[Short Fiction] Animals ตอนที่ 1 (บิ้นกยอง)


Baby I'm preying on you tonight
Hunt you down eat you alive
Just like animals
Animals
Like animals mals...


     เสียงเพลงโปรดที่เธอมักจะเปิดฟังเป็นประจำเวลาที่เธอพร้อมจะ 'ล่าเหยื่อ' ดังขึ้นบนรถจากัวร์ เอฟไทป์ของเธอ เธอมักจะเปิดมันฟังซ้ำ ๆ เพื่อปลุกสัญชาตญาณบางอย่างในตัวเธอให้ออกมาเพื่อเตรียมพร้อมกับการออกล่าในครั้งนั้น ๆ


     ถึงเธอจะไม่ได้ชอบ maroon 5 มากขนาดนั้นก็เถอะ แต่เธอก็ยอมรับเลยล่ะว่าเพลงนี้ได้ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในเพลงโปรดของเธอทันทีตั้งแต่ได้ฟังเป็นครั้งแรก เธอชอบดนตรีแนวนี้ เธอชอบทุกอย่างในเพลง 


     โดยเฉพาะเนื้อหาของมัน...


ที่รัก ฉันจะออกล่าเธอในคืนนี้

ฉันจะไล่ล่าเธอ กลืนกินเธอทั้งเป็น

ให้เหมือนกับสัตว์ร้าย...


     ถึงจะมีกระแสลบมากมายออกมาจากมิวสิควิดีโอ ที่ตัวนักร้องนำของวงมารับบทชายหนุ่มโรคจิตคอยตามหญิงสาวที่ตนเองชอบก็เถอะ แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรหยุมหยิมแบบนั้นหรอก ออกจะชอบมันมากกว่าเสียอีก...บทคนโรคจิตที่เฝ้าตามคนที่ชอบ ก็ดูจะเหมาะกับฉันอยู่พอสมควรเลยล่ะ


     รถจากัวร์ แนวสปอร์ตสีซานโตรินีแบลค์คันโปรด เคลื่อนตัวออกไปด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่มันจะทำได้ เพื่อมุ่งหน้าไปหา 'คัง เยบิน' กระต่ายน้อยที่จะมาเป็นเหยื่อของฉันในคืนนี้





     "เยบิน ลูกค้าโต๊ะสองคอมเพลนแกอีกแล้วนะ นี่แกจะให้ฉันมาคอยบอกตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้ายที่แกทำงานเลยหรือไง..." เสียงหนึ่งดังขึ้นทันทีที่ประตูห้องครัวนี้ถูกเปิดออก


     "อย่า เหวี่ยง ใส่ ลูกค้า!" ผู้จัดการโจวยืนเท้าเอวโดยที่มือข้างหนึ่งชี้มาตรงหน้าฉัน ก่อนจะพ่นคำหยาบออกมาไม่หยุด


     ประสบการณ์ที่ผ่าน ๆ มา ทำให้ฉันรู้ว่าฉันควรจะเงียบและพยักหน้าตอบเธอไป ทั้งที่ฉันแทบจะไม่ได้ทำอะไรผิดด้วยซ้ำ


     หึ อีกไม่นานหรอก...


     อีกแค่ไม่กี่ชั่วโมงฉันก็จะเป็นอิสระจากที่นี่แล้ว


     ผู้จัดการโจวยืนบ่นใส่ฉันอยู่นาน ก่อนจะเดินออกไปจากครัวในที่สุด ถ้าถามฉันว่าเขาพูดอะไรบ้างนั้น ฉันก็คงตอบไม่ได้หรอกนะ เพราะฉันไม่ได้ใส่ใจกับมันสักประโยคเดียว


     "เฮ้อ..." ฉันถอนหายใจออกมาเล็กน้อย เมื่อหันกลับมามองด้านหลังมันก็เป็นเหมือนอย่างเคย ทุกคนต่างวุ่นอยู่กับงานในครัวตรงหน้าจนไม่มีเวลามาใส่ใจกับเรื่องของคนอื่น ไม่มีใครรู้ว่าฉันโดนอะไรมา ไม่มีใครถามว่าฉันเป็นอย่างไร ไม่มีแม้แต่คนที่จะเข้ามาถามไถ่ถึงเรื่องที่ฉันเพิ่งโดนด่ามาสักนิดเดียว


     "ไปสูบบุหรี่ข้างนอกนะ..." ฉันเดินมาเอ่ยกับเพื่อนพนักงานสามสี่คนที่นั่งพักอยู่ในห้อง พวกเขาทำแค่พยักหน้าส่ง ๆ ก่อนจะกลับไปสนใจเรื่องของตัวเองต่อ ฉันจึงเดินผ่านเข้าไปหยิบเสื้อคลุมตัวใหญ่ใส่ทับเสื้อยูนิฟอร์มของร้านและออกมาทางด้านหลังทันที 


     "ถ้าจะเละก็ให้มันเละจนวันสุดท้ายไปเลยแล้วกัน" ฉันคิด ก่อนจะเดินลัดเลาะออกไปจากหลังร้านไม่กี่สิบเมตร 


     ตอนนี้ฉันมาหยุดอยู่ตรงหน้าซอย ๆ หนึ่ง มันเป็นซอยที่มีตึกร้างอันเป็นจุดหมายของฉันอยู่ ฉันมักจะใช้มันเป็นที่แอบพักจากความวุ่นวายภายนอกแล้วก็มักจะมาที่นี่ตอนแอบอู้งานเป็นประจำ


     ความเปียกจากฝนที่ตกลงมาปรอย ๆ ผสานเข้ากับความหนาวในยามดึก ทำให้ฉันต้องรีบสาวเท้าให้ไปถึงตึกนั้นอย่างเร็วที่สุด


     ฉันรีบเดินให้พ้นกองขยะกองใหญ่ที่ถูกทิ้งขว้างโดยคนไร้ความรับผิดชอบบางคน ก่อนจะมาหยุดอยู่ตกหน้าตึกร้างที่เป็นที่มุ่งหมายนั่น


     "เอ๊ะ..." เสียงอะไรบางอย่างที่ดังออกมาจากด้านในตึก ทำให้ฉันลังเลเล็กน้อยว่าจะเข้าไปดีหรือไม่ 


     'ดูเหมือนว่าคราวนี้จะมีคนอยู่นะ...' ฉันคิดเมื่อได้ยินเสียงเดินไปมาจากข้างในนั้น


     เงาสูงของคน ๆ หนึ่ง ทำให้ฉันไม่กล้าเข้าไป จึงได้แต่แอบดูท่าทีอยู่ภายนอกไปก่อน


     "ไม่เข้ามาเหรอคะ..." เสียงหวานจากด้านในดังขึ้น ทำเอาฉันที่แอบมองอยู่ตกใจไม่น้อย


     "มะ หมายถึงฉันเหรอคะ?" ฉันเอ่ยถาม แต่ก็ยังไม่ได้เข้าไปหาเธอ


     "หมายถึงคนที่แอบดูอยู่นั่นแหละค่ะ ถ้าเป็นคุณก็เข้ามาเถอะ ตากฝนนาน ๆ มันไม่ดีนะคะ" เธอเอ่ย 


     'ไม่เป็นไรหรอกมั้งเยบิน ดูเหมือนว่าเธอคนนั้นก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน ถ้ายายนั่นเป็นพวกมิจฉาชีพหรืออะไรทำนองนั้นขึ้นมา อย่างน้อยฉันก็คงปกป้องตัวเองได้' ฉันยืนคิดอยู่สักพัก จนสุดท้ายก็เดินเข้าไปโดยง่าย


     ความมืดภายในนี้ทำให้ฉันไม่สามารถมองเห็นเธอได้อย่างชัดเจนนัก แต่ถ้าดูจากเงาก็พอเดาได้อยู่ว่าเธอคงจะเป็นผู้หญิงที่สูงมากแน่ ๆ


     น่าแปลกนะ ฉันว่าฉันก็มาที่นี่ออกจะบ่อยแต่กลับไม่เคยรู้สึกว่ามันหนาวขนาดนี้มาก่อนเลย 


   
  'หรือจะเป็นเพราะฉันเพิ่งวิ่งตากฝนมาเมื่อกี้กันนะ' ฉันคิดก่อนจะเดินเข้าไปหลบฝนใกล้ ๆ เธอ 


     ผู้หญิงคนนั้นนั่งพิงอยู่ตรงบันไดบ้าน คงจะเพราะหลบฝนที่หยดลงมาจากหลังคานี่สินะ


     มาออกจะบ่อย แต่ก็เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าตึกนี้มันหลังคารั่วจนมีฝนตกผ่าลงมากลางบ้านแบบนี้ได้ด้วย 


     "มาสูบบุหรี่เหรอคะ?" ฉันเอ่ยถามเมื่อเห็นบุหรี่ไฟฟ้าในมือเธอ


     "ค่ะ..." เธอตอบก่อนจะเขยิบไปให้ฉันนั่งด้วย ที่ประจำที่ฉันมักจะใช้มันนั่งสูบบุหรี่ก็โดนฝนที่รั่วลงมาจากหลังคาหยดใส่จนเปียกไปแล้ว ที่เดียวที่พอจะนั่งได้คงจะเป็นข้าง ๆ เธอล่ะมั้ง


     ถึงจะอยู่ใกล้กันขนาดไหน แต่สายตาของฉันที่กำลังปรับอยู่กับความมืดในอาคารนั้น ก็ไม่สามารถทำให้ฉันมองเห็นใบหน้าของเธอแบบชัด ๆ ได้สักที


     "ถ้าฉันเดาไม่ผิด...ที่นี่คงเป็นที่ ๆ คนแอบมาสูบบุหรี่กันเยอะเลยสินะคะ" เธอเอ่ยพลางใช้เท้าเขี่ยเศษก้นบุหรี่บนพื้นไปมา


     หึ ถ้าเธอได้รู้ว่าก้นบุหรี่เกือบครึ่งนั้นเป็นของฉันเธอคงตกใจไม่น้อยเลยล่ะ


     "ก็คงงั้นมั้งคะ" ฉันตอบพลางหยิบบุหรี่ของฉันมาสูบบ้าง


     "อ๊ะ" ฉันควานหาซองบุหรี่ของฉันจากกระเป๋าทุกช่องของเสื้อคลุม แต่ก็หาไม่เจอ


     "หรือจะหล่นตอนวิ่งมาเมื่อกี้นะ..." ฉันบ่นอุบอิบกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะทำเนียนบิดตัวไปมาเพื่อไม่ให้เธอสงสัย


     "มานั่งเล่นเหรอคะ" เธอเอ่ยขึ้นถามฉัน โดยที่สายตาไม่ได้มองมาทางฉันเลยแม้แต่น้อย


     "ค่ะ ปกติก็ชอบแอบเจ้านายมานั่งเล่นที่นี่แหละค่ะ สงบดี" ฉันตอบพลางนั่งดูเธอไปด้วย 


     ขนาดมองไม่เห็นหน้าชัด ๆ ยังพอเดาได้เลยว่าเธอคงจะเป็นคนที่สวยมากแน่ ๆ


     "แล้วหนีมาบ่อย ๆ เนี่ย เจ้านายไม่ว่าเหรอคะ?" เธอเอ่ยถามต่อ พลางพ่นควันออกไปทางอื่นเฮือกใหญ่


     "ไม่ค่ะ แต่ไม่ใช่ไม่ว่านะคะ หมายถึงเจ้านายไม่รู้น่ะ ฮ่า ๆ" ฉันเอ่ยก่อนจะหัวเราะออกมา แต่เธอไม่...


     กริบ...


     'อะไรกัน...นี่ฉันอุตส่าห์ลองเล่นมุกที่เคยเห็นมาในรายการตลกให้เธอดูเลยนะเนี่ย ไม่คิดจะขำตามมารยาทสักหน่อยเลยหรือไงเนี่ย' ฉันคิดเมื่อเห็นปฏิกิริยาของผู้หญิงตรงหน้า


     "จะสามทุ่มแล้ว...ฉันขอตัวก่อนนะคะ" เธอเอ่ยก่อนจะลุกขึ้นไป


     "เอ่อ ค่ะ" ฉันทำเพียงแค่ตอบรับเบา ๆ เพราะสงสัยว่าเธอคนนั้นคงจะไม่ได้รอฟังคำตอบอะไรของฉันอยู่แล้ว


     'ทีนี้เราก็กลับบ้างดีกว่า...' ฉันคิด เมื่อไหน ๆ ก็ไม่มีบุหรี่แล้ว แถมเสื้อคลุมตัวบางนี่ก็ไม่ได้หนาจนพอที่จะให้ความอบอุ่นกับฉันได้เลย


     ฉันเว้นช่วงไว้สักพักเพื่อให้แน่ใจว่าเธอคนนั้นออกไปไกลแล้ว ฉันจึงตามออกมาและรีบกลับไปที่ร้านอย่างเร็วที่สุด แต่ดูเหมือนฝนฟ้าจะไม่ค่อยเป็นใจเท่าไร


     "ไหน ๆ ก็จะได้ออกมาจากขุมนรกนั่นแล้ว ช่วยจบวันสุดท้ายแบบสวย ๆ หน่อยไม่ได้หรือไงนะ" ฉันบ่นขึ้นขณะวิ่งฝ่าสายฝนที่ดูเหมือนจะตกแรงกว่าตอนที่ฉันแอบออกมาเสียอีก


     ฉันรีบกลับเข้าร้านในทางเดิมที่แอบออกมา ก่อนจะหลบมานั่งเช็ดผมอยู่ที่ห้องพักของพนักงานอยู่ครู่หนึ่ง


     "อา...มีประโยชน์แค่เอาไว้บังเสื้อร้านอย่างเดียวสินะแกเนี่ย" ฉันเอ่ยขณะถอดเสื้อคลุมตัวบางที่เปียกโชกออก ก่อนจะโยนมันลงพื้นอย่างไม่ไยดี


     "เยบิน! ผู้จัดการโจวเรียก" เสียงเพื่อนพนักงานคนหนึ่งดังขึ้นจากหน้าห้อง


     "เออ ๆ ขอเช็ดตัวแป๊บหนึ่ง เดี๋ยวออกไป" ฉันเอ่ยพลางใช้ผ้าผืนเล็กที่มีอยู่เพียงผืนเดียวในห้อง ซับตัวอย่างรีบ ๆ


     "จะสร้างปัญหาจนวันสุดท้ายเลยหรือไงเยบิน" เสียงของผู้จัดการโจวดังขึ้น ก่อนที่ประตูห้องจะเปิดออก


     "ขอโทษค่ะผู้จัดการ" ฉันเอ่ยขณะรีบเช็ดตัวไปด้วย


     "พอแล้ว! ลูกค้ากำลังรอเธออยู่" ผู้จัดการโจวเอ่ยเสียงดัง ก่อนจะแย่งผ้าในมือฉันไป


     "รอฉันเหรอคะ?" ฉันถามอย่างสงสัยเล็กน้อย


     "อืม เพิ่งมาได้สักพักแล้ว ตอนนี้นั่งรออยู่ชั้นสอง ห้องริมสุด...รีบออกไปได้แล้ว" ผู้จัดการโจวเอ่ย ฉันจึงต้องจำใจเดินมายกอาหารเรียกน้ำย่อยจำนวนหนึ่ง และเอาออกไปเสิร์ฟลูกค้า ทั้ง ๆ ที่ตัวยังไม่แห้งดีแบบนั้น


     ชั้นสอง ห้องริมสุดงั้นเหรอ... 


     หวังว่าจะเป็นคนสุดท้ายของวันนี้นะ 





     'กริ๊ง กริ๊ง' เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นเมื่อฉันก้าวเท้าเข้ามา


     "ไม่ทราบว่ามากี่คนคะคุณลูกค้า" พนักงานสาวหน้าหมวยรีบปรี่เข้ามาถามอย่างรวดเร็ว


     "มาคนเดียวค่ะ และก็โทรมาจองโต๊ะไว้แล้วด้วย" ฉันเอ่ยกับเธอ เธอมีท่าทีสับสนเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองรอบ ๆ ร้าน


     "เอ่อ ขอตัวสักครู่นะคะ" เธอเอ่ยก่อนจะวิ่งหายเข้าไปหลังร้าน ก่อนจะพาพนักงานอีกคนที่ดูมีตำแหน่งสูงกว่าออกมา ซึ่งเขาก็คือคนที่ฉันรู้จักเป็นอย่างดีนั่นเอง


     "อ้าว คุณโรอานี่เอง มาตรงเวลาเป๊ะเลยนะคะ" เธอตรงปรี่เข้ามาทักทายฉัน


     "ฉันจัดการเตรียมห้องแบบส่วนตัวให้แล้วล่ะ อยู่ที่ชั้นสองน่ะ เดี๋ยวฉันจะพาขึ้นไปเองนะคะ" เธอเอ่ย ก่อนจะนำฉันเดินไปห้องที่ว่านั่น


     "ขอบคุณที่เป็นธุระให้นะคะคุณโจว" ฉันเอ่ยขณะเดินตามเธอไปด้วย


     "สำหรับคุณน่ะ ฉันเต็มใจอยู่แล้วล่ะค่ะ" เธอเอ่ยก่อนจะพาฉันขึ้นบันไดมายังชั้นสอง ที่ดูจะเป็นส่วนตัวกว่าด้านล่างเล็กน้อย


     "เชิญค่ะคุณโรอา" ผู้จัดการโจวเปิดประตูห้องก่อนจะผายมือให้ฉันเข้าไป


     "แล้ว...คนที่ว่าล่ะ" ฉันมุ่งเข้าประเด็นทันทีที่คุณโจวตามเข้ามา 


     "ใจเย็น ๆ สิคะคุณโรอา เออ ว่าแต่นี่คุณติดใจอะไรเด็กนั่นเป็นพิเศษหรือเปล่าคะ ปกติเด็กนั่นเนี่ยเป็นที่เกลียดที่ชังของลูกค้าส่วนใหญ่เลยนะคะ ทั้งแสดงสีหน้าไม่ดีใส่ พูดจาก็ห้วน ๆ อีก นี่ฉันยังคิดดีใจอยู่เลยที่เธอจะทำงานที่นี่เป็นวันสุดท้ายแล้ว" ผู้จัดการโจวเอ่ยไปตามธรรมชาติของพวกผู้จัดการร้านขี้คุย


     แต่ประเด็นที่ฉันสนใจไม่ได้อยู่ตรงที่ผู้จัดการโจวพูดถึงพฤติกรรมของเธอ มันกลับอยู่ที่ประโยคสุดท้ายต่างหาก 


     "วันสุดท้ายเหรอคะ?" ฉันเอ่ยถามก่อนที่คุณโจวจะหันมามอง


     "ค่ะ เธอมาขอลาออกน่ะ เห็นว่าเก็บเงินครบแล้วอะไรก็ไม่รู้" เธอเอ่ย


     "เออ ช่างเถอะค่ะ ไว้เดี๋ยวฉันทำนี่เสร็จแล้วจะลงไปตามเธอมาให้ก็แล้วกันนะคะ" คุณโจวเอ่ยต่อพลางยกกาน้ำชาที่วางอยู่มาทางฉัน


     "ไม่เป็นไรค่ะคุณโจว ฉันอยากให้เธอเป็นคนทำให้น่ะ" ฉันเอ่ยห้ามไว้ ก่อนที่คุณโจวจะเงยหน้ามามองหน้าฉันเล็กน้อย


     "อะ เอาอย่างนั้นเหรอคะ?" เธอเอ่ยถาม


     "ค่ะ" ฉันตอบ ก่อนที่เธอจะเอากาน้ำชานั่นกลับไปวางไว้ที่เดิม


     "งั้นก็รอสักครู่นะคะคุณโรอา เดี๋ยวฉันจะไปตามเธอมาให้" คุณโจวเอ่ยอย่างสุภาพแล้วโค้งตัวให้ฉันหนึ่งที ก่อนจะออกจากห้องไป


     รอไม่ไหวแล้วสิ...


     ฉันอยากจะเจอกับเจ้ากระต่ายน้อยของฉันเหลือเกิน


    "มาสักทีเถอะคังเยบิน ฉันอยากจะชิมรสชาติของเธอจนตัวสั่นไปหมดแล้ว..."





  
   เรื่องนี้เป็นแค่เรื่องสั้นนะคะ อินกับเพลงเลยลองมาแต่งเป็นเรื่องสั้นดู ชื่อเพลงว่า animals ของ maroon 5 นะคะ เพลงเพราะดีตามไปฟังกันได้ค่ะ ^^

     
SHARE
Writer
minimon
A to Z
HIgh

Comments

Pmpjppm
11 months ago
โหหหห โอ้โหหห ทำไมรู้สึกฮอท55555 ตั้งตารอเลยค่ะ ชอบธีมเรื่องแนวๆนี้มาก ขอบคุณมากนะคะไรท์ จะรอนะคะะะะ
Reply
minimon
10 months ago
ขอบคุณค่ะ :)
Parnpupu
10 months ago
ยังมีต่อใช่มั้ยคะ?  กำลังลุ้นๆ เลย คุณกระต่ายจะโดนกินรึเปล่าน้าาาา
Reply
minimon
10 months ago
มีต่อค่ะ แต่โดนกินเปล่าอันนี้ก็ไม่รู้นะคะ อิอิ
myfoxmk
10 months ago
กยองเป็นโรคจิตเหรอเนี่ยยยย คังแยอย่าไปยอมเค้านะรูก5555
Reply