วิธีคิดการทำงานที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
เมื่อวานผมมีโอกาที่ดีในการได้ฟังมุมมองการทำงานของ บ.ก ออนไลน์คนหนึ่ง ที่มีประสบการณ์ทำงานทั้งสื่อเก่าและสื่อใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นกำไรชีวิตของผมที่ได้แลกเปลี่ยนของคนที่ก้าวผ่านช่วงเปลี่ยนโฉมของสื่อในห้วงเวลาอันยากเย็นครับ

การเปลี่ยนจากคนทำสื่อเก่ามาทำสื่อใหม่นั้น มีความยากเย็นอยู่พอสมควร เหตุเพราะวิธีคิดและวิถีการทำงานก็ต่างราวฟ้ากับเหว บ.ก คนนี้เล่าให้ผมฟังว่า แต่ก่อนเขาเคยทำนิตยสารทั้งรายปักษ์และรายเดือน ชีวิตสบายมาก เพราะมันมีรูปแบบการทำงานที่คาดเดาและควบคุมได้

แต่พอโลกเปลี่ยน ผู้บริโภคเปลี่ยน และหันมาเสพออนไลน์มากขึ้น คนทำสื่อต้องปรับ โดยเฉพาะวิธีคิดและการตื่นตัวเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวประเด็นที่เกิดขึ้นในระดับนาที ดังนั้น คนเคยทำสื่อดั้งเดิมถ้าจะโยกมาเล่นเกมนี้ ต้องปรับทั้งวิถีทำงานและวิธีคิดพอสมควร

เมื่อสนามรบด้านเนื้อหาเปลี่ยนจากสื่อกระดาษเป็นสื่อออนไลน์ การช่วงชิงเวลาของผู้อ่านจึงเกิดขึ้นไปพร้อมกับ กลยุทธ์การทำงานและการวัดผลความสำเร็จ กลยุทธ์ของคนทำสื่อออนไลน์หนีไม่พ้นการบุกด้วย SEO Link ด้วยการช่วงชิงข่าวเด่นประเด็นร้อน ด้วยคำสำคัญและการผลิตเนื้อหาที่รวดเร็ว

ในช่วงที่ประเด็นยังคงเร้าร้อน ผนวกกับการตีความหาคำตอบเพื่อมาเสิร์ฟให้กับผู้บริโภคที่กำลังเฝ้ารอการเติมเต็มความหิวโหยของประเด็นที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่อาศัยความเร็วด้านเนื้อหาเท่านั้นที่ทำให้เป้าหมายการทำงานสำเร็จ แต่ความสำคัญของคนผลิตสื่อที่ยังคงต้องรักษาเอาไว้คือ ความจริง ความถูกต้อง ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ต้องมี และต้องเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ที่น่าดึงดูดเพื่อให้วัตถุดิบที่เราได้มามีรสชาติที่แตกต่างจากเจ้าอื่นๆ เช่นกัน

แม้เนื้อหาทำมาอย่างสมบูรณ์ แต่ถ้าช้าเกินไปจนคนไม่อยากรู้อยากเห็น หรือเลยห้วงเวลานั้นไปแล้วก็ไม่มีประโยชน์อะไร การทำงานในสมรภูมิออนไลน์จึงต้องเร็วและอร่อยอยู่เสมอ ประเด็นสำคัญกว่าการจะก้าวผ่านการทำงานที่ต้องฝ่าฝันความคิดความเชื่อจากวิธีคิดและวิถีการทำงานกรอบเดิมๆ คือ สิ่งที่ต้องผ่านไปให้ได้

บ.ก คนนี้แชร์ถึงอุปสรรคที่ผู้บริหารสื่อเก่ายังติดอยู่ และหลุดยาก เพราะยังยึดติดความสำเร็จ และความภูมิใจเดิมๆ อยู่ซึ่งเสี่ยงต่อธุรกิจในอนาคตอันใกล้ กรอบความคิดจึงเป็นตัวกำหนดอนาคตและหน้าที่การงานไปตามครรลอง

นักวิจัยและนักเขียนอย่าง Carol S. Dweck อธิบายเรื่องกรอบความคิดของผู้บริหารได้อย่างน่าสนใจ เธอเขียนไว้ว่า ผู้บริหารมักต้องเผชิญกับเหตุการณ์ทำนองนี้เสมอ คำถามที่น่าสนใจคือ เขาควรเผชิญหน้ากับจุดอ่อนของตัวเอง หรือควรสร้างโลกในแบบที่ตัวเองไม่มีจุดอ่อนนั่นคือการซุกซ่อนจุดอ่อนและยืนยันต่อสิ่งที่มีแต่จะพังทลายในวันข้างหน้า

การปรับตัวด้วยกรอบความคิดจึงสำคัญต่อผู้มีอำนาจ ที่ต้องเปิดรับต่อสิ่งใหม่ที่เข้าใกล้และเชื่อมโยงที่จะส่งผลต่ออุตสาหกรรมของธุรกิจด้วย

ในทางตรงกันข้าม หากคนเจนก่อนปรับตัวกับโลกยุคใหม่และเท่าทันเครื่องมือใหม่ๆ ของโลกออนไลน์ เกมจะพลิกจากความเสียเปรียบกลายเป็นความได้เปรียบที่มากมายต่อการเล่นกับสนามของสื่อสมัยใหม่ ที่พวกเขาสามารถหยิบใช้ประสบการณ์ที่ผสมผสานไปกับการอ่านทิศทางลมแห่งประเด็นที่จะเกิดขึ้น ซึ่งยิ่งจะนำพาเป้าหมายไปสู่หัวหาดความสำเร็จเร็วขึ้นด้วยซ้ำ

เพราะคนเจนก่อนมีต้นทุนเรื่อง Power Connection ที่เข้าถึงได้โดยตรง และยังมีพรรคมีพวกที่สามารถสืบสาวราวเรื่องรวบรัดจากวงกว้างให้เป็นวงแคบ สามารถเติมความเข้มข้นให้กับเนื้อหาด้วยความน่าเชื่อถือ จากแหล่งข้อมูลที่คนรุ่นใหม่เข้าหาได้ยาก นี่คือต้นทุนที่ได้เปรียบและคมลึกกว่าในการแข่งขัน

ในโลกที่หมุนเร็วและไปไว แน่นอนว่าเนื้อหาบางชิ้น อาจถูกผลิตและทิ้งไว้กับกาลเวลาที่พัดผ่านไป แต่สิ่งหนึ่งที่ บ.ก คนนี้เตือนไว้ นั่นคือการต้องสร้างชิ้นงานที่ตนเองรักและอยากทำด้วย เพราะงานแบบนี้คืองานหล่อเลี้ยงจิตใจ ถึงแม้จะไม่ได้ตัวเลขตามเป้า แต่ก็ควรสร้างสรรค์ออกมา เพื่อตอบความต้องการของตัวเองและกลุ่มคนบางกลุ่มด้วยเช่นกัน

ข้อสำคัญงานทุกงานควรเกิดจากความสนุก ถ้าไม่สนุกเราคงต้องมานั่งทบทวนแล้วว่า ในเมื่อคนทำยังไม่สนุก...แล้วคนที่อ่านจะสนุกได้อย่างไร ยิ่งแข่งกับโลกที่เปลี่ยนไป ความสนุกควรนำหน้า เพื่อให้เกิดความเป็นไปได้หหลากลายวิธี โดยเฉพาะเรื่องวิถีและวิธีคิดในการทำงานที่ไม่เหมือนเหมือนก่อนดั้งเดิมอีกต่อไป

หมายเหตุ: บ.ก คนนี้สามารถสร้างจำนวนคนอ่านเข้ามาอ่านเว็บไซต์ได้ถึงหลักล้านภายในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งปีจากเดิมมีคนอ่านเพียงแค่หลักพันคน

SHARE
Writer
Ohmsiri
Writer
Page CreativeSalary / Books: สิ่งที่เจ้านายไม่เคยบอก / เปิดเทอมใหญ่วัยทำงาน / Inbox คุยกันได้นะครับ

Comments

imonkey7
4 months ago
^^
Reply