอาการที่รู้สึกเพิ่มขึ้นว่าเหมือนมีอะไรอยู่ที่คอ หมอเลยลองส่องคอดูเพราะเกรงว่าจะเป็นทอมซิน เช็คไปเช็คมา หมอไม่เจออะไร พร้อมกับตุ่มที่นิ้ว หมอบอกว่า ไม่น่าเป็นห่วงอะไร เพราะอาจจะแพ้อะไรมา ให้หยุดกินยาฆ่าเชื้อ และหมอจะสั่งยาหยอดคอให้ พอกลับมาถึงบ้านก็ไม่ได้หยอดยาลงคอหรืออะไร เพราะรู้สึกว่ากินไปก็ไม่น่าจะมีอะไรดีขึ้น ขนาดตัวหมอเองยังไม่รู้เลยว่าตัวเราเป็นอะไร และด้วยสภาพร่างกายที่แข็งแรงโดยพื้นฐาน และไม่ได้ลำบากถึงขั้นใช้ชีวิตประจำวันไม่ได้ ก็เลยตัดสินใจว่า เดี๋ยวมันก็หายเองแหละมั้ง
ฉันก็โอเคร โล่งใจ 

เละเวลาก็ผ่านไปอีกหลายสัปดาห์

จนมีอยู่วันนึง ฉันไปเรียนตามปกติ วันนั้นเป็นวันที่ต้องไปทำงานกับเพื่อนๆ นอกสถานที่ เพื่อนสังเกตุเห็นอาการผิดปกติของฉัน ตัวฉันแดงๆเป็นคล้ายๆฮ่อเลือดขึ้นคอเต็มไปหมด
  
พอเห็นแบบนั้น ฉันเดินไปเช็คที่ห้องน้ำ ถอดเสื้อออกมาดู

โอ้แม่เจ้า!
 
มันขึ้นที่ตัวฉันทั้งตัว หน้าอก หลัง คอ รอบตัวเต็มไปหมด วันนั้นรีบกลับบ้านทันที ไปให้พ่อกับแม่ดู หลังจากวันนั้น ฉันไข้ขึ้น ละผื่นแดงๆขึ้นที่หน้าฉัน ละพวกฮ่อเลือดพวกนั้น ค่อยๆลามลงไปทั่วตัว จากคอ ตัว แขน ขา ค่อยๆลามลงไปใช้เวลาหนึ่งอาทิตย์ ไข้ฉันขึ้น นอนซมอยู่ที่บ้าน

พ่อกับแม่บอกว่า มันเป็นเหมือนหัดเยอรมัน ฉันก็ลองเปิดหมอ google ดู ใช่เลย อาการมันคล้ายกันมาก แทบจะแบบเดียวกัน ฉันไม่ได้ไปหาหมอเพราะคิดว่า หมอก็คงรักษาแบบกินยา เดี๋ยวก็หาย มันคล้ายๆกับ อีสุกอีใส ที่เป็นกันได้ ครั้งนึงในชีวิต กินยาเดี๋ยวก็หาย
 
แต่มันเป็นหนึ่งอาทิตย์ที่ทรมากมาก นอนแทบจะไม่ได้เลย เพราะมันทั้งร้อน ทั้งคัน แทบจะไม่มียาตัวไหนบรรเทาได้เลย ใช้แต่คารามายที่แทบจะราดทั้งตัว โดยเฉพาะตอนกลางคืน อภิมหาคันเลย
  
หลังจากที่อาการตรงนั้นค่อยๆดีขึ้น ก็เหมือนทุกอย่างจะปกติดี ฉันกลับมาเรียนได้ตามปกติ แต่ก็สังเกตุว่าตัวเองน้ำหนักขึ้นผิดปกติ ทั้งๆที่ไม่ได้กินอะไรมากมาย ละขาก็บวมๆแปลกๆ แต่ด้วยความชะล้าใจของฉัน ก็คิดว่า อาจจะคิดไปเอง ฉันอาจจะอ้วนจริงๆก็ปล่อยผ่านไป

จนอยู่มาวันหนึ่ง ในวันที่ฉันมาเรียนที่มหาลัย ฉันจุกท้องมากๆ ไม่รู้เป็นอะไร เหมือนมีอะไรมาดันๆกลิ้งๆอยู่ในท้อง เหมือนลมจะตีขึ้นตลอดเวลา จุกมากจนแทบจะเดินไม่ไหว ระหว่างนั่งเรียนเพื่อนฉันต้องพยุงฉันเพื่อไปห้องน้ำเพื่อไปอ้วก หน้าฉันซีด ไม่มีแรงเดินเลย จุกท้องไปหมด กินอะไรไม่ได้เลยทั้งวัน

จนตอนเลิกเรียน ฉันทนไม่ไหว บอกพ่อกับแม่ และได้ไปโรงพยาบาล(สักที)  


ติดตามบทต่อไป บทที่3 >>>
SHARE
Written in this book
คนเราอยู่ได้ด้วย 'ความคิด'
หนังสือเล่มนี้จะมาเขียนบอกเล่าประสบการณ์ในชีวิตและบทเรียนต่างๆที่ได้รับมาจากเรื่องราวที่เป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตของคนคนนึง โดยการแฝงกำลังใจและข้อคิดต่างๆ ไว้ให้กับคนที่กำลังท้อ :) 
Writer
sudtha
Writer
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในชีวิตของคุณ ของเพียงรู้ไว้ ถ้ายังมีความศรัทธาวันพรุ่งนี้ก็เริ่มใหม่ได้เสมอ. "จงศรัทธาในตัวเอง"

Comments