อยากบอกตัวเองไว้
มาถึงจุดที่ต้องปรับตัว เมื่อเราแม้งทำหลายๆอย่าง เราก็ต้องหมุนให้ทันกับที่เราเลือกจะทำมัน

บางทีก็เอามันเข้ามามากไป เรื่องใหญ่ๆต้องทำให้มันเป็นเรื่องเล็กเฉลี่ยมันลงเพื่อให้พอกับสิ่งอื่นๆและเวลาที่มี 


แล้วต้องปรับตัวเอง ให้เข้ากับสิ่งรอบข้างที่เปอร์เซ็นการควบคุมมันเท่ากับศูนย์ จากทุกวันที่คิดว่าอยากทำอะไรค่อยทำ และใช้คำว่าอยากทำ มากกว่าต้องทำ ความคิดพวกนี้เริ่มต้องเปลี่ยนไป 
มันยากสำหรับเรามากๆๆๆ มากจริงๆ

พอกลับมานั่งถามตัวเอง คำตอบเดิมก็คือกลัวนั่นแหละ กลัวจะต้องเปลี่ยนแปลง กลัวจะต้องเหนื่อย ไม่อยากออกจากคอมฟอร์ตโซนตัวเอง อยากอยู่สบายๆ ไม่ต้องมีคนมาบังคับ แต่แม้งถ้าไม่เริ่มคิดวันนี้ แล้วเมื่อไรวะ เมื่อไรจะกล้าเปลี่ยน 

เปิดใจหรอ? เราแม้งเอาเรื่องเเย่ ที่เคยทำให้เราเสียความรู้สึก และเจ็บปวดกับมันมาเป็นมีดทิ่มเราทุกวัน ทิ่มทุกวันจริงๆ บางทีแค่เห็นภาพอะไรบางอย่าง เราก็เอามาทิ่มตัวเองอีกแล้ว 
คำถามคือ เราจะเอามีดทิ่มตัวเองไปถึงเมื่อไร 
ที่ผ่านมาแม้งไม่มี แล้วข้างหน้าที่เหลือ เราก็ยังอยากอยู่กับรอยพวกนั้นหรอ หรือเราเลือกจะทิ้งมีดนั้นไป เเล้วหาอย่างอื่นทีี่ดีกว่ามาเป็นรางวัลให้ตัวเองดีกว่าไหม 

ก็เหมือนกันกับหลายๆเรื่อง 
อย่ารอยแผลบางอย่างที่เราเอามีดด้ามเดิมจากมือคนมาทิ่มเราซ้ำแล้วซ้ำอีก แล้วเราก็สร้างกำแพงอันใหญ่และหนาเตอะมาเป็นเกาะกำบัง เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องเจอกับอะไรพวกนั้นอีก 
แต่พอมาย้อนคิด เราแม้งสร้างกำแพงมาทำร้ายตัวเอง และกักขังเราอยู่อย่างนั้นรึป่าว หรือเราปิดโอกาสที่จะเจอสิ่งที่ดีกว่ารอยแผลพวกนั้นไหม

เราจะเลือกอยู่กับอดีตที่ทำให้เราเศร้าหมองมหรือเปิดโอกาสตัวเองได้เจอสิ่งใหม่

แต่ก็ไม่มีใครรับประกันได้หรอกว่าสิ่งใหม่ที่ว่ามันจะดีกว่าเดิมไหม แต่อย่างน้อยมันก็ดีกว่าศูนย์ที่เป็นอยู่

อุปสรรคทำให้เรารู้ว่าคนข้างๆเราสำคัญแค่ไหน
ทุกอย่างเกิดจากการเรียนรู้
แต่เราต้องเปิดใจที่จะเรียนรู้มันก่อน
ให้ก่อนแล้วจะรู้จักการรับ
ทุกคนมีความกลัวหมดแหละ ขึ้นอยู่ว่าจะจัดการมันยังไง 

สู้ๆเว่ย มีแต่ตัวมึงเองที่จะทำให้มันผ่านไปได้
ไม่มีอะไรยากเกินไปหลอก ลองทำก่อนอย่าเพิ่งบอกว่าไม่ได้
ถ้าผ่านตรงนี้ไปได้ คือ มึงจะภูมิใจเว้ย เชื่อดิ
จัดการชีวิตตัวเองให้ได้ก่อน ถึงไปทำอย่างอื่น





SHARE
Writer
Crcl
Learner - journey
หากจะรักอะไรสักสิ่ง หากจะทิ้งอะไรสักอย่าง

Comments