ชีวิตที่งดงาม my edition

สวัสดีค่ะ :)

นี่เป็นเรื่องราวของเราเองที่เขียนขึ้นอย่างระมัดระวัง(แบบตามใจตามสไตล์ฉัน ^^") จุดประสงค์หลักเพื่อเป็นหลักฐานการเปลี่ยนผ่าน แต่ถ้ามันทำประโยชน์โดยทำให้ผู้ที่ผ่านมาอ่านรู้สึก relate ไปในเชิงบวกได้ เราจะดีใจมากๆ

สิ่งที่เขียนจะเป็นการพูดถึงตัวเราเองตอนเป็นเด็กราวกับเป็นคนอีกคนหนึ่งแต่ไม่ใช่ซะทีเดียวกับความคิดเราตอนนี้ในฐานะผู้ใหญ่

Theme Song คือเพลง Ordinary ของ Wayne Brady ที่เราสืบมาจากเพลง Beautiful Life ของดงบังชินกิอีกที ซึ่งเราใช้ชื่อเรื่องตามชื่อเพลงของศิลปินวงหลัง เพราะมันมีความหมายกับเราหลายๆอย่าง ในขณะที่ใช้เพลงของ Wayne เป็นธีมเพราะเข้าถึงง่ายกว่า


ลองอ่านกันดูนะคะ :)    


All of our friends keep saying we should be more social
'Cause we keep to ourselves most of the time
They just don't understand what we've got going on
'Cause a love like this is so hard to find

ไม่ว่าจะในฐานะเด็กหญิงธญานีหรือนางสาวธญานี ฉันก็ไม่ใช่คนที่สร้างหรือคีพความสัมพันธ์กับใครๆได้ดีเลย

พวกเพื่อนคงคาดหวังให้ 'เรา' หงายการ์ดทักษะทางสังคมมากกว่านี้ แทนที่จะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับตัวเอง แม้ฉันจะจำไม่ได้ว่ามีเพื่อนคนไหนใส่ใจจะเตือนกันจริงจังก็เถอะ คำวิจารณ์ที่ลอยเข้าหู 'เรา' เสมอคือ 'เป็นคนโลกส่วนตัวสูง' แม้ว่าเมื่อเติบโตผ่านมาเรื่อยๆ ฉันจะพยายามมากขึ้นแล้วก็ตาม



Don't wanna live by no one else's designs
Though every day ain't glamorous, to me it's just fine
Unperfect the way that we are

ในจุด turning point ใหญ่ที่สุดครั้งแรกหรือทิศทางของตัวเองหลังเรียนจบม.ปลาย ฉันผ่านมันมาอย่างซมซาน ฉันคิดจะละทิ้ง 'เด็กหญิงธญานี' และ 'นางสาวธญานีก่อนอายุ 20' ไป เพราะมันเต็มไปด้วยความไม่เพอร์เฟคที่ชวนให้เจ็บปวด ฉะนั้นตอนนี้...ที่ฉันสามารถโอบกอดตัวตนตอนเด็กและเรียนรู้ที่จะรักความเป็นหนึ่งเดียว(มีคนเดียว)ของตัวเองได้ จึงเป็นเรื่องที่พิเศษมากๆ



Nothing ordinary 'bout the way I feel
Nothing un-extraordinary this is real
Don't need to reach for the stars
Happy here on earth in our beautiful ordinary life
I love my beautiful ordinary life with you

ไม่มีอะไรธรรมดาในสิ่งที่ฉันรู้สึก
ในขณะเดียวกันก็ไม่มีอะไรพิเศษขนาดนั้น 
ชีวิตน่ะ ...ถ้ามันไม่ง่ายก็ไม่ใช่ชีวิต
ฉันเคยได้ยินคำกล่าวนี้มานานแล้วและตอนนี้ชักจะเห็นด้วย
เพราะฉันหมดเวลามากกว่าครึ่งไปกับการอยู่อย่างทะเยอทะยาน ซึ่งมันลำบากและหนักหนา
แต่ตอนนี้ นอกเหนือจากรู้สึกว่าตัวเองสามัญธรรมดา (ไม่ใช่คนดีเด่นอะไร) ก็ยังรู้สึกเป็นปกติมากๆ
และเจ้าความปกติธรรมดานี่แหละที่ฉันคิดว่ามันทั้งพิเศษทั้งงดงาม



Why don't we spend the day, doing a lot of nothing?
'Cause anything's alright long as I'm with you, baby
We don't need special plans, don't need no reservations
'Cause my favorite place is right here with you

ฉันไม่รู้สึกว่ากำลังทำเรื่องไม่เหมาะสมเมื่อปล่อยให้เวลาว่างผ่านไปเฉยๆหากต้องการให้เป็นอย่างนั้น หรือเมื่อทำสิ่งที่เคยถูกสอนว่าเป็นเรื่องไร้สาระ(แต่ฉันอยากทำ)อีกต่อไป

ทุกอย่างดีขึ้นเมื่อชีวิตตั้งอยู่บนความเป็นเหตุเป็นผล

หลายปีให้หลังมานี้ ฉันนึกสลดตัวเองตอนยังเป็นเด็กจนร้องไห้อยู่บ่อยๆ ขมขื่นที่อยากเปลี่ยนแปลงอดีตแต่ทำไม่ได้ ฉันพยายามแก้ไขสิ่งที่ยังเหลือให้แก้ไขได้ไปพร้อมๆกับสรรหาวิธีปลอบโยนตัวเองจนตกตะกอนได้ว่า

ฉันในตอนเด็กก็เป็นส่วนหนึ่งของฉันนี่แหละ ยังอยู่ในตัวตนและมีส่วนสร้างทุกวันนี้ของฉันขึ้นมา



Don't wanna live my life any other way
'Cause baby, it's the simple things that can't be replaced
Unperfect the way that we are

ฉันได้ไอเดียเขียนงานชิ้นนี้ระหว่างมาเข้าค่ายภาษาอังกฤษกับมหาลัย(หลังจากกลับมาจากปฏิบัติสหกิจศึกษา และวุ่นวายกับการทำชมรมมาทั้งปี) วันนั้นอายุได้ 24 ปี 4 เดือน 2 วัน ความรู้และประสบการณ์ทุกอย่างหลอมรวมกันเป็นความต้องการที่จะสถาปนาวันที่ตัวเองไม่ใช่เด็กอีกต่อไปขึ้นมา

ฉันมีสิ่งที่อยากทำมากมายในฐานะผู้ใหญ่ อีกทั้งรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่แตกต่างออกไปจากเมื่อก่อน จึงเป็นเหตุให้อยากแบ่งภาคของมันให้ชัดเจน



Nothing ordinary 'bout the way I feel
Nothing un-extraordinary this is real
Don't need to reach for the stars
Happy here on earth in our beautiful ordinary life
I love my beautiful ordinary life with you

ฉันรู้สึกขอบคุณ (appreciate) ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้ฉันมีวันนี้ ฉันคิดว่าตัวเองพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งต่างๆที่เข้ามาในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ก่อนหน้านี้ฉันเคยติดใจกับคำว่า 'เป็นผู้เป็นคน' และสงสัยว่าคนอย่างฉันจะมีวันได้เป็นผู้เป็นคนกับเขาบ้างไหม แต่ตอนนี้มั่นใจมากๆว่าเป็นได้ แม้ทุกอย่างจะเพิ่งเริ่มต้นก็ตาม



Like watching you sleep
The way that your paint your toes
The crazy way we, count to three before
We hang up the phone
See the life that I live, is so much better
Girl, when you're here with me
Nothing, nothing

ฉันไม่เคยลืมว่าเด็กน้อยเคยมองโลกนี้ด้วยความพิศวงอย่างไร
เคยอัดอั้นและสับสนกับวิถีและพื้นที่ของตนอย่างไร
เคยเผชิญทุกข์สุขอย่างใสซื่ออย่างไร
เคยผ่านการคิดและทำสิ่งต่างๆอย่างไม่รู้เดียงสาอย่างไร

ไม่มีอะไรสักอย่าง...

ไม่มีสักอย่างที่ฉันรับไม่ได้เกี่ยวกับเด็กน้อยคนนั้น
ฉันจะรับผิดชอบทุกอย่างด้วยความรักและอยากให้เธอภูมิใจที่เติบโตขึ้นมาเป็นฉัน


Nothing ordinary 'bout the way I feel
Nothing un-extraordinary this is real
Don't need to reach for the stars
Happy here on earth in our beautiful ordinary life
I love my beautiful ordinary life
I love my beautiful ordinary life with you

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หน้าที่ของคุณก็คือจงมองทุกอย่างในแง่บวก
ยิ่งฉันศรัทธาในความรู้มากเท่าไหร่ ชีวิตของฉันก็ยิ่งงดงามเป็นธรรมดา
ฉันกระตือรือร้นที่จะประยุกต์ใช้ความสามารถของตัวเองให้เป็นประโยชน์และใส่ใจพัฒนาตนเองสม่ำเสมอ
เด็กน้อยอาจเคยเพ้อฝันถึงอะไรมากมาย ทั้งที่เป็นไปได้และเป็นไปได้ยาก แต่ในความจริงตอนนี้ ความฝันกับเป้าหมาย(ที่ยืดหยุ่นได้)สำหรับฉันคือสิ่งเดียวกัน และฉันจะเขียนพวกมันขึ้นมา ไม่ใช่ด้วยปากกาแต่ด้วยการกระทำ

SHARE

Comments

tomeformme
2 months ago
อ่านแล้วมีกำลังใจเพิ่มขึ้นเลยค่ะ ตอนนี้กำลังทดลองการเป็นผู้ใหญ่อยู่ ขอบคุณสำหรับบทความดีๆนะคะ :)
Reply
8satisfied
2 months ago
ยินดีค่ะ สู้ๆนะคะ ^_^