รักที่ปีนัง


ยังจำช่วงเวลา​สงกรานต์​ได้ไหม
ช่วงที่เราเดินทางไกลไปมาเลเซีย
ยังจำช่วงเวลาที่ปีนังได้ไหม
ช่วงเวลาที่สุขล้นยิ่งกว่าน้ำเต็มแก้ว
เราต่างออกเดินทางเพื่อเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายกันและกัน

จำตอนที่รถแล่นบนสะพานปีนังได้ไหม
นอกหน้าต่างทะเลสีฟ้าอ่อนระยิบระยับกับแสงแดด
ภูเขาสีเขียวเข้มทอดแนวอยู่สุดลูกหูลูกตา
เส้นขอบฟ้ากับน้ำทะเลอยู่ในระนาบเดียวกัน
เมื่อรถแล่นเข้าสู่เมืองจอร์จทาวน์​ หัวใจเราก็พองโต

เราเดินไปรอบเมืองอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย
ในมือมีแค่แผนที่กระดาษและกล้องถ่ายรูป
หลงทางแล้วหลงทางอีก​ แต่ทางที่หลงไปก็มีแต่ตึกสวยๆ
อากาศร้อนอบอ้าว​ หยาดเหงื่อปะปนกับรอยยิ้มเธอ
แสงแดดเต้นรำอยู่บนพื้นถนน​คอนกรีต

จำอาหารมื้อแรกที่ปีนังได้ไหม
อาหารอินเดีย​ ข้าวหมกไก่และโรตีนาน
นาซิ​ เลอมัก​ และ​เนื้อ​สะเต๊ะ​ในมื้อเย็น
หมี่ฮกเกี้ยนที่งานเทศกาลอาหารนานาชาติปีนัง
ลอดช่องร้านดังใส่ถั่วแดงกวน​ที่เรากินในวันสุดท้าย
อยู่โน่นก็อยากกินอาหารไทยนะ​ แต่อยู่นี่ก็คิดถึงอาหารปีนัง

จำภาพวาดสตรีทอาร์ตภาพแรกที่เราหาเจอได้ไหม
เป็นภาพเด็กกับมอเตอร์ไซค์​ไง​ ใครๆเขาก็ถ่ายกัน
จำเหล็กดัดที่ติดอยู่ตามผนังได้ไหม
ที่เรายืนเพ่งมองและพยายามถอดความจากเรื่องราวเหล่านั้น
จำค่ำคืนที่ปีนังได้ไหม
คืนนั้นฝนตกหนัก​ เราแวะหลบฝนที่บาร์ในซอยหน้าที่พัก
นอกหน้าต่างร้าน​ ม่านฝนพร่างพรมลงบนพื้นถนน
สีเขียว​ เหลือง​ แดง​ ของไฟจราจรสะท้อนบนน้ำขัง
สั่งเบียร์อะไรสักอย่าง​ รสชาติ​ฝาดลิ้น​คิดถึง​เบียร์​ช้างทันที

จำยามเช้าของวันที่ปีนังได้ไหม
บนดาดฟ้าชั้นสี่ของที่พัก​ ธงรัฐปีนังและธงชาติ​มาเลเซีย​ ปลิดปลิวตามแรงลม
กาแฟที่เราดื่ม​ แดดเช้าที่เราสัมผัส​ เก้าอี้ที่เรานั่ง
แสงแดดที่อาบไล้ตึกสไตล์โคโลเนียล​และชิโนโปรตุกีส
เสียงอาซานจากมัสยิดฝั่งตรงข้ามที่ปลุกเราให้ตื่น
ยังจำช่วงเวลาเหล่านั้นได้บ้างไหม

จำตอนที่เราไปร้านหนังสืออิสระ​ได้ไหม
ร้านหนังสือเล็กๆตรงข้ามวัดศรีมาเรียมมัน
มีปกเจ้าชายน้อยฉบับแปลภาษามาเลเซียด้วยนะ​ ที่เธอชอบอ่านไง
น่าเสียดายนะ​ ที่ภาษาอังกฤษ​ของฉันย่ำแย่
เลยไม่ได้ซื้อวรรณกรรมแปลติดไม้ติดมือมา
ได้มาเพียงหนังสือภาพถ่ายวิถีชีวิต​ชาวมาเลเซีย
เธอบอกว่ากลับไปตั้งใจเรียนภาษาอังกฤษ​สิ
ถ้าอ่านออกปีหน้าค่อยกลับมาซื้อหนังสือที่นี่ีอีก

จำตอนที่เราเดินไปทะเลกันได้ไหม
สิบกิโลเมตร​จากที่พัก​ ย่ำเท้าไปบนเปลวแดดร้อนๆ
เป็นทะเลที่ไม่มีชายหาด​ มีแต่ท่าเทียบเรือ
จะเรียกให้ถูกก็คงต้องเรียกว่าทะเลสาบ
เรือสินค้าแล่นตัดเกลียวคลื่น​เป็นชิ้นๆ
ระลอกคลื่น​เล็กๆกำลังซัดเสาของท่าเรือ
น้ำทะเลสีคล้ำ​ ไม่สดใสเหมือนทะเลแรกที่เราเห็น

จำวันสุดท้ายของเราที่ปีนังได้ไหม
รถแล่นออกจากสะพาน​ ทิ้งเกาะเมืองมรดก​โลก​ไว้เบื้องหลัง
เราต่างไม่หันกลับไปมอง​ ต่างทอดสายตา​ออกไปนอกหน้าต่าง
แขวนสายตาไว้กับทะเลที่นิ่งสงบ​ เรียบเหมือนผิวกระจก
ผมรู้สึกว่าทะเลกำลังเศร้า​ แววตาเธอก็เช่นกัน

เมื่อมาถึงด่านตรวจคนเข้าเมือง​สะเดา
ประทับตราในพาสปอร์ต​ ปีนังก็กลายเป็นอดีต​ของสองเรา
เหลือเพียงรูปถ่าย​ บันทึก​ และเรื่องราวในความทรงจำ
ระหว่างทางกลับบ้าน​ เราต่างนั่งดูรูปถ่ายในกล้อง
ช่วงเวลาสามวันสองคืน​ เป็นความทรงจำ​ที่ยากจะลืม

คิดถึงช่วงเวลาเหล่านั้นนะ​
แล้วเธอล่ะ​ คิดถึงเรื่องราวที่ปีนังบ้างไหม.


​ 



SHARE
Writer
Pratchawitdax
Reader&Writer
Writing Express

Comments