เจลยาคุมสำหรับท่านชาย ทางเลือกใหม่ของการคุมกำเนิด
หลังจากการค้นคว้าวิจัยร่วมสิบปี นักทดลองของรัฐบาลประเทศอเมริกากำลังจะเริ่มต้นทำการทดลองการคุมกำเนิดรูปแบบใหม่ในผู้ชาย มันเป็นเจลชนิดหนึ่งที่ช่วยยับยั้งการผลิตของสเปิร์มในร่างกาย

ก่อนจะคิดเลยเถิดไปไกล ไม่ครับ มันไม่ได้เอาไว้นวดทา “นกเขา” ของท่านแต่อย่างใด

การทดลองทางคลีนิคครั้งนี้จะเริ่มต้นขึ้นในเดือนเมษายน และจะทำติดต่อกันเป็นเวลานานถึง 4 ปี นี่เป็นการทดลองที่ใช้ระยะเวลานานที่สุดในการทดลองคุมกำเนิดในผู้ชายของประเทศอเมริกา ซึ่งเป็นที่รู้กันดีในปัจจุบัยว่าทางเลือกในการคุมกำเนิดของผู้หญิงมีให้เลือกมากมาย (ยาคุมกำเนิด, แผ่นแปะคุมกำเนิด, ฟองน้ำคุมกำเนิด, หมวกครอบปากมดลูก, ยาคุมกำเนิดแบบฉีด ฯลฯ) ส่วนการคุมกำเนิดของผู้ชายมีอยู่แค่สองอย่าง หนึ่งคือสวมถุงยางอนามัย และสองคือการทำหมัน

เหตุผลไม่ใช่ว่าผู้ชายไม่สนใจอยากลองหาวิธีอื่น แต่เป็นเพราะการทดลองค้นคว้าและพัฒนาในเรื่องการคุมกำเนิดของผู้ชายนั้นเป็นไปอย่างเชื่องช้า ที่สำคัญมันเต็มไปด้วยโปรเจคที่ถูกละทิ้งกลางทาง โดยปัญหาใหญ่สองอย่างที่พบเจอคือหนึ่งการปิดกั้นโรงงานสร้างสเปิร์มหลายล้านตัวต่อวันนั้นยุ่งยากกว่าการยับยั้งการตกไข่ในเพศหญิงเดือนละครั้งเป็นอย่างมาก และเหตุผลที่สองคือเรื่องเงินทุนที่เอาไว้สำหรับทำการวิจัยเหล่านี้ไม่เพียงพอ

โดยครั้งสุดท้ายในการทดลองการคุมกำเนิดในผู้ชายที่ยุโรประหว่างปี 2008 - 2012 ที่สนับสนุนโดย World Health Organization (WHO) ผู้เข้าร่วมโครงการต้องรับยาฉีดทุกสองเดือน โดยฤทธิ์ของยาตัวนี้จะไประงับการสร้างสเปิร์มและป้องกันไม่ให้ฝ่ายหญิงท้อง แม้ว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจะเป็นที่น่าพอใจ แต่ผลข้างเคียงอันไม่น่าพึงประสงค์ที่ตามมาคืออารมณ์ที่แปรปรวน อาการซึมเศร้า และมีผู้เข้าร่วมโครงการคนหนึ่งถึงขั้นฆ่าตัวตายเลยทีเดียว โดยผู้ดูแลโปรแกรมนี้ตัดสินใจว่าจะไม่ทำการทดลองต่อเพราะผลข้างเคียงในทางลบแถมเงินทุนในการผลิตยาตัวใหม่ก็ไม่พอเช่นเดียวกัน

วิธีการคุมกำเนิดผู้ชายโดยการลดการผลิตของสเปิร์มเป็นวิธีหนึ่งที่มีการศึกษามากที่สุดในช่วงสี่ทศวรรษที่ผ่านมา มีการทดลองหนึ่งในประเทศจีนที่ผู้ชายชาวจีน 1,045 คนรับยาฉีดเพื่อคุมกำเนิดและผลของมันก็ไม่แย่ แต่บริษัทผู้ผลิตยา (Zhejiang Xian Ju Pharmaceutical) กลับไม่ทำการทดลองต่อและไม่ได้ทำการขออนุญาติขึ้นทะเบียนยาแต่อย่างใด หรือแม้แต่บริษัทยาสัญชาติเยอรมัน Schering และ Organon ของเนเธอร์แลนด์ ได้ตกลงร่วมมือทำวิจัยด้วยกันในปี 2002 เพื่อค้นคว้าเกี่ยวกับยาคุมกำเนิดของผู้ชายแบบควบคุมฮอร์โมน ไม่กี่ปีต่อมาการทดลองก็จบลงโดยไม่ได้อะไรเลย นี่เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมยาคุมกำเนิดของผู้ชายถึงไม่ถูกผลิตสู่ท้องตลาดสักที

แต่การทดลองเจลคุมกำเนิดครั้งนี้ในอเมริกาอาจจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ

เจลตัวนี้ประกอบต้วยฮอร์โมนสังเคราะห์สองตัว ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (เป็นฮอร์โมนหลักที่ช่วยกระตุ้นให้แสดงลักษณะความเป็นชาย) และรูปแบบหนึ่งของโปรเจสติน (Progestin) โดยโปรเจสตินจะทำหน้าที่ในการยับยั้งไม่ให้ลูกอัณฑะผลิตสเปิร์มได้ตามปริมาณปกติ และเทสโทรเตอโรนในเจลก็เข้าไปช่วยปรับสมดุลย์ของฮอร์โมนที่เกิดจากการทำงานของโปรเจสตินอีกที

ตอนนี้มีชาย-หญิงกว่า 400 คู่เข้าร่วมการทดลอง โดยการทดลองเหล่านี้จะมีขึ้นทั้งในอเมริกา อังกฤษ อิตาลี สวีเดน ชิลี และ เคนย่า ฝ่ายผู้ชายที่ร่วมทดลองจะรับขวดเจลกลับบ้าน โดยขั้นตอนการใช้คือปั้มเจลใส่มือประมาณครึ่งช้อนชา ทาลงบนบริเวณแขนด้านบนและหัวไหล่ทุกวัน โดยเจลตัวนี้จะแห้งเองภายในหนึ่งนาที
“มันไม่ได้เป็นเรื่องยากเลย แค่จำว่าต้องใช้มันทุกวัน”

Diana Blithe ผู้อำนวยการโครงการ National Institute of Child Health and Human Development (ส่วนหนึ่งของ NIH) กล่าวไว้ระหว่างให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการทดลองครั้งนี้ โดยตามหลักทฤษฎีแล้วเจลตัวนี้สามารถยับยั้งการสร้างสเปิร์มได้ 72 ชั่วโมง ซึ่งถ้าเกิดลืมขึ้นมาจริงๆก็ยังมีช่องว่างสำหรับความผิดพลาดไม่ถึงกับโหดร้ายเกินไป Blitheพูดอธิบายต่อว่าในระหว่างสี่เดือนแรกของการทดลอง ฝ่ายชายจะใช้เจลตัวนี้ทุกวันและฝ่ายหญิงจะใช่การคุมกำเนิดของตัวเองควบคู่กันไปด้วย นักทดลองจะคอยวัดปริมาณสเปิร์มในร่างกายของผู้ชายเป็นระยะ จนมันลดลงเหลือน้อยกว่า 1 ล้านตัว/1 มล. เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการท้อง หลังจากนั้นฝ่ายหญิงจะหยุดการคุมกำเนิดแบบปกติลง ชาย-หญิงคู่นั้นจะใช้เพียงแค่เจลคุมกำเนิดนี้เพียงอย่างเดียวไปตลอดอีกหนึ่งปี

ขั้นตอนนี้ได้ถูกทดลองมาครั้งหนึ่งเป็นระยะเวลาหกเดือนและผลลัพธ์ที่ได้นั้นค่อนข้างดี แต่ในตอนนั้นมีเจลสองชนิดและต้องทาในส่วนที่ต่างกันของร่างกาย ดังนั้นทีมของ Blithe ที่ NIH จึงร่วมมือกับนักวิจัยที่ Population Council เพื่อหาสูตรเจลใหม่ที่มีส่วนผสมของฮอร์โมนแบบใหม่ที่รวมกันเป็นเจลชนิดเดียว เธอบอกว่าเจลทำงานได้ดีกว่ายาแบบกินเพราะว่าฮอร์โมนในรูปแบบของเจลนั้นจะถูกดูดซึมง่ายกว่าทางผิวหนังและอยู่ในกระแสเลือดได้นานกว่า

เพราะฉะนั้นตอนนี้ปัญหาอาจจะไม่ได้อยู่ที่ว่าเจลตัวนี้ทำงานได้ดีขนาดไหน แต่เป็น “ผู้ชายจะใช้กันไหม?” มากกว่า

ตามที่พูดไว้ด้านบน เหตุผลที่บริษัทยาต่างๆไม่ค่อยให้ความสนใจกับยาคุมกำเนิดของผู้ชายเพราะมันใช้เงินทุนมหาศาลในการทำการทดลองเป็นระยะเวลานาน และสองคือทางเลือกในการคุมกำเนิดของผู้หญิงที่มีหลากหลายอยู่แล้ว แต่ก็มีอีกหลายฝ่ายที่เชื่อว่าตอนนี้มุมมองตรงนั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว โดยเฉพาะในกลุ่มของเด็กผู้ชายรุ่นใหม่ซึ่งจะเปิดกว้างในการใช้ยาคุมกำเนิดสำหรับตนเอง ในมุมหนึ่งมันเป็นเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ เพราะในขณะที่ผู้หญิงเลือกคุมกำเนิดเพราะไม่อยากท้องโดยที่ยังไม่พร้อม ฝ่ายชายก็ควรมีสิทธิ์ที่จะเลือกคุมกำเนิดเมื่อยังไม่พร้อมเป็นพ่อคนได้เช่นเดียวกัน อีกอย่างหนึ่ง ผู้หญิงบางคนไม่สามารถทานยาคุมกำเนิดได้ด้วยเหตุผลทางการแพทย์บางประการ การเพิ่มทางเลือกแบบนี้ก็เป็นผลดีต่อชีวิตของเธอและคู่ครองเช่นกัน

จากผลสำรวจแนวคิดของผู้ชายทั่วโลกในปี 2010 (แม้จะแตกต่างกันบ้างตามวัฒนธรรมและความเชื่อ) บ่งบอกว่าอย่างน้อยๆ 25% มีความคิดว่าอาจจะใช้การคุมกำเนิดถ้ามีโอกาส

เพราะฉะนั้นปัญหาใหญ่ที่สุดอาจจะไม่ใช่เรื่องการต่อต้าน (ซึ่งแน่นอนว่าก็คงมีให้เห็น) แต่เป็นการหลงลืมซะมากกว่า ในการสำรวจเมื่อปี 2011 ที่ประเทศอังกฤษ 42% ของผู้ให้สำรวจบอกว่าพวกเขากังวลว่าผู้ชายจะลืมทานยาคุมกำเนิด (ส่วนมากแล้วผู้หญิงจะเป็นฝ่ายบอกแบบนี้) การหลงลืมทานยาคุมกำเนิดคือเหตุผลหลักที่การคุมกำเนิดล้มเหลว โดยอัตราความล้มเหลวคิดเป็น 7% เมื่อเทียบกับถุงยางอนามัยที่ 13% ถึงแม้เจลนี้จะทำงานได้อย่างดีแค่ไหน ถ้าลืมทาก็ไม่ได้มีความหมายอะไรเช่นเดียวกับการคุมกำเนิดวิธีอื่นๆ

Blithe กล่าวต่อว่าถ้าการทดลองครั้งนี้เป็นผลสำเร็จ ก็ยังคงต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าเจลตัวนี้จะถูกนำขึ้นวางบนชั้นตามร้านขายยาทั่วไปอยู่ดี แต่ถ้าเกิดถึงเวลานั้นจริงๆ ท่านผู้ชายทั้งหลายครับ นอกจากอย่าลืมทาเจลคุมกำเนิดเป็นประจำแล้ว อย่าทะลึ่งเอาไปวางไว้ใกล้กับขวดเจลใส่ผมซะหล่ะ เพราะผลที่ตามมาอาจจะไม่ใช่แค่ bad hair day จัดทรงผมไม่ได้ตามต้องการเพียงเท่านั้น แต่จะเป็นท้องป่องๆของคู่นอนของคุณอีกด้วย
SHARE
Written in this book
Nerd Talks
Talk nerdy to me
Writer
sopons
writer
ผมมีความสุขกับการอ่านหนังสือ ชอบเดินทางไปในที่ใหม่ๆ เรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่าง พบเจอเรียนรู้ผู้คน รักการถ่ายรูปและธรรมชาติ มีความสุขทุกครั้งที่ได้นั่งมองเหม่อดูเมฆเคลื่อนตัวบนท้องฟ้า นอนบนทุ่งหญ้าแล้วดมกลิ่นดินที่ลอยคลุ้ง รักและมีความสุขกับการได้คลุกตัวอยู่กับการเขียนหนังสือ ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนและพร้อมรับฟังความคิดเห็นเสมอครับ - โสภณ ​ศุภมั่งมี ผลงานหนังสือ : The Nerd of Microsoft, คิดสุดปลายเท้า, สวิสที่ฝัน ในวันที่ตื่น, คิวชู | ภูเขา | เงาจันทร์ blog : sopons.blog fb/tw/ig : sopons หนังสือพิมพ์ Post Today คอลัมน์ Greater Day

Comments

MK_18
4 months ago
การปรับฮอร์โมนไม่ดีต่อผู้ใช้ในระยะยาวแน่ๆครับ
เพราะฮอรโมนหลายตัวก็ผลิตมาจากหลายต่อม เสี่ยงต่อระบบประสาทตามที่คุณเขียนครับ
Reply
imonkey7
4 months ago
ผมคิดว่าการใช้ยาคุมของผู้หญิงก็มีผลเหมือนกัน การที่มีทางเลือกออกมาสำหรับผู้ชายก็ถือว่าเป็นเรื่องดี
ในเมื่ออย่างไรก็มีผลข้างเคียง คงดีกว่าถ้าทางเลือกมีเพิ่มขึ้น ส่วนผู้ชายจะไม่ใช้เพราะกลัวผลข้างเคียง แล้วโยนให้ผู้หญิงคุมฝ่ายเดียว ผมว่าก็ไม่ค่อยยุติธรรมนะครับ
Chickengirl
4 months ago
เขียนดีจังเลยค่ะ ชื่นชม
Reply
nawtpal
4 months ago
มีงานวิจัยอีกชิ้นนึงสองสามปีก่อนที่เงียบหายไป​ ว่าด้วยผลการลดปริมาณสเปิร์มแบบง่ายๆ​ ด้วยการใส่กางเกงในที่ทำจากผ้าใยสังเคราะห์ซึ่งทำให้อุณหภูมิ​บริเวณนั้นสูงขึ้นจนร่างกายสั่งลดการผลิตสเปิร์มเอง​ ตอนที่ได้ยินมาคือทดลองกับหนูแล้วผลดีมาก​ ซึ่งถ้าได้ผลกับมนุษย์​ก็คือดีงามครับ​ แทบไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการคุมกำเนิดเลย
Reply