The space between us, all.
"ลองมาเอากันป่ะ" เธอพูดโพล่งออกมาบนรถที่กำลังแล่นอยู่ ในถนนเป็นเวลากลางคืนเงียบสนิท เพราะที่นี่เป็นย่านชานเมืองที่ร้างราผู้คน ปริมณฑลที่เงียบเหงา เขาถึงกับเบรกรถเพราะไม่คิดว่าเธอจะพูดคำนั้นขึ้นมาได้

"เธอก็รู้ป่ะ ว่าเราไม่ได้ชอบผู้หญิงขนาดนั้น" เขาพูด อันที่จริงแฟนเก่าเขาก็เป็นผู้หญิงนั่นแหล่ะ แต่เขาก็เคยมีความสัมพันธ์กับผู้ชาย เขารู้สึกว่าเขาอาจเข้ากันได้ดีกับผู้ชายมากกว่า และกำลังลอง ๆ หาความต้องการที่คล้ายคลึง อันที่จริงเธอที่กำลังนั่งรถที่เขาขับก็เป็นผู้หญิงที่ดูน่าสนใจมากสำหรับเขา และดูจะเข้ากันได้ดีกับเขามากกว่าคนไหน ๆ แล้วอันที่จริงก็คงต้องบอกว่าเขาชื่นชอบคนที่มีอายุมากกว่าซึ่งเธอก็เข้าเค้า

"เราก็ไม่ได้ชอบผู้ชายขนาดนั้นเหมือนกัน" เธอพูด อันที่จริงแฟนเก่าของเธอก็เป็นผู้ชายนั่นแหล่ะ แต่ปัญหาคือความซับซ้อนทางเพศของเธอมันมากกว่าการเป็นเพศหญิง แล้วเธอรู้สึกถึงความซับซ้อนตรงนั้นมานานแล้วขนาดที่ว่าเคยบอกกับผู้ชายหลายคนที่เคยคุยกับเธอว่า เวลาเราคุยหรือเราเอากับแกแล้วเรารู้สึกว่าเราเป็นเลสเบี้ยนกันเลยว่ะ แต่เธอก็ยังไม่เคยทดลองคบผู้หญิงจริง ๆ ด้วยความที่เธอมักจะรู้สึกเขินหรือขี้อายมากกว่าเวลาเธอจะไปจีบผู้หญิงหรือชอบผู้หญิง

ทั้งสองคนเงียบไปสนิท มีเพียงเสียงดนตรีของนักร้องคนโปรดของเธอ ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมา 
"เออ ปกติปุ๊นป่ะ"
"มีอ่อ"
"อยู่ข้างหน้าเธอนั่นแหล่ะ"

เธอหยิบ สูด และล่องลอยไปด้วยความเพลิดเพลินของกลิ่นกัญชา เขาก็เช่นกัน จริง ๆ พวกเขาคิดกันว่าถ้ามีเพศสัมพันธ์กันตอนนี้ก็คงจะหลงอบอวลในกลิ่นหอมของมัน แต่ว่าความสัมพันธ์ของเธอและเขามันดูประหลาดซับซ้อนมากเกินกว่าความเข้าใจของมนุษย์คนใด เขาพยายามเอื้อมมือไขว่คว้า กลับพบแต่สิ่งปฏิกูล แม้ว่าจะสวยงามมากแค่ไหนก็ตาม เขากลับเห็นแต่ขยะและภาพเคลื่อนไหวที่ยังตราตรึงในจิตใจของเขา ภาพซ้อนของหญิงสาวคนอื่นทาบทับอยู่ภายในร่างกายของเธอ 

เขาชะงัก

เธอหยิบ เขาสูด ให้ภาพหลอนของหญิงสาวผู้นั้นหายไป กลิ่นควันกัญชาหลอกหลอนพวกเขาให้จมเข้าไปชอนไชสู่ใต้พื้นดิน เครื่องยนตร์ของรถ และถนนที่เปลี่ยวเหงายามตีสอง พวกเขาซึมซับหลอมรวมกันพยายามที่จะเป็นหนึ่งเดียวกับจังหวะดนตรีที่ร่ายรำอยู่ พวกเขาประสานตาผ่านกระจกเลนส์แว่นของเขา 

เนิ่นนาน เป็นเวลาเนิ่นนาน

"เธอทำไม่ได้ใช่ไหมล่ะ"
เธอสอดมือเข้าสู่เขาก่อนจะปล่อยมือไป
"เราก็ทำไม่ได้เหมือนกัน"

พวกเขานั่งเงียบสักพัก ปล่อยให้ท่วงทำนองประสานพวกเขาเป็นหนึ่งจากจิตใจ ให้เพลงสอดเสียงเข้าหากันในห้วงอารมณ์ เขาขับรถต่อไปเรื่อยๆ เหมือนว่าจะไร้จุดหมายแต่ก็ไม่เสียทีเดียว เพราะสิ่งที่เขาหลงทางมานานได้หาคำตอบแล้วในที่สุด เธอเป็นเหมือนผู้นำทางที่สะเปะสะปะแต่ตั้งใจที่จะทำเช่นนั้น เป็นเหมือนกลมายาให้เขาตกอยู่ในภวังค์และหลงเพลิดเพลิน เธอมองไปยังท้องถนนที่ค่อย ๆ กว้างขึ้นกลายเป็นถนนสายหลักของเส้นทางนี้ 

"ขอบคุณที่มาส่ง"
เธอตอบ แบบที่เขาไม่ค่อยแน่ใจเลยว่าเธอรู้สึกอย่างไร เพราะความเอาแน่เอานอนไม่ได้ของเธอ เขารอจนกระทั่งเธอหายไปในตึกสูง แล้วค่อยขับรถออกมาพร้อมความแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นในวันนี้ สายตาของเธอยังคงตราตรึงเขาอยู่ แต่มันแปลกเหมือนภาพหลอน อย่างไรก็ตามมันก็เป็นภาพหลอนที่ดูน่าสนใจในชีวิตที่เรียบง่ายของเขาเหมือนกัน เขายิ้ม และขับรถออกไปจากตรงนั้น

เธอเดินออกมา แล้วนั่งรอใครสักคนที่จะพาเธอขึ้นไปบนตึกนั้นได้อยู่


SHARE

Comments