การช่วยตัวเองคงเป็นอย่างเดียวที่ทำให้ฉันรู้สึกถึงความเป็นหญิง
การช่วยตัวเองนั้นเป็นวิธีทางหนึ่งที่ทำให้คุณเข้าใจความรู้สึกของความเป็นหญิงที่หล่อหลอมรวมอยู่ในตัวคุณ แต่ความเป็นหญิงนั้นอาจมีหรือไม่มีจริงก็ได้ อย่างไรก็ดี คุณรู้สึกได้ถึงความวาบหวามที่แบ่งแยกไม่ได้ เป็นภาพความทรงจำเก่าก่อนที่คุณเคยมีความสัมพันธ์กับพวกเขาเหล่านั้น 

น่าเสียดายที่คุณเป็นคนความจำดี แต่ก็น่าเสียดายกว่าว่าเรื่องราวเหล่านั้นไม่ได้เป็นเรื่องที่ควรจำสักนิด ยกเว้นแค่คุณจะหยิบยกมาตอนช่วยตัวเองเท่านั้นแหล่ะ ซึ่งคุณก็ไม่เคยทำเพราะว่าในช่วงเวลาดังกล่าวมันหายไปไม่ปะติดปะต่อกัน เหมือนกับหายไปในอวกาศ ไม่สามารถกล่าวสรรพนามใดใดได้ มีเพียงแค่ภาพที่วูบวาบมาก่อนหน้า 

คุณรู้สึกผิดไหม ไม่ ไม่เลย คุณไม่ได้รู้สึกผิด
แต่ภาพของเขาคนนั้นกลับมาอีกครั้ง
คนที่อยู่มาตลอดและมาก่อนใครท้ังสิ้น และเขายังเป็นภาพบริสุทธิ์อยู่ตรงนั้น ไม่ว่าคุณจะเดิน จะนอน จะตื่น หรือจะไปที่ไหน ภาพของเขาก็ยังซ้อนทับกับอะไรสักอย่างเสมอ
ทั้ง ๆ ที่เป็นเวลาเนิ่นนานที่คุณควรจะลืม แต่คุณกลับจำ จำ จำยิ่งกว่าจำเสียอีก 

คุณแยกระหว่างความรักกับกายหยาบ ทั้ง ๆ ที่คุณรู้ว่าคุณก็ไม่ได้เห็นด้วยกับค่านิยมอย่างนั้น แต่ว่าความรู้สึกที่เหนือกว่าการมีเซ็กส์ คือการที่คุณยังสัมผัสได้ถึงเขาข้างในใจ แม้จะเป็นส่วนเบาบางที่สุดในร่างกาย แต่เขาก็ยังอยู่ตรงนั้น อย่างเบา และ เรียบง่าย 

คุณช่วยตัวเองอีกครั้ง ทั้ง ๆ ที่การช่วยตัวเองทำให้คุณรู้สึกถึงความเป็นหญิง แต่คุณก็รู้สึกผิดแผลกในใจเมื่อคุณนึกภาพหญิงสาวคนหนึ่งและจินตนาการว่าได้ร่วมรักกับเจ้าหล่อน คุณจับคลิตอริสของเธอและเหมือนกับจับของตัวเอง ภาพที่คุณเล้าโลมเธอไม่ต่างอะไรกับที่คุณกำลังเล้าโลมตัวเอง เหมือนกับรวมร่างความเป็นหญิงของตัวเองที่มันหดหายไปอีกครั้งหนึ่ง

ความคิดไหลไปเรื่อยเปื่อยหาทางออกไม่ได้ ร่างกายคุณนั้นรับรู้ได้ว่าไม่เคยมีความเป็นชายใดใดเยื้องกรายเข้ามาใกล้ ถึงการสอดใส่นั้นอาจถูกมองจากคนทั่วไปว่านั่นคือความเป็นชาย แต่ตัวคุณไม่ได้รับรู้เช่นนั้น และบางทีแม้แต่ตอนที่ร่วมรักกับชายใดสักคน คุณยังรู้สึกว่าตัวเองเป็นเลสเบี้ยนเสมอ รู้สึกเหมือนว่าได้มีเซ็กส์กับหญิงสาวสักคน ทั้งๆที่อาจไม่ใช่และอาจใช่ แต่คุณก็ไม่รู้หรอก เพราะขณะนั้นจิตใจก็เตลิดเปลิดเปลิงไปไกล

เขาคนนั้นกลับมาอีกครั้ง
เป็นภาพหลอนที่คุณไม่เคยเจอในการมีเซ็กส์หรือแม้แต่จินตนาการ แต่เขาเป็นภาพหลอนที่แค่คุณเดินสยามสแควร์ ซึ่งคุณเคยเดินคู่เคียงกับทั้งชายทั้งหญิง คุณก็ยังนึกถึงเขา คุณจำได้ทุกอย่างที่เขาสนใจ รู้นิสัยเขาทุกอย่าง แต่ว่าคุณก็รู้ดีว่า ไร้สาระทั้งสิ้น เพราะเมื่อเจอเขามันก็จืดสนิท 
คุณรู้สึกเหมือนปกติ ไม่รู้ว่าด้วยความเฉยชา ชินชา หรือผูกพัน หรือว่าความนานของเวลา
ก็คงอารมณ์เหมือนคนคุ้นเคยกันดี  
ภาพหลอนของเขาก็เป็นเช่นนั้น

ความสัมพันธ์ของคุณกับตัวคุณเองช่างยุ่งเหยิง สับสน ซับซ้อน จนเหมือนเถาวัลย์ที่ไม่สามารถเปิดรับผู้ใดเข้ามาได้ นั่นไม่เกี่ยวกับเขา เพราะคุณรู้ดีกว่าต่อให้เถาวัลย์ที่ชิบหายเหล่านี้จะอยู่รอบตัวเธอ เขาก็ยังอยู่ข้างๆ คุณ แต่อย่างที่บอกก็อาจเพราะความคุ้นเคย คุณไม่สามารถรับรู้ได้หรอก แค่รู้ว่าคุณจะสามารถเจอเขาได้อีกเรื่อยๆ แต่ว่าใจของคุณก็เรียกร้องหาผู้อื่นมาช่วยปลดเถาวัลย์นั้น

คุณกับพวกเขาทั้งหลายที่ไม่ใช่เขา พยายามแกะเถาวัลย์ที่ชอนไชไปถึงจิตใต้สำนึกของคุณ พวกเขาไม่เคยเอามันออกมาเลย ไม่มีสักครั้งที่มันจะสำเร็จ บางคนก็ถอดใจ บางคนก็รู้สึกว่ายาก บางคนก็รู้สึกว่าไม่เอาดีกว่า ส่วนตัวคุณ หลาย ๆ ครั้งเอง คุณก็ไม่ได้สนใจที่จะแกะมันไปพร้อมๆ กัน อาจเป็นเพราะว่านิสัยขี้เกียจตัวร้ายของคุณ มันก็กลับมาทำร้ายคุณเองนั่นแหล่ะ

การช่วยตัวเองเป็นบางครั้งทำให้คุณแกะเถาวัลย์นั้นออก เหมือนกับการมีเซ็กส์ แต่ที่จริงแล้วมันเหมือนกับการที่คุณหลุดเป็นตัวของตัวเองในสัญชาติญาณดิบอีกครั้ง ปลดปล่อยให้จิตใจล่องลอยไปในความว่างเปล่า และหยุดคิดสักพักหนึ่งให้จิตใจได้สงบสุข 

แน่หล่ะ เถาวัลย์นั้นก็ยังอยู่ ไม่ได้ถูกแกะออกไปไหน ซึ่งคุณก็เฝ้ารอสักคนที่จะแกะมันออกมา และคุณก็หวังว่าคน ๆ นั้นจะเป็น 
ใครสักคน เป็นเขาก็ดีหรือไม่ใช่เขาก็ดีเหมือนกัน
SHARE
Writer
waravaron
วรวรญ
my favourite philosopher's kierkegaard

Comments

imonkey7
2 months ago
^^
Reply
waravaron
2 months ago
เขินมาก 5555
LonelyShadow
2 months ago
กรี๊ดดด
Reply
waravaron
2 months ago
กรี๊ดอะไรเหรอคะ 5555

LonelyShadow
2 months ago
แรง แต่ชอบ 555