c o u n t d o w n

     นี่คือบทสำหรับการแสดงละครเวทีความยาว 10 นาที 
       เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 5 ทุ่มกว่า ของวันที่ 31 ธันวาคมในปีหนึ่ง อีกเพียงไม่กี่สิบนาที มันก็จะกลายเป็นวันที่ 1 มกราคมของอีกปีหนึ่ง ใช่ นี่คือวันคาบเกี่ยวของการเกิดปี 'เก่า' และปี 'ใหม่'  

       ณ บริเวณล็อบบี้ของคอนโดมิเนียมเกรด C+ แถบชานเมือง ที่มีการตกแต่งแบบ Mix & mismatch โซฟารับแขก และโต๊ะเก้าอี้ชุดเล็กๆ 3-4 ชุดถูกวางกระจายทั่วบริเวณสำหรับผู้พักอาศัย โทรทัศน์แอลอีดีติดผนังกำลังฉายรายการ Countdown ปีใหม่ เสียงแห่งการเฉลิมฉลองเทศกาลพิเศษคลอไปตามสายลม

       'เธอ' นั่งฟุบหลับอยู่ที่โต๊ะๆ หนึ่ง บนโต๊ะมีกระป๋องกาแฟที่เปิดแล้ววางอยู่ 3 กระป๋อง ในขณะที่ 'เขา' สะพายกระเป๋าใส่กีต้าร์เดินเข้ามาในล็อบบี้แห่งนี้ มือข้างหนึ่งของเขาถือถุงพลาสติกใส่เบียร์ 2-3 กระป๋องและกล่องไก่ทอดจากร้านฟาร์สฟู้ด ส่วนมืออีกข้างกำลังถือโทรศัพท์มือถือเพื่อคุยกับเพื่อน

       ซึ่่งระหว่างที่คุย เขาก็เดินมานั่งโต๊ะข้างๆ โต๊ะที่เธอฟุบหลับอยู่

เขา    : เออ วันนี้เลิกเร็ว เคาท์ดาวน์? ที่ไหน? ไม่ไปว่ะ คนเยอะ ก็ปีนี้ขี้เกียจ เออ มึงรีบกลับมาล่ะกัน เดี๋ยวรอที่ล็อบบี้

       รปภ. ที่เดินตรวจบริเวณรอบๆ เข้ามาเห็นเธอหลับอยู่ เลยเดินเข้าไปหา

รปภ.   : คุณ คุณครับ คุณ ตื่นเถอะครับ

      เธอสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา ส่ายหัวไปมา พยายามตั้งสติ

เธอ   : ขอบคุณค่ะลุงที่คอยปลุกหนู

      รปภ. โค้งหัวรับแล้วออกไปเดินตรวจต่อ ล็อบบี้เหลือเพียงเธอกับเขาอีกครั้ง 

เธอ   : (หันไปมองนาฬิกาที่ติดอยู่ตรงผนัง) อีก 8 นาที

      เธอยกกระป๋องกาแฟขึ้นมาดื่ม แต่ในกระป๋องกลับว่างเปล่า เธอหยิบกระป๋องอื่นๆ ขึ้นมา แต่มันก็ว่างเปล่าเช่นกัน เธอจึงทำได้เพียงนั่งสะลึมสะลือต่อไป 

       ระหว่างนั้นเขาก็หยิบกีตาร์ออกมาจากกระเป๋า ก่อนจะค่อยๆ ดีดสายกีต้าร์เบาๆ เป็นทำนองดนตรีที่ฟังสบาย...จุดประสงค์ของเขาคือการทำอะไรแก้เบื่อระหว่างที่รอเพื่อนกลับมาเพื่อเอากุญแจเปิดเข้าห้อง

เธอ   : (ฟังเพลงเคลิ้มจนสัปหงกนิดหนึ่ง แล้วสะดุ้งตื่นขึ้นมา) คุณ ช่วยเล่นอะไรที่มันมันๆ หน่อยได้ไหม ถ้าจะเล่นเพลงง่วงขนาดนี้ อย่าเล่นเลยดีกว่า

เขา   : ขอโทษครับ แต่ผมว่า ถ้าคุณจะง่วงจนฟุบหลับขนาดนั้น คุณกลับห้องไปนอนดีกว่าไหมครับ

เธอ   : ไม่ ฉันต้องอยู่เคาท์ดาวน์ปีใหม่

เขา   : ทำไมเหรอ คุณรอส่งข้อความ Happy New Year ให้แฟนงั้นสิ

        เธอเงียบไปทันที เขาเลิกสนใจเธอ ตั้งใจจะหันไปเล่นกีต้าร์ต่อ...

เธอ  : ไม่ใช่ ฉันกำลังรอชีวิตใหม่ คุณไม่เคยได้ยินหรอ พวกปีใหม่ วันใหม่ ชีวิตใหม่ อะไรงี้

ฉันกำลังรอชีวิตใหม่ คุณไม่เคยได้ยินหรอ พวกปีใหม่ วันใหม่ ชีวิตใหม่ อะไรงี้ 
เขา   : คุณ กะอีแค่เวลาไม่กี่นาทีเนี่ยนะ มันจะกลายเป็นชีวิตใหม่ได้ไง
 
        เธอนิ่งไป ไม่ตอบอะไร เขาวางกีต้าร์ลง แล้วไปหยิบเบียร์จากในถุงพลาสติกมาถือแทน 

เขา   : เบียร์หน่อยไหมคุณ

เธอ   : คุณชวนคนที่เจอกันไม่กี่นาทีดื่มเบียร์เนี่ยนะ

เขา   : แล้วทำไมล่ะคุณ ก็แค่ดื่มเบียร์ ต้องใช้ความสนิทสนมด้วยเหรอ ดื่มไปเถอะคุณ ช่วยกัน ก่อนที่มันจะหายเย็น แล้วไม่อร่อย

เธอ   : ไม่ล่ะ คุณเองก็ไม่ควรดื่มด้วย

เขา  : ก็แล้วแต่คุณล่ะกัน

เธอ  : (นึกอะไรบางอย่างขึ้นได้) เดี๋ยว ฉันขอดื่มด้วย

เขา   : ไหนว่าไม่ไงคุณ

เธอ   : ฉันเปลี่ยนใจแล้ว 

 
       เขายักไหล่สื่อความหมาย 'ก็แล้วแต่' แล้วยื่นเบียร์อีกกระป๋องให้เธอ เธอรับเบียร์ไปเปิดดื่มหลายอึกใหญ่ก่อนจะสำลักออกมา

เธอ   : ทำไมรสชาติมันแย่ขนาดนี้เนี่ย

เขา   : (เปิดกระป๋องเบียร์แล้วดื่มบ้าง) แย่ตรงไหน ผมว่าก็โอเคนะ แค่ไม่ค่อยเย็นเท่าไหร่ ... เดี๋ยว คุณเคยดื่มเบียร์หรือเปล่า

เธอ   : ไม่เคย ก็...มันไม่ดีต่อสุขภาพ

เขา   : แล้วทำท่ายกซดซะ

เธอ   : ก็ฉันไม่คิดว่ามันจะแย่หนิ ทีกาแฟ ฉันไม่เคยดื่มก็ยังดื่มได้ ไม่มีปัญหา (ยกกระป๋องเบียร์ขึ้นมา แล้วพูดกับตัวเอง) ไม่เข้าใจเลยว่าดื่มกันไปยังไง

เขา   : คุณไม่เคยดื่มกาแฟ แล้วไอ้ 3 กระป๋องนี่--
 
เธอ   : (สวนทันที) 4 ฉันทิ้งไปแล้วกระป๋องหนึ่ง

เขา   : 4! คุณดื่มกาแฟ 4 กระป๋องทั้งที่ไม่เคยดื่มเนี่ยนะ เดี๋ยวก็ตายกันพอดี

เธอ   : ฉันรู้ว่ากาแฟมันไม่ดีต่อสุขภาพ แต่มันก็ไม่ทำให้ใครตายหรอกนะ

เขา   : กาแฟอะใช่ แต่ดื่มที 4 กระป๋องอะไม่แน่

เธอ   : ช่วยไม่ได้ ก็ฉันง่วง

เขา   : ง่วงก็ไปนอนสิครับคุณ จะฝืนตัวเองอะไรขนาดนั้น

เธอ   : ก็ฉันบอกแล้วไง ว่าฉันจะอยู่เคาท์ดาวน์

เขา   : แล้วคุณจะอะไรนักหนากับไอ้เคาท์ดาวน์นี่ล่ะ
 
       เธอไม่ตอบ
 
เขา   : แล้วแต่คุณเลยล่ะกัน (หันไปรื้อถุงพลาสติกของตัวเอง แล้วหยิบกล่องไก่ออกมา)

เธอ   : (ตัดสินใจพูดออกมา) ก็มันเป็นเคาท์ดาวน์ปีแรกของฉัน ปกติเพื่อสุขภาพที่ดี ฉันควรจะนอนก่อน 4 ทุ่ม เพื่อตื่นนอนตอน 6 โมงเช้า พอ 3 ทุ่ม ฉันก็ตาปรือแล้ว ไอ้เรื่องจะเค้าดง...เคาท์ดาวน์เพื่อส่งข้อความให้แฟนนี่อย่าหวัง
.
อ๋อ ไม่ใช่แฟนสิ ว่าที่สามีน่ะคุณ อะ ไม่ใช่ๆ อดีตว่าที่สามีต่างหาก เพิ่งอดีตวันนี้เลย

เขา   : นี่คุณเมาหรือเปล่าเนี่ย

เธอ   : เปล่า...แค่มึนๆ ช่างเหอะ (เงียบไปพักหนึ่งก่อนจะพูดรัวออกมา) คุณรู้ไหม ฉันไม่เคยอยู่ฉลองวันพิเศษอะไรกับเขาเลย ก็ใครใช้ให้ต้องฉลองตอนดึกล่ะ ฉันไม่เข้าใจ
.
ใครกำหนดว่าเทศกาลสำคัญของคู่รักต้องฉลองตอนมืด ทั้งคริสต์มาส ลอยกระทง และนี่อีก ปีใหม่นี่อีก แถมเหล้าฉันก็ไม่ดื่ม มันไม่มีทางที่ไอ้การฉลองวันสำคัญแบบที่เขาชอบจะเข้ากับฉันได้เลย คุณเข้าใจไหม 

       เขาไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่  แต่เมื่อเธอจ้องเขาเขม็ง เขาเลยพยักหน้าให้เธอไป

เธอ   : แต่ไหนๆ ปีหน้าเราก็จะแต่งงานกันอยู่แล้ว ฉันก็กะจะเซอร์ไพรส์เขาสักหน่อย ก็เลยแวะไปหาเขา ตั้งใจจะฉลองมื้อเย็นด้วยกันก่อนที่ฉันจะกลับห้องมานอนก่อน 4 ทุ่ม ตามตารางเวลาเพื่อปีใหม่ที่สุขภาพดีและสดชื่น แต่คุณรู้ไหมว่าฉันเจออะไร 

       เขาส่ายหน้าให้เธอเบาๆ

เธอ   : ฉันเจอเขากับผู้หญิงคนอื่น ไงล่ะ โดนเซอร์ไพรส์ซะเอง 

       คราวนี้เขาไม่แน่ใจว่าควรมีปฏิกิริยาอะไรกลับไป
 
เธอ   : คุณคิดดู เขาบอกทั้งหมดเป็นเพราะฉัน! เพราะฉันเอาแต่ห่วงสุขภาพบ้าบอ ไม่เคยอยู่ฉลองวันสำคัญอะไรกับเขาเลย ไม่ดื่ม ไม่เที่ยว ไม่กินนู้นไม่กินนี่ แถมยังคอยเจ้ากี้เจ้าการให้เขาทำตามฉันอีก ก็เขาชอบกินแต่ของเสียสุขภาพอะคุณ ฉันก็เป็นห่วงสุขภาพเขา แล้วฉันผิดเหรอ ฉันก็เหนื่อยนะ ที่ต้องคอยสั่งห้ามเขากินนู้นกินนี่

       เธอหยุดพูดพร้อมกอบโกยอากาศเข้าปอด แล้วเริ่มพูดอีกครั้ง

เธอ  : ถ้าฉันรักสุขภาพ แล้วมันผิด ก็ช่างสุขภาพแม่งแล้ว ! 

       เธอว่าพร้อมกับยกกระป๋องเบียร์ขึ้นมาจะดื่มอีกครั้ง

 ถ้าฉันรักสุขภาพ แล้วมันผิด ก็ช่างสุขภาพแม่งแล้ว ! 

เขา   : (รีบเอาเบียร์ออกจากมือเธอ) เฮ้ย คุณ ใจเย็นๆ วางเบียร์ลง แล้วนั่งพักซะ

เธอ  : แค่ฉันคิดถึงเขา ใจฉันก็เต้นตุ้บๆๆ จนเจ็บไปหมดแล้วล่ะคุณ

เขา  : ผมว่าเป็นเพราะกาแฟ 4 กระป๋องมากกว่า

        แล้วบทสนทนาก็เงียบไป...
 
เขา  : คุณ...กินไก่ทอดไหม ผมซื้อติดมาด้วย

เธอ   : ไม่อะ คุณ ปกติฉันไม่กินไก่ทอด

เขา  : มีด้วยเหรอคนไม่กินไก่ทอด

เธอ  : ก็ฉันไง

เขา  : ทำไมล่ะคุณ

เธอ  : คุณ รู้ไหม ไก่ในมือคุณ มันกี่แคลอรี่ 280 แคลอรี่ ไขมัน 19 กรัม ไหนจะโคเลสเตอรอสอีก 130 มิลลิกรัม ขืนกินเข้าไปมากๆ ได้ไขมันจุกอกกันพอดี

เขา  : โห...นี่คุณเป็นตารางโภชนาการหรือไง จะจำไปทำไมเนี่ยคุณ

เธอ  : ฉันจะได้รู้ว่าควรกินอะไร ไม่ควรกินอะไร เพื่อสุขภาพของตัวเองไง

เขา  : งั้น แล้วปกติคุณกินอะไร

เธอ  : ก็...เรียกอาหารคลีนก็ได้มั้ง พวกข้าวกล้อง ของต้ม ของย่าง ผัก ผลไม้ อ้อ แต่ถ้าพวกผัด ต้องใช้น้ำมันมะกอกสเปรย์ ไม่งั้นคงมันน่าดู

เขา  : แล้ว...โทษทีคุณ เวลาเดทกับแฟน ก็กินแบบนี้อะนะ

เธอ  : ...ใช่

เขา   : (พูดกับตัวเอง) ก็พอเริ่มเข้าใจแฟนคุณแล้วล่ะ

เธอ  : ว่าไงนะ

เขา  : เปล่า ไม่มีอะไร ว่าแต่...คุณหาไอ้อาหารคลีนกินได้ตลอดเวลาเลยหรอ

เธอ  : ก็ไม่นะ บางครั้งฉันไปสัมมนา ทำงานนอกสถานที่ก็หากินไม่ค่อยได้ โดยเฉพาะไปกินข้าวสังสรรค์กับเพื่อนนะ ยิ่งแล้วใหญ่ ไม่เข้าใจทำไมเวลาฉลองอะไรต้องฉลองด้วยอาหารเสียสุขภาพด้วย

เขา  : แล้วคุณทำไง

เธอ  : ก็...ยอมอด

เขา   : อดอาหาร มันเสียสุขภาพไม่ใช่เหรอคุณ

เธอ  : แต่ถึงฉันกินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพเข้าไป มันก็เสียสุขภาพอยู่ดีแหละคุณ

เขา  : นี่คุณ คุณรู้จักความพอดีบ้างไหมเนี่ย
 
เธอ  : คุณหมายความว่าไง

เขา  : ช่างเหอะ แล้วคุณก็มีความสุขกับชีวิตแบบนี้เนี่ยนะ

เธอ  : ใช่ ...ไม่ ไม่เสมอไป บางทีฉันก็รู้สึกทรมานมากเวลาที่ต้องทนท้องร้องโครกครากในขณะที่คนอื่นๆ กินอาหารเสียสุขภาพกันอย่างมีความสุข มันเซ็งมากเลยคุณ คนอื่นกำลังกิน แต่ฉันกินไม่ได้

เขา  : แล้วทำไมคุณไม่กินอาหารเสียสุขภาพที่คุณว่าบ้างล่ะ

เธอ  : ก็เพราะว่ามันเสียสุขภาพไงคุณ

เขา  : ก็เลยยอมอดเนี่ยนะ

เธอ  : ใช่

เขา  : ทั้งๆ ที่ไม่มีความสุข

       เธอเงียบไป
 
เขา   : (ส่งไก่ให้เธอ) เอ้า กินซะ

เธอ   : ก็บอกมันเสียสุขภ---

เขา   : ไหนเมื่อกี๊คุณยังบอกจะช่างแม่งอยู่เลย กินไปเถอะคุณ ทีกาแฟ ทีเบียร์น่ะ ยากกว่านี้อีกยังกินได้ กะอีแค่ไก่ทอด อาหารดำรงชีพทั่วไป ใครๆ เขาก็กินกัน ทำไมคุณจะกินไม่ได้ ไขมันกับโคเลสเตอรอสในไก่นี่คงไม่ทำลายสุขภาพคุณเท่าไหร่มั้ง

       เธอมองไก่ทอดในมือเขาอย่างลังเล เขายื่นไก่ไปใกล้เธอ จนสุดท้ายเธอก็รับไก่ทอดจากเขามากิน...
 
เขา   : เป็นไงคุณ ไก่ทอดครั้งแรก

เธอ   : ก็...อร่อยดี

เขา   : เห็นไหม ง่ายจะตายคุณ ถ้าไก่ทอดมันอร่อย กินแล้วมีความสุข คุณก็กินมันบ้างก็ได้ ถ้าอาหารคลีนมันหากินไม่ได้ คุณจะกินอย่างอื่นบ้างก็ไม่เสียหายหรอก ถ้าเบียร์มันไม่อร่อย คุณไม่ชอบก็ไม่เห็นต้องพยายามดื่มมัน ถ้ากาแฟ 4 กระป๋องมันทำให้ใจคุณเต้นจนเจ็บ ก็อย่าดื่มมาก มันก็เท่านั้น

ถ้าไก่ทอดมันอร่อย กินแล้วมีความสุข คุณก็กินมันบ้างก็ได้ ถ้าอาหารคลีนมันหากินไม่ได้ คุณจะกินอย่างอื่นบ้างก็ไม่เสียหายหรอก ถ้าเบียร์มันไม่อร่อย คุณไม่ชอบก็ไม่เห็นต้องพยายามดื่มมัน ถ้ากาแฟ 4 กระป๋องมันทำให้ใจคุณเต้นจนเจ็บ ก็อย่าดื่มมาก มันก็เท่านั้น

เสียงจาก TV :
 เอาล่ะครับ ตอนนี้ก็ถึงเวลานับถอยหลังเพื่อบอกลาปีเก่า ต้อนรับปีใหม่กันแล้วนะครับ

เขา  : ถึงช่วงเวลาที่คุณรอคอยแล้ว

เสียงจาก TV : นับถอยหลังนะครับ 10 9 8 7 6 5 4 3 2 1 Happy New Year สวัสดีปีใหม่นะครับทุกคน! 

        เขาและเธอมองพลุผ่านหน้าจอโทรทัศน์ ไร้ซึ่งบทสนทนาใดๆ ไปครู่หนึ่ง
 .
.
.
เธอ  : แค่นี้...เนี่ยนะ

เขา   : อืม ก็แค่นี้ เนี่ยแหละเคาท์ดาวน์ เป็นไงคุณ เคาท์ดาวน์ปีแรก

เธอ  : มัน... ไม่เห็นมีอะไรเลย

เขา  : (หัวเราะ) ก็ผมถึงถามไง ว่าคุณรอส่งข้อความให้แฟนเหรอ อะ ขอโทษทีคุณ พลั้งปากไป

เธอ   : เกี่ยวอะไรกับส่งข้อความให้แฟน

เขา   : อย่างน้อยคุณก็ยังมีเป้าหมายหลังเคาท์ดาวน์ไง แต่เนี่ย รอเคาท์ดาวน์เพียงเพราะคุณไม่เคยทำ แค่นั้นเลย จริงๆ ถ้าคุณไม่รู้จะทำอะไรกับการเคาท์ดาวน์ ก็ไม่จำเป็นต้องฝืนตัวเองมารอมันหรอก
 
เธอ   : ก็บอกแล้วว่าจะเริ่มชีวิตใหม่

เขา  : ผมก็บอกแล้วไง ว่าเวลาไม่กี่นาทีมันไม่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนหรอก

       เธอเงียบไป
 
เขา   : ถ้าพอใจแล้วก็ไปนอนได้แล้วมั้งคุณ

เธอ   : อืม

      เธอลุกขึ้น เดินไปทางลิฟท์ แต่แล้วก็เปลี่ยนใจหันมาหาเขา

เธอ   : แต่ฉันว่าเวลาไม่กี่นาทีมันก็เปลี่ยนชีวิตได้นะ

เขา   : หืม? 

เธอ   : ช่างเถอะ ขอบคุณสำหรับไก่ทอดล่ะกัน มันอร่อยมาก แต่ฉันว่าการกินคลีนก็เป็นสิ่งที่ดีอยู่ดี
.
แต่ว่า...ถ้าพรุ่งนี้คุณว่าง สักตอนสายๆ หรืออาจจะตอนบ่าย หรือเย็นก็ได้ ฉันอยากจะขอเลี้ยงตอบแทนคุณสักหน่อย อาจจะเป็นไก่ทอด หรือกาแฟ หรืออะไรก็ได้ แต่ไม่ใช่พวกแอลกอฮอลนะ อันนั้นฉันขอบาย

เขา   : (ยิ้ม) คุณกำลังชวนคนที่เจอกันไม่กี่นาทีเนี่ยนะ แถมชวนกินอาหารเสียสุขภาพซะด้วย

เธอ  : ก็...ฉันเปลี่ยนใจแล้วหนิ 

ฉันว่าเวลาไม่กี่นาทีมันก็เปลี่ยนชีวิตได้นะ
 


จบ
 
SHARE
Writer
m--mm-m
Lazy person
ทุกอย่างที่อยากเล่า ทุกเรื่องที่ไม่อยากพูดตรงๆ

Comments