Depression diary(1)
ปีครึ่งที่ผ่านมาเรากลับมาเรียนต่อ งานค่อนข้างหนัก แต่ทุกคนก็ประคับประคองอดทนกันมาได้

แต่เมื่อ 4 เดือนก่อน ชีวิตของเราเปลี่ยนไปด้วยคำพูดประโยคเดียวเธอไม่ใส่ใจนับจากนั้นชีวิตของเราก็แย่ลงเหมือนดิ่งเหว 

ตั้งแต่นั้นเรากลายเป็นคนกลัวทำงานพลาด กังวลกับข้อผิดพลาดเล็กๆน้อยๆ กลัวการถูกจับตามอง เครียดกับงานมาก ในขณะเดียวกันกลับพยายามผัดวันประกันพรุ่งจนถึงที่สุด ปั่นงานตอนใกล้กำหนดส่งบ่อยครั้ง นอนน้อยเพราะทำงานจนดึกแถมยังต้องตื่นเช้า แต่ละวันไม่อยากลุกจากเตียง บางครั้งไม่ดูแลตัวเอง ไม่กินข้าว ไม่อาบน้ำ คิดตื้นๆว่าถ้าป่วยหรือตกบันไดไปคงไม่ต้องทำงาน

เราตั้งแต่เด็กมีปัญหาไม่เคยปรึกษาใคร เพราะมีความเชื่อว่าเรื่องตัวเองก่อต้องแก้เอง แล้วเรื่องทั้งหมดครั้งนี้เกิดจากความไม่รับผิดชอบของเราเอง
แต่อาจารย์ก็สังเกตเห็น และให้คำปรึกษาอยู่หลายครั้ง

เธอมาเรียน ไม่มีใครทำได้ดี100%ตั้งแต่แรกหรอก รู้จักปล่อยวางบ้าง
ไม่ต้องทำให้ perfect ก็ได้

แต่เราก็ปล่อยวางไม่ได้อยู่ดี
แต่ละวันมีแต่ความล้มเหลว คนอื่นๆทำได้ ทนได้ ทำไมเราถึงทำไม่ได้เหมือนคนอื่นเขา

จนเมื่ออาทิตย์ก่อน เราก็ breakdown
ทำงานจนถึงตี 2 ในใจก็คิดว่าทำไมเราต้องเหนื่อยขนาดนี้ เช้าวันถัดมาก็ตื่นมาด้วยอารมณ์ขุ่นมัว นั่งเรียนอยู่ อยู่ๆก็ร้องไห้

ทำไมถึงเหนื่อยขนาดนี้ 
เมื่อไหร่จะได้พักสักที
แล้วก็คิดถึงเรื่องลาออก

วันนั้นร้องไห้ทั้งวัน วันถัดมาก็ยังร้อง เราไม่มีความสุขที่จะเรียนอีกแล้ว

บอกพ่อกับแม่ เสาร์อาทิตย์กลับไปบ้าน แน่นอนว่าทางบ้านไม่เห็นด้วยที่จะลาออก เพราะเรียนมาได้ครึ่งทางแล้ว และเข้าใจว่าเป็นจากความเครียดในการทำงาน ให้อดทนไปก่อน

อาจารย์ให้เราพบจิตแพทย์ ตอนนี้เราเริ่มกินยามาได้ 1 สัปดาห์แล้ว รู้สึกอารมณ์ยังไม่คงที่ ใจลอย ไม่มีสมาธิ ไม่มีกะจิตกะใจจะเรียน ฟังเลคเชอร์ไม่รู้เรื่อง เมื่อวันศุกร์ก็ถูกตำหนิมาอีกแล้ว

ตอนนี้รู้สึกเครียดมาก ทำไมเราถึงอ่อนแอแบบนี้

SHARE
Written in this book
Depression diary

Comments

minerva
2 months ago
อดทนกินยาให้สม่ำเสมอนะ เป็นกำลังใจให้
Reply
Blackdog234
1 month ago
อดทนนะค่ะ เราจะผ่านมันไป เรารักษามา5ปีเเล้ว ตอนนี้อยู่ปี6 ดรอปฝึกงานไปเพราะอาการกำเริบ เดินช้าหน่อยเเต่ก็ถึงปลายทาง อย่าหยุดทานยานะคะ
Reply