คงผิดที่เราเอง...เปลี่ยนไป
บางคนกลัวการเริ่มต้น

บางคนกลัวการก้าวเดิน

บางคนกลัวการเปลี่ยนแปลง

แต่สำหรับเรา...

กลัวการที่อะไรๆยังคงเหมือนเดิม
มันก็เหมือนจะดีที่อะไรก็เหมือนเดิมใช่มั้ยล่ะ ไม่ต้องปรับตัว ไม่ต้องเปลี่ยนวิถี

แต่ไม่เลย  เพราะอะไรหลายอย่างน่ะมันคงเดิม แต่ตัวเรากลับเปลี่ยนไป

เราน่ะเปลี่ยนไปมาก แต่ก็รู้เพียงเท่านั้น
ไม่อาจบอกได้ว่า ทำไม หรือ อะไรที่เปลี่ยนเรา 

ตัวเรา

สังคม

หรืออะไร?

เราเป็นคนเข้ากับคนง่าย เฟรนด์ลี่ มีแต่คนรัก มันก็คงเป็นอย่างนั้นในสายตาคนอื่น

เราทำได้นะ แต่ข้างในเราน่ะ มันรู้สึกเหมือนต้องใส่หน้ากากอยู่ตลอดเวลา

มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เราจะร้องไห้ต่อหน้าคนอื่นในขณะที่อยู่ๆก็รู้สึกแย่ ทำได้แค่ปั้นยิ้ม หรือนิ่งเงียบไปก็เท่านั้น

เราไม่อยากให้ใครมากังวลกับเราหรอก เราถึงเลือกที่จะไม่พูดอะไรมาก ถ้าเขาใส่ใจเรา เราจะเห็นมันเอง 

เรื่องแบบนี้น่ะ มันค่อนข้างบั่นทอนเรา เราหวังว่าเมื่อเราได้บอกไปแล้วว่าเรารู้สึกอย่างไร มีอาการอย่างไร ใช่ว่าทุกคนจะเข้าใจ และไม่พูดจาเสียดแทงกัน

บางครั้งก็กลายเป็นว่าเราเรียกร้องความสนใจซะอย่างนั้น 

เราไม่สามารถจัดการความรู้สึกใรแต่ละวันของเราได้หมด มีตกตะกอนเช่นเคยในแต่ละวัน

จนกระมั่งเมื่อวันก่อน ตัดสินใจไปหาหมอจริงจังดูสักครั้ง

เราบอกพ่อกับแม่แค่ว่า เราจะไปหาหมอ แต่ก็ไม่ได้บอกว่าไปหาเพราะอะไร

ตอนที่เรานั่งรถ เราก็ยังลังเลกับตัวเองอยู่เลย ว่าจะไปหาจริงๆใช่มั้ย

เพราะช่วงนี้ก็มีปัญหาเข้ามาให้คิดมากมาย ครอบครัวของเราคงไม่ได้มีช่องว่างมาสนใจถึงจุดนี้ของเรา

แต่สุดท้ายเราก็ไปหาหมอนั่นล่ะ ระหว่างนั่งรอ เราก็ได้แต่คิดทบทวนตัวเองไปมา เหมือนที่ทำอยู่ทุกครั้งเวลาที่อยู่คนเดียว จนเกือบจะร้องไห้อยู่ตั้งหลายครั้ง

มันโคตรยากเลย ไอการดึงตัวเองออกมาจากความรู้สึกพวกนั้น ทั้งจุก ทั้งหน่วง ทั้งโศกเศร้า

เวลามันผ่านไปช้ามากในความรู้สึกเรา 

ในที่สุดก็ได้ตรวจ ตอนแรกเราคิดว่าเราคงมีภาวะเครียดจนนอนไม่หลับ ส่งผลให้เราอ่อนเพลียและคิดมากขึ้นไปอีก

จากการพูดคุยกับหมอ ผลออกมาว่าเรามีภาวะซึมเศร้า แต่หมอก็บอกว่าไม่แน่ใจว่าเรานอนไม่หลับจนมีภาวะซึมเศร้า หรือเรามีภาวะซึมเศร้าแล้วส่งผลให้นอนไม่หลับ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หมอกังวลเรื่องการจ่ายยานอนหลับให้เราพอสมควร เนื่องจากตัวเรามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เราไม่ได้ใช้เครื่องอัดอากาศตอนนอนหลับ ถ้ากินยานอนหลับก็จะเพิ่มการหยุดหายใจขณะหลับได้ ถึงแม้สุดท้ายหมอจะจ่ายยานอนหลับมา เราก็ได้แต่คิดว่ามันจะช่วยเราใช่มั้ย 

เอาจริงๆ พอได้ไปหาหมอมันก็สบายใจขึ้นบ้างนะ แต่เราก็ไม่รู้ว่ายาที่หมอจ่ายมาจะช่วยได้มากน้อยแค่ไหนเหมือนกัน มันคงต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะเห็นผล 

แต่ยานอนหลับก็ไม่ทำให้เราหลับง่ายขึ้นเท่าไหร่ ก็ยังมีตื่นกลางดึกอยู่นะ แต่มันอาจจะแค่สองสามวัน หลังจากนี้คงจะดีขึ้นมั้ง แต่ยาที่กินหลังอาหารเช้ากลับทำให้ง่วงกว่ายานอนหลับอีก ตลกดี 

จริงๆ อยากหยุดพักก่อน เพราะตอนนี้ทำงานอยู่ มันเป็นงานที่เพิ่มความลำบากใจพอสมควร แต่ก็ดันมีเรื่องเข้ามาให้คิดไม่หยุดหย่อน เลยไม่รู้ว่าการอยู่บ้านเฉยๆ กับการไปทำงานแบบนี้ อะไรจะดีกว่ากัน

บางทีก็อยากให้อะไรมันเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น

ใครที่รู้สึกเครียด หรือไม่มีความสุขก็ลองไปหาหมอดูนะคะ เราว่ามันก็ช่วยเราได้ในระดับนึง :)





SHARE
Written in this book
Mind
ก็แค่บทหนึ่งของความรู้สึก เพียงเศษเสี้ยวที่ทิ่มแทงกัน
Writer
ck_JS
Loser, Prisoner XXIII
ความเจ็บปวดของเราเกิดจากตัวเราเอง... ทำได้แค่ปล่อยให้มันกัดกินจนเราดำดิ่งสู่หุบเหวความเจ็บปวดนั่นล่ะ

Comments